กว่าจะมาเป็นระบบ Vitual ID
การยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา สมาชิกทุกประเภทจะต้องยื่นบัตรแสดงตัวตนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการเป็นสมาชิกสถานภาพปัจจุบัน จึงจะสามารถยืมหนังสือ ตำราเรียนต่างๆ ได้ นักศึกษาทราบไหมว่า ก่อนจะมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะพัฒนามาใช้ระบบ Smart Library ระบบห้องสมุดอัตโนมัติของรุ่นพี่เป็นอย่างไร เมื่อพ้นยุคการแสดงตัวตนด้วยบัตรนักศึกษาเมื่อยืมคืนหนังสือกับเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ยืมคืนแล้ว ก็ปรับเปลี่ยนเป็นการแสดงตัวตนด้วยการสแกนลายนิ้วมือ โดยเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ นักศึกษาใหม่ต้องมาลงทะเบียนบันทึกลายนิ้วมือและถ่ายภาพลงในฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงกับระบบห้องสมุดอัตโนมัติ บันทึกการเข้า ออกศูนย์บรรณสารฯ ด้วยการ Scan ลายนิ้วมือ ดังในภาพเก่าที่นำมาแสดงให้เห็น ซึ่งใช้เวลาในการบันทึกข้อมูลสมาชิกใหม่ เป็นอันมาก ดังนั้นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จึงได้พัฒนาระบบ Smart card จากระบบอ่านข้อมูลจากแถบ Barcode มาเป็นระบบฝังชิพข้อมูล และเป็นระบบ RFID (Radio Freqency Identify ในปัจจุบัน ทำให้สมาชิกห้องสมุดไม่ต้องต่อคิวรอใช้บริการยาวเหมือนในอดีต และมีภาพโปรไฟล์สวยหล่อปรากฎระบบคุณภาพดีกว่าระบบเก่า
เมื่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น WU App รวบ E-Service ต่างๆ ไว้ภายใน App เนื่องจากเห็นว่านักศึกษาทุกคืนพก Smart phone หรืออุปกรณ์อิเลิกทรอนิกส์ที่ติดตั้ง WU App ไว้ตลอด ซึ่งแก้ไขปัญหาลืมบัตรนักศึกษา ป้องกันไม่ให้มีการทุจริตนำบัตรผู้อื่นมาสวมรอยใช้ยืมหนังือ โดยให้ Smart card เป็น Virtual ID นักศึกษาก็จะได้รับความสะดวกเมื่อผ่านประตูเข้า-ออกศูนย์บรรณสารฯ ใช้ WU App ยืม คืน กับเครื่อง Self Check, Book Drop 24 ชั่วโมง ด้วยตนเอง จองห้องประชุมค้นคว้าบรรณปัญญา 1-8 ด้วยตนเองล่วงหน้า ทำให้ลดระยะเวลาในการดำเนินการต่างๆ เพราะฐานข้อมูลนักศึกษาเชื่อมโยงกับระบบ E-Service ต่างๆ ของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ได้รับความสะดวกกันทั้งผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ และฝึกทักษะทางด้าน IT ซึ่งเป็นคุณลักษณะของบัณฑิตศตวรรษที่ 21 ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ทุกคน กว่าจะพัฒนาระบบบริการต่างๆ ให้เป็น E-Service ได้ก็ต้องได้รับความร่วมมือใช้ระบบด้วยตนเองให้เต็มที่ เพื่อความถูกต้องในการประมวลผลและวิเคราะห์พัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม