วันประชากรโลก (World Population Day)
วันประชากรโลก (World Population Day)
11 กรกฎาคม
เป็นวันสำคัญประจำปีในวันที่ 11 กรกฎาคม กำหนดขึ้นเพื่อให้เกิดความตระหนักในประเด็นปัญหาของประชากรโลก วันสำคัญนี้กำหนดขึ้นโดยคณะมนตรีประศาสน์การของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนา[1] เมื่อ พ.ศ. 2532 เกิดจากแรงดลใจของสาธารณชนที่ให้ความสนใจใน “วันห้าพันล้าน” ซึ่งเป็นวันที่คาดการณ์ว่าประชากรของโลกจะมีจำนวนประชากรเพิ่มเป็น 5,000,000,000 (ห้าพันล้าน) คนในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
‘เมือง’ ก่อนและหลังโควิด-19
โควิด-19 ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ทั้งวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และอาจรวมถึงความเป็นเมือง (Urbanization) ที่ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าการเกิดโรคระบาดทำให้การขยายตัวของเมืองจะยังเป็นแบบเดิมอยู่หรือไม่
UN ระบุว่าในปี 1975 มีเพียง 4 เมืองในโลกเท่านั้นที่จัดว่าเป็นมหานคร (Megacity) และปี 2000 เพิ่มขึ้นเป็น 18 เมือง ขณะที่ปี 2015 เพิ่มขึ้นเป็น 22 เมืองและมีแนวโน้มจะมีมากขึ้นในอนาคต
ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน แพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียทำให้ความเป็นเมืองไปสู่ทุกหนทุกแห่ง คนที่อยู่ในเมืองกับคนที่อยู่ชานเมืองต่างรับรู้สิ่งเดียวกัน มีวิถีชีวิตที่คล้ายกัน และโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรพอๆ กัน
สอดคล้องกับประชากรที่ย้ายมาอาศัยแถบชานเมืองเพิ่มมากขึ้น ทำให้โครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะขยายตัวตามเพื่อรองรับการดำเนินชีวิต พร้อมกับการเกิดขึ้นของแนวคิดเมืองอัดแน่น (Compact City) และแนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เขียนไว้ในเว็บไซต์ the101 ระบุว่า เมืองหลังโรคระบาดจะเปลี่ยนไป โดยเมืองใหญ่ๆ ที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นอาจไม่ใช่คำตอบของคนในการมองหาความมั่นคงในชีวิตอีกต่อไป และเมืองเล็กๆ อาจปลอดภัยกว่า นอกจากนั้นจะเกิดการกระจายอำนาจและความเจริญไปทั่วประเทศ เพื่อให้แต่ละเมืองอยู่รอดได้ด้วยเศรษฐกิจมั่นคงเลี้ยงตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาส่วนกลาง ส่วนคนที่หางานทำในเมืองอาจคิดแล้วว่า อนาคตของตัวเองคือกลับไปสร้างงานที่บ้านเกิด ซึ่งอาจจะมั่นคงและปลอดภัยกว่าในเมืองใหญ่
อ้างอิง : อริญชัย วีรดุษฎีนนท์ : www.gqthailand.com / wikipedia.org
- โทรศัพท์ภายนอก 0 7567 3336
- โทรศัพท์ภายใน 73336
- ksuwat@wu.ac.th