Content

“มุมลึกลับศูนย์บรรณฯ”

“มุมลึกลับศูนย์บรรณฯ” “มุมลึกลับศูนย์บรรณฯ”         อาคารบรรณสารและสื่อการศึกษา ที่ใครๆ เรียกติดปากว่า “ศูนย์บรรณฯ”เริ่มเปิดใช้เป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2541 โดยย้ายมาจากอาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (คนรุ่นเก่าเรียกว่า D4) เป็นหนึ่งในอาคารที่มีพื้นที่การใช้สอยมากอาคารหนึ่งในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศูนย์บรรณสารฯ เป็นตึก 3 ชั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการจัดสรรพื้นที่ แบ่งซอยห้องเล็กห้องน้อยออกไปทุกชั้น ผู้ใช้บริการบางท่านก็ไม่เคยใช้งาน ไม่เคยใช้พื้นที่ จนนักศึกษาบางคนเรียกว่ามุมลึกลับ        เรามาดูกันว่าคำว่ามุมลึกลับในที่นี้ จริงๆ แล้วลึกลับเพราะมีเรื่องสยองขวัญซ่อนอยู่? หรือลึกลับเพราะผู้ใช้บริการเข้าไม่ถึง ไม่รู้จักกันแน่… งั้นเรามาทำความรู้จักมุมลึกลับ        เริ่มไปจากชั้น 1 ห้องถัดไปจากเคาน์เตอร์บริการ ชั้น 1 จัดเป็นห้องมินิสตูดิโอบันทึกการเรียนการสอน Online ฝั่งตรงข้ามเป็นศูนย์จัดเก็บเอกสารกลางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ งานหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์รับผิดชอบดูแลพื้นที่ส่วนนี้ ส่วนลึกเข้าไปในชั้น 1 โซนห้องประชุมประเภทต่างๆ มีโรงหนัง 80 ที่นั่ง ซึ่งจะเปิดให้บริการเป็นหมู่คณะตามระเบียบการใช้งาน ข้างห้องน้ำหลังห้องประชุมระเบียงบรรณ […]

“มุมลึกลับศูนย์บรรณฯ” Read More »

“วันชาสากล”

“วันชาสากล” 15 ธันวาคม “วันชาสากล”International Tea Day วันชาสากล (International Tea Day) ในปี พ.ศ. 2548 เริ่มต้นมาจากเกษตรกรผู้ปลูกชากลุ่มเล็กๆ ในประเทศอินเดียรวมตัวกันลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมในการค้าขายชาของตนเอง พวกเขาถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกกดราคา จนทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง กระทั่งองค์กรเพื่อการสื่อสารและการศึกษาของประเทศอินเดีย และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติร่วมมือกันเข้ามาช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรม จึงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกชามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น@ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของเหล่าเกษตรกรตัวเล็ก ๆ และคุณประโยชน์ของชา จึงกำหนดให้วันที่ 15 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันชาสากล @ ชา ถือเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับมนุษย์มายาวนานกว่า 2,000 ปี จีนเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการปลูกและบริโภคชา @ ยุคนี้ ใครอยากสุขภาพดีและดื่มเครื่องดื่มที่บรรพบุรุษ คัดสรรและบริโภคสืบทอดกันมามากว่า 2000 ปี     โทรศัพท์ภายนอก 0 7567 3336 โทรศัพท์ภายใน 73336 ksuwat@wu.ac.th

“วันชาสากล” Read More »

“วันแห่งการย้อนกลับ ทำอะไรตรงข้าม”

“วันแห่งการย้อนกลับ ทำอะไรตรงข้าม”   “วันแห่งการย้อนกลับ ทำอะไรตรงข้าม”31 มกราคม “หนึ่งสัปดาห์ไม่ได้เข้าห้องสมุดเลย -วันนี้ จะอยู่ห้องสมุดทั้งวัน” เนื้อหา วันแห่งการย้อนกลับ (Backward Day)วันแห่งการย้อนกลับตรงกับวันที่ 31 ม.ค. ของทุกปี โดยเป็นวาระที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำทุกอย่างแบบ “ย้อนกลับ” “กลับด้าน” หรือว่า “ถอยหลัง” ไม่ว่าจะเป็น เดินถอยหลัง สวมเสื้อกลับหลัง หรืออ่านหนังสือแบบย้อนกลับ หรือถ้าจะให้สุดๆ ไปเลย ลองทำทุกสิ่งย้อนหลังกลับด้านไปทั้งวัน โดยเริ่มจากนอนช่วงกลางวัน ตื่นตอนเย็นแล้วเริ่มต้นทำงาน รับประทานอาหารเย็นเป็นมื้อแรกแล้วปิดท้ายวันในมื้อเช้าของอีกวัน กล่าวทักทายว่า “ลาก่อน” และลาด้วยคำว่า “สวัสดี” แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและไม่กระทบต่อหน้าที่การงานด้วยนะ31 มกราคม วันแห่งการย้อนกลับ (Backward Day) วันที่โลกจะตาลปัตร กลับซ้ายเป็นขวา บนเป็นล่าง หน้าเป็นหลัง ดีเป็นร้าย กลางคืนเป็นกลางวัน ร้อนเป็นหนาว และอีกหลายๆ อย่าง หลักๆ แล้วจะสื่อว่าถึงเวลาที่เราจะลองทิ้งกฎเกณฑ์เก่าๆ หลักการเดิมๆ ทิ้งไป แล้วลองทำอะไรที่มันแหวกแนวจากที่เคยเป็นบ้าง เริ่มตั้งแต่การแต่งตัวตอนเช้าเลยก็ได้

“วันแห่งการย้อนกลับ ทำอะไรตรงข้าม” Read More »

“วันแห่งการกอด”

“วันแห่งการกอด” “วันแห่งการกอด”21 มกราคมกอดอย่างไร ห่างไกลโควิด การกอด คือ การ ได้ให้และการได้รับพร้อม ๆ กัน อย่ารอช้าคว้าคนรักมากอดกันวันกอดแห่งชาติ เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในปี 1986 (พ.ศ. 2529) โดยบาทหลวง “Kevin Zaborney” ในเมืองคาโร รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ โดยจุดประสงค์อยากให้ทุกคนได้แสดงความรู้สึกต่อกันมากขึ้น จึงได้เริ่มรณรงค์ให้มีการกอดกัน 1 วันในแต่ละปี และเลือกวันที่ 21 มกราคมเป็นวันกอดแห่งชาติ ซึ่งได้รับการรับรองจาก United States Copyright Office ให้เป็นวันสำคัญของประเทศ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้เคยมีนักวิจัยของมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลน่า เผยผลการศึกษาพบว่า “คนที่กอดกันนานเกิน 20 วินาที จะทำให้มีระดับของ ออกซิโตซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกผันเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งช่วยให้มีภูมิต้านทานที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ และลดฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียด” เห็นรึยังว่า นอกจากการกอดทำให้คนที่กอดและผู้ที่ถูกกอดรู้สึกดีแล้ว ยังส่งผลเกี่ยวเนื่องกับเรื่องสุขภาพจิตและหัวใจมากกว่าที่เราคิด ถึงตอนนี้เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้สึกอยาก”กอด” ใครสักคน ที่เรารักและรักเรากันบ้างแล้ว ฉะนั้นอย่ารอช้าคว้าตัวคนๆนั้นมากอดกันดีกว่า เชื่อสิว่าการกอดทำไม่ยากแถมได้เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับไปพร้อม ๆ

“วันแห่งการกอด” Read More »

“วันดินโลก”

“วันดินโลก” 5 ธันวาคม “วันดินโลก” 64“พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร”“Halt soil salinization, boost soil productivity” ———————————————————–         กรมพัฒนาที่ดินจัดงาน “วันดินโลก” ประจำปี 2564 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ร.9 ระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2564 ภายใต้หัวข้อ “พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร” ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด ความเป็นมา :วันดินโลก (World Soil Day) สืบเนื่องจากการประชุมวิทยาศาสตร์ทางดินของโลก ครั้งที่ 17 ณ กรุงเทพมหานคร ในปี 2545 ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ทางดินจากทั่วโลกมาร่วมประชุม ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรดิน รวมถึงการจัดตั้งโครงการพระราชดำริในภูมิภาคต่างๆ

