รางวัลจภ. ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

รางวัล จภ. ทองคำ เป็นรางวัลเชิดชูเกียรติสูงสุดด้านการวิจัยของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มอบให้แก่พนักงานสายวิชาการที่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในระดับนานาชาติที่มีคุณภาพสูง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกระดับมาตรฐานงานวิชาการของมหาวิทยาลัย

เหรียญรางวัลจภ. ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ความหมาย “จภ.”

ชื่อย่อ “จภ.” มาจากพระนามของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (จภ) องค์นายกพิเศษของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ความหมาย “จภ.”

รางวัล จภ. ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ได้รับการตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2564 ตามพระนามของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสว่างควัฒน วรขัตติยราชนารี เป็นเครื่องหมายที่ประดิษฐานไว้ใต้มงกุฏกลางตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย  รางวัลจภ. ทองคำจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเครื่องหมายแห่งความสามารถด้านการวิจัย

การดำเนินการพิจารณารางวัลเชิดชูเกียรติด้านการวิจัย

เพื่อให้การดำนเนินการพิจารณารางวัลเชิดชูเกียรติด้านการวิจัย สอดคล้องกับนโยบายด้านการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยตีพิมพ์ที่มีคุณภาพ เพื่อการเผยแพร่สู่ฐานข้อมูลระดับนานานชาติ จึงได้ออกประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่อง รางวัล จภ. ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปี พ.ศ. 2564  ซึ่งประกาศเมื่อ วันที่  20 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ลงนามโดย ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

โดยมีเนื้อหาโดยสังเขปดังนี้ :

การกำหนดคำนิยามของผลงานที่มีคุณสมบัติในการได้รางวัล จถ. ทองคำ

“ผลงาน” หมายถึง บทความวิจัย (Full research article)  และบทความปริทัศน์

(Review article) ทีได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์วารสารวิชาที่อยู่ในควอไทล์ 1 ( Quartile 1) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ที่มีเลข DOI แล้ว 

“ค่าควอไทล์” หมายถึง  ค่าควอไทล์ ของวารสารที่ถูกจัดอันดับโดยฐานข้อมูล Scopus หรือ Web of Science  เมื่อตรวจสอบแล้วหากวารสารนั้นมีการระบุค่าควอไทล์ มากกว่า 1 ค่าควอไทล์  ให้นำค่าควอไทล์ ที่ดีที่สุดมาใช้

คุณสมบัติของผู้เสนอขอรับรางวัล

  • ผู้เสนอขอรับรางวัลต้องเป็นพนักงานสายวิชาการของมหาวิททยาลัยวลัยลักษณ์ ณ วันที่ยื่นขอรับรางวัล 
  • ผู้เสนอขอรับรางวัลต้องเป็น First Author  (ผู้เขียนคนแรก)  หรือ Corresponding Author (ผู้ประพันธ์บรรณกิจ) ของผลงานจำนวน 10 ผลงานขึ้นไป

คุณสมบัติของผลงาน

  • ผลงานที่เสนอขอรับรางวัล ต้องดำเนินการในช่วงที่ผู้เสนอขอเป็นพนักงานสายวิชาการของมหาวิททยาลัยวลัยลักษณ์ทุกผลงาน
  • ผลงานที่เสนอขอรับรางวัล ต้องไม่เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรการศึกษาของผู้เสนอขอรางวัล

ขั้นตอน หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก

  • ผู้มีคุณสมบัติเสนอขอรับรางวัล ส่งแบบฟอร์มตามที่คณะกรรมการกำหนดผ่านคณะกรรมการประจำสำนักวิชาหรือวิทยาลัย เพื่อพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น ก่อนนำเสนอรายชื่อมายังคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ
  • คณะกรรมการพิจารณารางวัล จภ. จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับรางวัล
  • คณะกรรมการพิจารณารางวัล จภ. นำเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับรางวัลต่อที่ประชุมสภาวิชาการเพื่อพิจารณาอนุมัติ และนำเสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ

ผู้ที่ได้รับรางวัล จะเข้ารับพระราชทานรางวัลในวันพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร พ.ศ. 2564

