ระบบตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ (Automatic Speed Enforcement System) จะทำหน้าที่คอยตรวจจับความเร็วของรถที่วิ่งเกินกำหนด (สามารถกำหนดค่าความเร็วของรถได้) ในพื้นที่ที่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับไว้

● สามารถตรวจจับได้ในระยะ 120 เมตร จากตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์
● ตรวจจับพร้อมกันได้ถึง 4 เลน
● ตรวจจับความเร็วรถสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
● ใช้หลักการของ Doppler Radar ที่มีความแม่นยำสูง
● สามารถแยกประเภทรถได้ถึง 3 ประเภท
● สามารถตรวจจับและถ่ายภาพได้แม้ในช่วงเวลากลางคืน
● บันทึกภาพรถ, ป้ายทะเบียน, ความเร็ว, วันเวลาที่กระทำผิด ตรวจสอบย้อนหลังได้
● ส่งสัญญาณและข้อมูลที่ได้ไปยังศูนย์ควบคุมกลาง ง่ายต่อการควบคุมและจัดการ
● มีโปรแกรมวิเคราะห์จับภาพป้ายทะเบียนเพื่อเป็นข้อมูลหลักฐานประกอบการออกใบสั่ง
● มีโปรแกรมจัดการเพื่อออกใบสั่ง ได้แบบ Real Time และย้อนหลังได้, ใบสั่งจัดเก็บไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี
● รองรับการเชื่อมต่อกับกรมการขนส่ง เพื่อใช้สืบค้นหาข้อมูลเจ้าของรถ

ระบบตรวจจับความเร็วอัตโนมัติในปัจจุบันมีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ

1.ระบบตรวจจับความเร็วติดตั้งแบบถาวรเป็นระบบกล้องตรวจจับความเร็วยานพาหนะ โดยติดตตั้งแบบถาวรและทำงานอัตโนมัติ 24 ชม. Day-Night ส่งผ่าน ข้อมูลแบบ Real-time ผ่านสัญญานอินเตอร์เน็ต สามารถครอบคลุม พื้นที่ตรวจจับได้ 2-6 ช่องจราจร และสำรองข้อมูลได้สูงสุดถึง 1 เดือน ในกรณีระบบไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Server ได้ สามารถตรวจจับ ความเร็วได้สูงสุด 200 กม./ชม.

2.ระบบตรวจจับความเร็วที่ เคลื่อนย้ายได้เป็นระบบกล้องตรวจจับความเร็ว ยานพาหนะ ที่ออกแบบให้สามารถเคลื่อนย้ายไปตามจุดต่างๆ ที่ต้องการได้สะดวก พร้อมทั้งมีระบบสำรองข้อมูลในตัว และสามารถ ออกใบสั่ง ณ จุดเกิดเหตุได้ทันที

3.ระบบตรวจจับความเร็วที่ ติดตั้งอยู่บนยานพาหนะเป็นระบบกล้องตรวจจับความเร็ว ยานพาหนะ ที่ออกแบบให้ติดตั้งอยู่ในยานพาหนะ เพื่อสามารถตรวจจับ ความเร็วยานพาหนะขณะเคลื่อนที่หรือขณะจอดอยู่ได้

Visits: 124

Comments

comments