“วันดินโลก” Read More »

“วันต้นไม้แห่งชาติ”

“วันต้นไม้แห่งชาติ” 15 ค่ำ เดือน 6 หรือตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี ถือเป็น “วันต้นไม้แห่งชาติ”           วันต้นไม้ประจำปีครั้งแรกของโลกถือกำหนดร้อยกว่าปีในมลรัฐ NEBRASKA ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2515 มีประชาชนในมลรัฐ NEBRASKA ร่วมกันปลูกต้นไม้ได้กว่าหนึ่งล้านต้นและได้ถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อมามลรัฐอื่นๆก็ได้ดำเนินการตามโครงการกำหนดวันต้นไม้ประจำปีของแต่ละมลรัฐขึ้นความคิดนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลกในประเทศไทยปีพ.ศ.2481 กรมป่าไม้เชิญชวนข้าราชการพ่อค้าและประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ในวันชาติซึ่งตรงกับวันที่ 24 มิถุนายนปีพ.ศ.2484 กรมป่าไม้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการจังหวัดและอำเภอจัดให้มีการปลูกต้นไม้ขึ้นในวันชาติคือ 24 มิถุนายน 2484 ถือว่าเป็นวันต้นไม้ประจำปีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยปีพ.ศ. 2494 ที่ประชุมใหญ่ของ FAO มีมติให้ประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำปีของแต่ละชาติแต่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2481 โดยถือเอาวันชาติเป็นวันต้นไม้อยู่แล้วจึงได้นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีซึ่งมีมติให้ถือเอาวันชาติคือวันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” ต่อมาปีพ.ศ. 2503 ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกวันชาติและคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2503 กำหนดให้ “วันเข้าพรรษา” เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทนปีพ.ศ. 2532 ได้มีการเสนอคณะรัฐมนตรีว่าปัจจุบันสภาพของฤดูกาลได้เปลี่ยนแปลงไปมากต้นไม้ที่ปลูกในวันเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงกลางฤดูฝนเมื่อฝนทิ้งช่วงเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำต้นไม้ไม่สามารถตั้งตัวได้ก่อนถึงฤดูแล้งทำให้ได้รับความเสียหายจึงขอให้พิจารณาอนุมัติให้วันวิสาขบูชาซึ่งอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเป็นระยะเริ่มต้นของฤดูฝนเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทนและคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 ปัจจุบันวันวิสาขบูชาจึงเป็น “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ”  

“วันต้นไม้แห่งชาติ” Read More »

Start up สตาร์ท กันได้ที่หมวด HC, HD

Start up สตาร์ท กันได้ที่หมวด HC, HD           สตาร์ท์อัพ (Startup) ไม่ใช่ชื่อซีรี่ส์เกาหลีดัง ไม่ใช่คำฮิต แต่เป็นศัพท์เฉพาะทางธุรกิจในยุคดิจิทัล จากความคิดระดับนโยบาย หรือคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นทำธุรกิจในยุคดิจิทัล           – สตาร์ท (Start)  คือผุ้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสแบบก้าวกระโดด โดยมีไอเดียเป็นจุดขาย หรือนวัตกรรม มีการขยายธุรกิจ ไปยังต่างประเทศ โดยมีแฟลตฟอร์ม (Platform) ของตัวเอง           – การจะเป็นสตาร์ทอัพ (Startup) นั้นคนทำธุรกิจ ต้องมองเทรนด์หรืออนาคตของธรุกิจ มีความเป็นไปได้ หรือตอบโจทย์ลูกค้าได้ไหม?           – สำหรับสตาร์ทอัพ ยุคแรกๆ ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ

Start up สตาร์ท กันได้ที่หมวด HC, HD Read More »

“วันเต้นรำสากล International Dance Day”

