Turnitin เป็นโปรแกรมจับคู่ความคล้าย Instructor’s Tips นำการใช้ประโยชน์ของ Match Overview รายงานผลการจับคู่ความคล้าย ทั้งในสถานะ Instructor/Editor และสถานะเจ้าของบทความ
รายงานผลการตรวจของ Turnitin ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
Match Overview มี ตัวเลขสวย ๆ ฝั่งขวามือ เรียงลำดับจากมากลงไปหาน้อย บอกแหล่งที่มาและตัวเลขเปอร์เซ็นต์ แต่ละลำดับมีแถบสีกำกับให้แตกต่างกัน เห็นชัดเจนทั้ง version Classic และ version Clarity
Match Overview บอกอะไร
- บอกเปอร์เซ็นต์ความคล้ายกับบทความอื่น
- บอกแหล่งที่มาของความคล้ายและจำนวนเปอร์เซ็นต์ความคล้ายของแหล่งนั้น
- บอกสถานะของแหล่งที่มา Student papers, Internet Source
- แถบสีป้ายแสดงให้เห็นแหล่งที่มาและเนื้อหาในส่วนที่คล้ายมีสีเดียวกันและมีตัวเลขลำดับที่กำกับ
- link ไปยังแหล่งที่มาในบางแหล่ง
การปรับปรุงเนื้อหาของบทความ พิจารณาจาก:
• เปอร์เซ็นต์ความคล้ายสูงสุด (ลำดับแรก)
• ข้อความยาวหลายบรรทัด ที่สามารถ สรุป ถอดความ หรืออธิบายแนวคิดด้วยคำพูดของตัวเอง แทนที่จะยกมาทั้งหมด
• อ้างอิงแหล่งที่มาโดยใช้รูปแบบการอ้างอิงที่เหมาะสม ทั้งในส่วนเนื้อหา และส่วนบรรณานุกรม
Tips: ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความคล้ายสูง ให้ดูเนื้อหาในบทความมีลักษณะการจับเป็นอย่างไร มาจากแหล่งใด 1.ถอดความ สรุป อธิบายเรียบเรียงคำพูดใหม่ 2.อ้างอิงแหล่งที่มาในรูปแบบถูกต้อง (ท้ายข้อความ/บรรณานุกรม)
เจ้าของผลงาน
Instructor / Editor
ส่งตรวจ Quick Submit version Classic
1.ลำดับที่แสดงและตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของแต่ละแหล่งที่มาความคล้ายอยู่่ในเกณฑ์ที่กำหนด
2.เนื้อหาส่วนที่ถูกจับความคล้ายอยู่ในลักษณะใด
3.แก้ไขโดยใช้วิธีเรียบเรียงใหม่ เปลี่ยนคำ ตัดคำ เปลี่ยนประโยค หรือจำเป็นต้องอ้างอิงท้ายบทความ
4.ใช้แหล่งที่มาอ้างอิงในส่วนท้ายบทความ และในส่วนบรรณานุกรมครบถ้วนหรือไม่
ส่งตรวจ Class/Assignment version Clarity
1.เจ้าของผลงานมีการอ้างอิงตามแหล่งที่มา ในรายงานผลครบถ้วนหรือไม่ โดยต้องตรวจสอบการอ้างอิงท้ายบทความในเนื้อหา และในส่วนบรรณานุกรม
2.ข้อความในเนื้อหาที่มีการตรวจับ จำเป็นต้องมีการอ้างอิงในเนื้อหาหรือไม่
3.การนำบทความ ทฤษฎี ความหมายของคำ มาใช้ มีการอ้างอิงครบถ้วนหรือไม่
4.ลำดับที่แสดงและตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของแต่ละแหล่งที่มาความคล้ายอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
Tips: คลิก Show overlapping sources เพื่อเปิดใช้แสดงแหล่งที่มาซ้ำกัน
Match Overview ใช้อย่างไร?
1.คลิกเลือกเนื้อหาที่ต้องการ
2.คลิก สัญลักษณ์เข้าสู่บทความฉบับเต็ม
2.ในส่วนของเนื้อหา หากต้องมีอ้างอิงท้ายข้อความ ใช้รายละเอียดจากบทความฉบับเต็ม พิมพ์อ้างอิงท้ายบทความ
3.ในส่วนบรรณานุกรม ใช้รายละเอียดบทความฉบับเต็ม พิมพ์บรรณานุกรมให้ครบถ้วน
ความจำเป็นต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาตามรายงานผลความคล้ายใน Match Overview ควรมีถึงลำดับที่เท่าไหร่นั้นให้เจ้าของผลงานพิจารณาที่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์แต่ละลำดับเป็นหลัก
Tips: หากมีการอ้างอิงท้ายข้อความในเนื้อหาจำเป็นต้องมีในส่วนบรรณานุกรมเสมอ
การอ้างอิงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลงาน เปอร์เซ็นต์ความคล้ายมีตัวเลขสูงไม่ได้หมายความว่าเป็นการคัดลอก สิ่งที่ต้องทำ คือ การตรวจสอบการอ้างอิงทั้งในส่วนท้ายข้อความและในส่วนบรรณานุกรม ถูกต้องตรงกับรายงานผลของ Match Overview หรือไม่? และหากเปอร์เซ็นต์ความคล้ายต่ำหรือไม่มีก็ต้องได้รับการตรวจสอบด้วยเช่นกัน Similarity Report จึงไม่ใช่ตัวชี้วัดการคัดลอก
ข้อมูลที่อยู่ในรายงานผล คือ ผลรวมของเปอร์เซ็นต์การจับคู่แหล่งข้อมูลความคล้ายทั้งหมด ข้อความในผลงานทั้งหมดที่ตรงกับแหล่งข้อมูล และเปอร์เซ็นต์ของแต่ละแหล่งที่มาต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ บางครั้งเราอาจอ้างอิงไม่ครบถ้วน เปอร์เซ็นต์ของแต่ละแหล่งที่มาไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ลองใช้ Match Overview เป็นตัวช่วยให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ แล้วพบกันใหม่กับ Tips ดี-ดี มีมาฝาก Turnitin Instructor’s Tips … 🐾 🦉 🦜 🐘
อ้างอิง: https://help.turnitin.com/Resources/PDF/understanding_the_turnitin_similarity_report-a_student_guide.pdf
Views: 19