สัญญาไม่ใช่สัญญา การทำนิติกรรมทางกฎหมายที่ควรรู้ในชีวิตประจำวัน

ในชีวิตประจำวันของคนเรา เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องการเข้าทำสัญญาต่าง ๆ บางคนอาจไม่เพียงแต่เคยได้ยินเท่านั้นแต่ได้เข้าไปทำสัญญาหรือเป็นคู่สัญญากันเลยทีเดียว เช่น น้อง ๆ นักศึกษามีเงินไม่เพียงพอสำหรับศึกษาต่อหรือต้องการที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของทางบ้าน ก็จะไปขอยื่นกู้เงินของกยศ. อยากได้รถยนต์รถมอเตอร์ไซค์ก็เข้าไปทำสัญญากับบริษัทไฟแนนซ์ ต้องการสร้างบ้านที่อยู่อาศัยก็ไปทำสัญญายื่นเรื่องขอกู้กับธนาคาร ทำธุรกิจแต่ต้องใช้เงินหมุนเวียนก็นำทรัพย์สินต่าง ๆ ที่มีไปจำนอง จำนำ ค้ำประกัน เหล่านี้เป็นต้น 

แล้วอยากรู้ไหมที่เรียกกันว่า สัญญา นะ ในทางกฎหมายเค้ามีหลักเกณฑ์สำคัญกำหนดไว้อย่างไรบ้างจึงจะถือว่าเป็นสัญญาที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบตามกฎหมาย และหากไม่ถูกต้องกฎหมายก็ไม่ยอมรับว่านั่นคือ สัญญา

สาระสำคัญที่จะเป็น “สัญญา” ทางกฎหมายประกอบด้วย 3 ประการดังนี้
1. ต้องมีบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป
2. ต้องมีการแสดงเจตนาต้องตรงกัน
3. ต้องมีวัตถุประสงค์ในการทำสัญญา

ประเภทของสัญญา แบ่งลักษณะของสัญญาออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน คือ
1.สัญญาต่างตอบแทนกับสัญญาไม่ต่างตอบแทน
2.สัญญามีค่าตอบแทนกับสัญญาไม่มีค่าตอบแทน
3.สัญญาประธานกับสัญญาอุปกรณ์
4.สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
5.เอกเทศสัญญากับสัญญาไม่มีชื่อ

ส่วนการเข้าทำสัญญาต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น กฎหมายเรียกว่า นิติกรรม ซึ่งมีหลักเกณฑ์สำคัญคือ ต้องมีการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง ต้องกระทำด้วยความสมัครใจไม่ได้ถูกบังคับหรือถูกล่อหลอก มุ่งให้มีผลผูกพันกันทางกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ทำลงโดยชอบด้วยกฎหมาย