“วันเต้นรำสากล International Dance Day”           ย้อนไปเมื่อปี 1986 คณะกรรมการเต้นรำสากล ของสถาบันโรงมหรสพนานาชาติ สังกัดองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้กำหนดให้วันที่ 29 เมษายนของทุกปี เป็นวันเต้นรำสากล เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันเกิดของ ฌอง จอร์จ โนแวร์ (Jean – George Noverre) นักเต้นชาวฝรั่งเศส ผู้สร้างสรรค์การเต้นบัลเลต์สมัยใหม่ โดยพัฒนาบัลเลต์ให้เป็นศิลปะที่มีความดึงดูด ทำให้ผู้คนเกิดความสนใจเกี่ยวกับศิลปะเต้นรำ             วันนี้แอดฯ จึงอยากแนะนำให้รู้จักกับบุคคลท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้มอบความสุขให้แก่เพื่อนๆผ่านการเต้นรำ  บุคคลท่านนี้ได้แก่ คุณใหม่ เขมรุจิ ชูภิรมย์ หรือในนาม FB ว่า Aksaraphat Chupirom เรามาฟังความคิดของคุณใหม่ และร่วมเต้นไปกับเธอกันครับ           ใหม่เป็นคนชอบความสนุก

“วันเต้นรำสากล International Dance Day” Read More »

สัญญาเช่าทรัพย์ อีกหนึ่งสัญญาที่ต้องเจอกันบ่อย

สัญญาเช่าทรัพย์ อีกหนึ่งสัญญาที่ต้องเจอกันบ่อย ยังเก็บเงินได้ไม่พอ หรือต้องใช้เวลานานแต่อยากจะซื้อบ้านซื้อรถ มาทำงานต่างถิ่น มาเล่าเรียนหนังสือแดนไกล ก็ต้องหาบ้านเช่าหอพักสำหรับอยู่อาศัย กิจกรรมหรือสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องเจอและอาจยากที่จะหลีกเลี่ยง ซึ่งสิ่งที่เราต้องเจอหรือเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องที่เกริ่นมาเหล่านี้ ทางกฎหมายเค้าเรียกกันว่า “สัญญาเช่าทรัพย์และเช่าซื้อ” วันนี้จะพามารู้จักเรื่องนี้กันพอสังเขปกันนะครับ สัญญาเช่าทรัพย์ คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งที่เรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่ง ชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น ดังนั้น สัญญาเช่าทรัพย์จึงมีลักษณะสำคัญ ดังนี้1. เป็นสัญญาต่างตอบแทน2. ผู้เช่ามีสิทธิได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่า3. ผู้เช่าตกลงให้ค่าเช่า เพื่อตอบแทนการใช้ทรัพย์สิน การทำสัญญาเช่าทรัพย์ กฎหมายไม่ได้กำหนดแบบของสัญญาไว้แต่อย่างใด ดังนั้นเพียงแต่คู่กรณีได้มีเจตนาตกลงกัน สัญญาเช่าทรัพย์ก็เกิดขึ้นแล้ว เช่น การเช่าบ้าน เช่ารถยนต์ หรือเช่าที่ดิน เป็นต้น แต่เรื่องนี้ก็มีข้อยกเว้น นั่นคือหากเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ* มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ (*หลักฐานเป็นหนังสือนั้น เป็นเรื่องของพยานหลักฐานที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีไม่ใช่เรื่องแบบของนิติกรรม)

สัญญาเช่าทรัพย์ อีกหนึ่งสัญญาที่ต้องเจอกันบ่อย Read More »

พระราชวงศ์เสด็จศูนย์บรรณสารฯ

พระราชวงศ์เสด็จศูนย์บรรณสารฯ           นอกจากพื้นที่ก่อสร้างอาคารบรรณสารและสื่อการศึกษา จะถูกกำหนดเป็นมณฑลพิธี ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2539 โดยสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  เสด็จพระดำเนินประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์แล้ว อาคารบรรณสารและสื่อการศึกษา สมัยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ได้เป็นสถานที่รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเสวยพระกระยาหารอาหารกลางร่วมกับบุคคลสำคัญผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 33 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2550 อีกด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 33 ภายใต้หัวข้อ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อโลกยั่งยืน ระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคม 2550 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยได้รับเกียรติจาก Sir John E. Sulston นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลปี ค.ศ.

พระราชวงศ์เสด็จศูนย์บรรณสารฯ Read More »