ในปีการศึกษา 2563  ผู้ได้รับ รางวัล จภ. ทองคำ จำนวน 3 ท่าน คือ 

  1. รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์  ปัจุบันดำรางตำแหน่งทางวิชาการเป็น ศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์   หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์อาหารและนวัตกรรม สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  2. รองศาสตราจารย์  ดร.วรวรรณ พันธุ์พิพัฒน์ (เปลี่ยนนามสกุลเป็น พันพิพัฒน์)  ปัจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
  3. รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส โคตรพุ้ย   อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์   หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์อาหารและนวัตกรรม สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์  ปัจุบันดำรางตำแหน่งทางวิชาการเป็น ศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์   หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์อาหารและนวัตกรรม สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ Top 2% โดย มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พ.ศ. 2564 รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส  ชัยจันทร์  ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหาร โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพอาหารทะเล ผลงานตีพิมพ์ที่ถูกส่งเพื่อรับการพิจารณา รางวัลจภ. ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เกี่ยวข้องกับการผลิตซูริมิ (Surimi) ซึ่งเป็นเจลที่ทำมาจากปลาหรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและความมั่นคงด้านอาหาร รองศาสตราจารย์ ดร.มนัสอธิบายเพิ่มเติมว่า อาหารที่ทำจากซูริมิที่เราคุ้นเคย ก็คือ ปูอัดหรือลูกชิ้นปลาในตลาดสด  จุดเด่นของงาน คือกระบวนการของการทำซูริมิที่ปรับเปลี่ยนจากปลาเนื้อขาว มาเป็นเนื้อปลาสีคล้ำ หรือ มีลักษณะอื่นๆ ที่ไม่เป็นที่นิยมเท่า เช่น ปลาดุก หรือ ปลานิล ซึ่งมีกลิ่นสาบโคลน ทั้งนี้เนื่องจากปลาเนื้อขาวมีต้นทุนที่แพงกว่า เพราะเป็นอาหารทะเลประเภทที่จับได้ปริมาณที่น้อยลง โดยรองศาสตราจารย์ ดร.มนัส ใช้กระบวนการที่เรียกว่า PH Shift Method ปรับค่า PH ของวัตถุดิบ เพื่อขจัดองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดสี กลิ่น และลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ออก เหลือไว้แค่สิ่งที่สามารถนำไปผลิตซูริมิได้ ติดตามผลงานวิจัยได้ที่ https://rps.wu.ac.th/researchersInfo/130

รองศาสตราจารย์  ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์  ปัจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

รองศาสตราจารย์  ดร.วรวรรณ พันธุ์พิพัฒน์ (เปลี่ยนนามสกุลเป็น พันพิพัฒน์)  ปัจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร   เป็นนักวิทยาศาสตร์การอาหารอีกท่าน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาหารในเชิง Functional Ingredient ซึ่งเป็นการ พัฒนาคุณภาพอาหารในเชิงคุณค่าทางอาหาร ที่อยู่ในระดับที่ลึกกว่าคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เป็นต้น  รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ กล่าวว่าจุดประสงค์สูงสุดของงานตีพิมพ์ คือเพื่อสร้างความความมั่นคงด้านอาหาร โดยการเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารทางเลือก ล่าสุดอาจารย์ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรการพัฒนาสูตรอาหารที่หล่อเลี้ยงตัวอ่อนด้วงสาคูที่เลี้ยงในฟาร์มเพื่อปรับปรุงให้น้ำมันในตัวด้วงสาคู มีคุณค่า งานวิจัยชิ้นนี้เริ่มต้นขึ้นจากการรับฟังข้อจำกัดของด้วงสาคูที่สะท้อนโดยเกษตรกรผู้เลี้ยงด้วง ถึงปริมาณน้ำมันที่เยอะแต่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ และไขมันที่พบยังเป็นไขมันกลุ่มไขมันเลวอีกด้วย เพื่อทลายข้อจำกัดทางโภชนาการ อาจารย์จึงพัฒนาสูตรอาหารที่สามารถ เลี้ยงตัวอ่อนด้วงสาคูเลี้ยงในฟาร์มให้มีขนาดและคุณภาพที่ดี 2) เพิ่มสารอาหาร 9 ชนิดและ โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ทำให้น้ำมันจากด้วงสาคูมีศักยภาพที่จะได้รับการพัฒนาสูตรเป็นอาหารเสริม มีคุณค่าเทียบเท่ากับน้ำมันตับปลา  ติดตามผลงานวิจัยได้ที่  https://rps.wu.ac.th/researchersInfo/110 

รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส โคตรพุ้ย   อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส โคตรพุ้ย   อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความสนใจการศึกษาเรื่องโรคมาลาตั้งแต่ในช่วงที่กำลังศึกษาในระดับปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาอายุรศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จากความสนใจนำไปสู่การตีพิมพ์บทความหลายฉบับเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อมาลาเรียร่วม การเปลี่ยนแปลงของไซโตไคน์ในการเกิดโรคมาลาเรีย การเปลี่ยนแปลงในห้องปฏิบัติการและการตรวจสอบสารบ่งชี้ทางชีวภาพเพื่อการพยากรณ์โรคสำหรับมาลาเรียชนิดรุนแรง งานวิจัยของรองศาสตราจารย์ ดร.มนัส มีบทบาทในการคาดการณ์แนวโน้มทางระบาดวิทยา ความชุกของโรคโดยในทุกจังหวะของงาน มีการรวบรวมวิเคราะห์ สังเคราะห์ โดยมีพื้นฐานมาจากช่องว่างของความรู้ เพื่อให้สามารถต่อสู้กับโรคมาลาเรียอย่างมีประสิทธิภาพ  ติดตามผลงานวิจัยได้ที่  https://rps.wu.ac.th/researchersInfo/276

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี กับนักวิจัยที่ได้รับรางวัล จภ. ทองคำ ประจำปี 2564 

เมื่อ วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 ผู้ได้รับรางวัล จภ.ทองคำ ประจำปี 2564  ทั้งสามท่านได้เจ้ารับรับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในพิธีก่อนวาระการประชุมบริหาร ครั้งที่ 5/2565 เพื่อเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติด้านการวิจัย เป็นขวัญและกำลังใจ  ให้กับพนักงาน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพื่อสร้างสรรค์ผลงานตีพิมพ์ที่มีคุณภาพ

รางวัลจภ. ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติทางวิชาการสูงสุดของมหาวิทยาลัย การได้รับรางวัลว่าเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจและกำลังใจในการผลิตผลงานคุณภาพ ซึ่ง “ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ความสำคัญอย่างมากกับการวิจัย เพราะเชื่อว่าการวิจัยเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้อาจารย์มีองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในการถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่นักศึกษา แต่ยังสามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดสร้างประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมได้”  นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับนโยบายการเข้าสู่การจัดอันโลกของมหาวิทยาลัย   และเป็นมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนการวิจัย มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในระดับสากลและการวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ตอนบนและประเทศ โดยการบริหารงานวิจัยให้มีความสมดุลระหว่างการวิจัยพื้นฐานเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่กับการวิจัยที่สามารถนำผลการวิจัยไปใช้พัฒนาท้องถิ่นและประเทศ  เป็นการบูรณาการงานวิจัยแบบสหสาขาวิชา ในฐานะที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยกลุ่ม Global and Frontier Research ภายใต้โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) โดย กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ งานวิจัยและนวัตกรรม

แหล่งอ้างอิงและภาพประกอบ :

1. ประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่อง รางวัล จภ. ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปี พ.ศ. 2564

2. ม.วลัยลักษณ์ครองแชมป์! ผลงานวิจัยตีพิมพ์ Q1-Q2 สูงสุดในไทย ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

3. ภาพรางวัล จภ. ทองคำ

4.ม.วลัยลักษณ์จัดงานแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เข็มและโล่กิตติการ เข็มรางวัล จภ.ทองคำ เข็มประกาศเกียรติคุณอาจารย์ดีเด่น และโล่รางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2563-2564

5.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2563 และปีการศึกษา 2564

6.ยอดเยี่ยม สามนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คว้ารางวัล จภ. ทองคำ เชิดชูเกียรติสูงสุดแห่งนักวิจัย มวล. ประจำปีพุทธศักราช 2565 

Leave a Comment

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.