|

หอชมฟ้า Bota Sky Tower อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“หอชมฟ้า” ตั้งอยู่ภายในอุทยานพฤกษศาสตร์ อยู่ติดกับ “อาคารเรือนพักรับรอง Bota Home” ซึ่งด้านหน้าของหอชมฟ้าจะมี “ร้านกาแฟ The Tree Café” ไว้คอยให้บริการอาหารเครื่องดื่ม และเป็นจุดนั่งพักผ่อนแบบชิลล์ชิลล์แก่นักท่องเที่ยว มีเมนูอาหารให้เลือกมากมายทั้งของทานเล่น อาหารตามสั่ง เครื่องดื่มก็หลากหลาย ร้านจะตกแต่งสไตล์แคมปิ้งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นบรรยากาศดีมาก

ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 “รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี ผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ในขณะนั้น ได้เปิดเผยว่า อุทยานพฤกษศาสตร์ได้ดำเนินการก่อสร้าง “หอชมฟ้า Bota Sky Tower” เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการศึกษาเรียนรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ เข้าเยี่ยมชมพันธุ์ไม้นานาชนิดอย่างใกล้ชิด ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยโครงการก่อสร้างดังกล่าวประกอบด้วย Tower 1, Tower 2, สะพานสลิงแขวน, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ (Boardwalk), เส้นทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Sky walk), รั้วล้อมป่า,ร้านอาหาร เครื่องดื่ม (The Tree Café) โดยหอชมฟ้าเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชมหอชมฟ้าแล้วกว่า 15,000 คน

ขอขอบคุณภาพจากอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

แนวคิดการออกแบบหอชมฟ้า ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นกุหลาบหิน ที่มีกลีบใบซ้อนเรียงลดหลั่นกันอย่างสวยงาม เป็นระเบียบ และได้ออกแบบรูปทรงหอชมฟ้าให้เป็นรูปแปดเหลี่ยม เพื่อให้มีขั้นบันไดวน ตามจำนวนที่เหมาะสมในแต่ละชั้น โดยไม่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเมื่อยล้าในระหว่างการเดินขึ้นหอชมฟ้า มีจุดพักระหว่างทางเดินแต่ละช่วง และเพื่อเพิ่มพื้นที่ในหอชมฟ้าให้มากขึ้นด้วย “รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี” กล่าว

“หอชมฟ้า Bota Sky Tower” แห่งนี้ มีความสูง 25 เมตร เทียบเท่ากับตึก 8 ชั้น และมีบันไดทั้งหมด 145 ขั้น ทิศตะวันออกสามารถมองเห็นกลุ่มอาคารและทัศนีภาพทั้งหมดของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมถึงอ่างเก็บน้ำพฤกษาชลขนาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบของอุทยานพฤกษศาสตร์ ส่วนทางทิศตะวันตกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทอดยาวเป็นแนวสูงตระหง่านท่ามกลางธรรมชาติและผืนฟ้าได้อย่างชัดเจน (หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 2565)

“หอชมฟ้า Bota Sky Tower” เปิดให้บริการมาจนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปี เป็นที่รู้จักในนามของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอท่าศาลา และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย ด้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวมิติใหม่สร้างความตื่นเต้นและความกล้าที่จะต้องเดินขึ้นไปผจญภัยกับความสูงที่น่าหวาดเสียว ก่อนที่จะไปถึงจุดบนสุดเหนือยอดไม้ที่จะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามของต้นไม้รอบๆ ให้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจและปลื้มปริ่มใจสำหรับผู้ที่เดินขึ้นไปถึงจุดนั้นได้

นอกจากนี้ทางอุทยานพฤกษศาสตร์ยังได้มีการเพิ่มความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ให้มากขึ้นด้วยการเปิด “สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า” บริเวณพื้นที่ป่าใต้หอชมฟ้า  ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ 30 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา อุทยานพฤกษศาสตร์ ก็ได้รับมอบและปล่อยสัตว์เข้าสู่พื้นที่ป่าใต้หอชมฟ้าหรือสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า โดยมีชนิดและจำนวนสัตว์ดังนี้ คือ “คาปิบารา, เนื้อทราย, เก้ง”  โดยออกเดินทางมาจากสวนสัตว์นครราชสีมาและสวนสัตว์ขอนแก่น ในวันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2567 (อุทยานพฤกษศาสตร์, 2567)

ขอขอบคุณภาพจากอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

และเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 ก.พ. 67 อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดงาน 3 Events ใหญ่ใจฟู @อุทยานพฤกษศาสตร์ โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ พร้อมผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ร่วมกันเปิดสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เรือนไม้เมืองหนาวและลานแคมป์ปิ้ง อย่างเป็นทางการเป็นวันแรก โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่เข้าชมความงามของดอกทิวลิปและดอกไม้เมืองหนาวต่างๆ พร้อมนำบุตรหลานชมความน่ารักของน้องคาปิบาร่า-อีเก้ง-เนื้อทราย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน กล่าวว่า อุทยานพฤกษศาสตร์ เปิดสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า    เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยในระยะแรกได้นำสัตว์ 3 ชนิด คือ คาปิบาร่า จำนวน 6 ตัว อีเก้ง 2 ตัว และเนื้อทราย 20 ตัว มาจัดแสดงและในอนาคตจะมีการรวบรวมพันธุ์สัตว์ชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป (สื่อสารองค์กร, 2567)

รวมถึงเมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2567 อุทยานพฤกษศาสตร์ ก็ได้เปิดตัว สมาชิกใหม่แห่งสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เป็น “กวางดาวอินเดีย Chital Deer หรือ Spotted Deer” ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 8 ตัว และทำการเปิดให้ชมเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2567 ที่ผ่านมาด้วย (อุทยานพฤกษศาสตร์, 2567)

และล่าสุดได้มีกิจกรรม “รักลอยฟ้าเปิดตำนานวาเลนไทน์สุดอลังการ” จดทะเบียนสมรสบนหอชมฟ้า ครั้งแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา มีคู่รักเข้าร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหอชมกว่า 10 คู่ ทั้งคู่รัก ชาย-หญิง และ LGBTQ+ จูงมือกันมาจดทะเบียนสมรส ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของความรักและความสุข โดยมีนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นางวันษา ลีหล้าน้อย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช  ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้บริหารเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมเป็นสักขีพยาน และนายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา ลงลายมือชื่อบนใบทะเบียนสมรส

ขอขอบคุณภาพจากอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

สำหรับกิจกรรม “รักลอยฟ้าเปิดตำนานวาเลนไทน์สุดอลังการ” จดทะเบียนสมรสบนหอชมฟ้า อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นครั้งแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราชนี้  มีไฮไลต์สุดพิเศษในงานครั้งนี้ คือ “มีการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” และพิเศษสุด คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ควงนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินประคองสะพานแขวนสุดโรแมนติก ท่ามกลางรอยยิ้มและความสุขของผู้มาร่วมงาน จากนั้นท่านทั้งสองก็ได้นั่งรถไฟฟ้าเยี่ยมชมธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำพฤกษาชล เยี่ยมชมเรือนไม้เมืองหนาว บันทึกภาพประทับใจกับดอกทิวลิป ก่อนร่วมงานเลี้ยงค็อกเทล พร้อมดนตรีอะคูสติกในสวนบรรยากาศที่มีแต่ความสุขในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ด้วย (อุทยานพฤกษศาสตร์, 2568)

ด้วยความที่ “หอชมฟ้า Bota Sky Tower” มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนตลอดทุกวัน อุทยานพฤกษศาสตร์จึงไม่ละเลยกับการทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ โดยใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและอุปกรณ์ช่วยขัดเพื่อทำความสะอาดคราบต่างๆ บริเวณทางเดิน รวมถึงการตรวจเช็คความพร้อมความแข็งแรงของโครงสร้างหอชมฟ้าอยู่เสมอ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกมั่นใจถึงความปลอดภัยในการมาใช้บริการ และในวันพิเศษสำหรับวันเด็กแห่งชาติในทุกปี อุทยานพฤกษศาสตร์จะให้เด็กอายุไม่เกิน 18 ปีเข้าชมหอชมฟ้าและสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าฟรีด้วย

ขอขอบคุณภาพจากอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“หอชมฟ้า Bota Sky Tower” เปิดให้บริการทุกวัน ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะเดินขึ้นบันได 145 ขั้น ไปชมทัศนียภาพของยอดไม้ด้านบนสุด และชื่นชมกับสัตว์น่ารักๆ ในสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าของอุทยานพฤกษศาสตร์ ซึ่งแม้หากท่านไม่ได้เช็คอินกับสถานที่แห่งนี้แล้วนั้นก็เหมือนกับว่าท่านยังมาไม่ถึงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง

หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา. (2565). หอชมฟ้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 จาก http://clmweb.wu.ac.th/wutimeline/post/335

ส่วนสื่อสารองค์กร. (2567).  เปิดแล้ว! สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและเรือนไม้เมืองหนาวที่ม.วลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567. จาก https://www.wu.ac.th/th/news/23749/เปิดแล้ว!-สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและเรือนไม้เมืองหนาวที่ม-วลัยลักษณ์

อุทยานพฤกษศาสตร์. (2567). สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ม.วลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568. จาก https://veterinary.wu.ac.th/?p=32369&lang=th

อุทยานพฤกษศาสตร์. (2568). กิจกรรมรักลอยฟ้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568. จาก https://www.facebook.com/Botanic.Park.WU



Similar Posts

  • อาคารเรียน NEXT GEN (NG)  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    อาคารเรียน NEXT GEN (NG) เป็นห้องเรียนอัจฉริยะสมัยใหม่ มีลักษณะของห้องเรียนขนาดเล็ก แบ่งเป็น 4 โซนที่มีความหลากหลาย และสีสันสดใส

  • |

    ซุ้มประตูวลัยคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    “ซุ้มประตูวลัยคม” เป็นประตูทางเข้าหลักของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งอยู่บริเวณถนนด้านหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก่อนถึงโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทางด้านซ้ายมือ และ  ทางด้านขวาคือสวนวลัยลักษณ์ เพื่อเป็นการแสดงเขตพื้นที่ภายในกับพื้นที่ภายนอกของมหาวิทยาลัย ซึ่ง “ซุ้มประตูวลัยคม” เป็นหนึ่งใน 8 ประตูทางเข้าออกของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อันได้แก่ ประตู 1 (วลัยคม) เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างถนนมหาวิทยาลัยกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 ประตู 2 (ชลานุสรณ์) เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างถนนหลังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ กับถนนทางหลวงชนบทหมายเลข นศ. 3027 ประตู 3 (คลองดิน) เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างถนนบ้านคลองดิน – บ้านกลาง กับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4141 ประตู 4 (ตลาดศุกร์) เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างถนนสามแยกสายตรวจ-คลองเกียบกับถนนวัดสโมสร-ชุมขลิง ประตู 5 (ซอย 8) เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างถนนมหาวิทยาลัยกับถนนไทยบุรี-บ้านทุ่งชน ประตู 6 (โคกเหล็ก) เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างถนนทางหลวงชนบทหมายเลข นศ. 4107 กับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4140 ประตู 7 (วลัยนิวาส) เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างถนนบ้านฉิมพลีกับถนนวัดสโมสร-ชุมขลิง…

  • สีประจำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ สีแสด – ม่วง

    สีแสด เป็นสีประจำวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ผู้เป็นองค์สัญลักษณ์แหล่งกำเนิดของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สีแสด หมายถึง ความเข้มแข็ง (สมศักดิ์ พันธ์ศิริ, 2565) รหัสสี #f37321 สีม่วง เป็นสีประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสีประจำพระรัตนธัชมุนี (ม่วง รัตนธัชโช-เปรียญ) เจ้าอาวาสวัดท่าโพธ์ และผู้อำนวยการการจัดการศึกษามณฑลนครศรีธรรมราช และมณฑลปัตตานี (ในสมัยรัชการที่ 5) ที่ชาวนครศรีธรรมราชนับถือ ยกย่องว่าเป็นผู้จัดการศึกษาสมัยใหม่ของเมืองนี้ สีม่วง หมายถึง ความเป็นเลิศ (สมศักดิ์ พันธ์ศิริ, 2565) ข้อมูลอ้างอิง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (ม.ป.ป.). สัญลักษณ์. https://www.wu.ac.th/th/about/69/สัญลักษณ์ สมศักดิ์ พันธ์ศิริ. (2565). การสื่อความหมายเชิงสัญญะในสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย. Journal of Modern Learning Development, 7(4), 37-53. Post Views: 3,135

  • มหาวิทยาลัยสีเขียว @วลัยลักษณ์ ต้นแบบการเสริมสร้างภาพลักษณ์เป็นเมืองแห่งความสุข

    มหาวิทยาลัยสีเขียว ต้นแบบของเมือง มหาวิทยาลัยแห่งความสุข สมกับการเป็น Green University ระดับแนวหน้าของประเทศและระดับโลก และเป็นดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  • | |

    อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์ หัวใจแห่งการจัดการน้ำของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อ่างเก็บน้ำหลังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ” สถานที่แห่งนี้มีความเงียบสงบ บรรยากาศสวยงาม เหมาะแก่การออกกำลังกายและชื่นชมทิวทัศน์เขาหลวงอันงดงาม แต่เบื้องหลังความสวยงามนี้มีคุณประโยชน์ซ่อนอยู่มากมาย อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์คือ “แก้มลิง” ซึ่งมีความสำคัญในด้านการช่วยแก้ปัญหาน้ำให้แก่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และชุมชนโดยรอบ อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์ หรือที่เรียกว่า “อ่างเก็บน้ำหลังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ” สถานที่แห่งนี้มีความเงียบสงบ บรรยากาศสวยงาม เหมาะแก่การออกกำลังกายและชื่นชมทิวทัศน์เขาหลวงอันงดงาม แต่เบื้องหลังความสวยงามนี้มีคุณประโยชน์ซ่อนอยู่มากมาย อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์คือ “แก้มลิง” ซึ่งมีความสำคัญในด้านการช่วยแก้ปัญหาน้ำให้แก่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และชุมชนโดยรอบ ประโยชน์ของอ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์ในด้านการช่วยป้องกันน้ำท่วม และช่วยลดปริมาณน้ำที่เข้าท่วมในชุมชนช่วงฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาร่วมกับกรมทางหลวงชนบทเพื่อปรับปรุงถนนรอบอ่างเก็บน้ำระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อเป็นทางเลือกในการช่วยลดความแออัดด้านการคมนาคมบริเวณโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ โครงการนี้ดำเนินการโดยสำนักบริหารเครื่องจักรที่ 7 กรมชลประทาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2565 นับเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่สำคัญ เนื่องจากไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง แต่ยังสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และสนับสนุนการเติบโตของทั้งมหาวิทยาลัยและชุมชนรอบข้างได้อย่างยั่งยืน อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์ หรือแก้มลิงแห่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงทั้งความจำเป็นเชิงปฏิบัติ และความสวยงามเชิงสุนทรียะ โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและน้ำท่วม แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนและสถาบันการศึกษาในระยะยาว ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการมองการณ์ไกลของผู้บริหาร อ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นแบบอย่างสำหรับโครงการอื่นๆ ในอนาคต อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์จึงไม่ใช่เพียงแค่แหล่งน้ำ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาที่คิดถึงอนาคตและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน Post Views: 533

  • สวนวลัยลักษณ์ (Walailak Park)  จุดเช็คอินใน มวล.

    สวนวลัยลักษณ์เป็นสวนสาธารณะที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของบุคลากรของมหาวิทยาลัย รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวอำเภอท่าศาลา ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและใกล้เคียง ตลอดจนผู้ที่มาเยี่ยมเยียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.