เช้าวานนี้ที่ไปร่วม #เวทีสมัชชาสุขภาพนครแห่งความสุข กับพี่น้องชาวนครนั้น
พลันที่ลงจากรถ เห็นยอดหลังคาอาคาร #หอประชุมใหญ่ไทยบุรี ก็นึกถึงนี้ …
หนึ่ง … จำวันเวลาไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่าวันนั้น คุณ #วิวรรธน์นวลนก วิศวกรหัวหน้าสารพัดกำลังหลักของงานควบคุมการก่อสร้างนานาอาคารของมหาวิทยาลัยกับน้อง ๆ ภาคสนามทั้งนั้น ในหน่วยประสานงาน ที่เราเรียกกันว่า นปม.นศ. มาบอกว่ากำลังจะมุงแผ่นเมทัลชี๊ทแผ่นสุดท้ายตรงยอดหลังคา ทุกคนต้องการให้หมอนี้เป็นคนขึ้นไปมุง เพื่อเป็นหมุดหมายว่าการก่อสร้างอาคารหลักอาคารเรียนสำคัญที่สุดถึงจุดนี้แล้ว
สอง … ต่อมาหารือ #ท่านอาจารย์วิจิตร ว่าเราจะใช้ชื่อเรียกอาคารนี้และอาคารอื่น ๆ ตลอดจนถนนหนทางต่าง ๆ ว่าอย่างไรดี ปรึกษากันแล้ว พอดีมีท่าน อ. อุดม หนูทอง ยอดครูภาษาไทยมาอยู่ด้วยกับวลัยลักษณ์แล้ว ก็เลยตั้งเป็นคณะกรรมการกำหนดชื่ออาคารและถนนหนทางของวลัยลักษณ์ จนออกมาอย่างที่เรียกกันในวันนี้
เฉพาะอาคารนี้ มีข้อเสนอให้เรียกว่า #อาคารไทยบุรี ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่ในตำบลไทยบุรี
โดยทั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้นตั้งอยู่ใน ๓ ตำบลคือทางตะวันออกติด #ตำบลโพธิ์ทอง ทางฝั่งเหนือ #ไทยบุรี ฝั่งใต้ #หัวสะพาน และพี่น้องในทั้ง ๓ ตำบลตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ร่วมด้วยช่วยกันมากกว่าจะผ่านเรื่องการจัดการที่ดินและการก่อสร้าง
แต่ที่กว่านั้นคือ หลายคนอาจจะลืมหันหมดแล้วว่า ที่ไทยบุรีนี้เป็นดินแดนสำคัญและมีนามเป็นมงคลยิ่ง กล่าวคือชื่อว่า #ไทยบุรี – #เมืองแห่งไทย ชื่อนี้เป็นมาอย่างไร ในประเทศไทยเรามีแต่ที่นี้ที่เดียว นอกนั้นก็ราชบุรี เพชรบุรี สระบุรี ฯลฯ นี้ไทยบุรี ควรนับว่าเป็นอีกที่สุดและเป็นมงคลยิ่ง
นอกจากนั้น กำนันแต่ของของพื้นที่ไทยบุรีนี้ก็มีนามว่า #หมื่นไทยบุรีรักษา
แถมยังมีเรื่องปรัมปราเล่าต่อ ๆ กันมาว่า สืบมาจาก #พ่อจอมเทพและพ่อจอมไทย !!!
ตามที่ผมสอบถามได้ความจากยายผ่อง #ผ่องพรรณศรีวณิช ลูกสาวของ #พันชูกับทวดผึ้ง #กำนันแห่งตำบลท่าศาลา เมื่อกว่า ๑๐๐ ปีก่อน เรือนท่านอยู่ที่ #หลาน้ำ (ยายผ่องผู้นี้คือคนทำคลอดให้พวกเรา ๕ คนพี่น้องครับ)
ก็ขอบอกและเล่าไว้ในที่นี้ก่อนที่จะไม่มีใครรู้และจดและจำกันต่อไป
Post Views: 122