Categories: Uncategorized

การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ “การกำกับ ติดตามและพัฒนานวัตกรรมฯ”

group of business people at an office desk

การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์จะทำให้สำเร็จได้อย่างไร?

  1. มีเป้าหมายที่ชัดเจน
  2. มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
  3. มีวินัย เคร่งครัด
  4. ทำงานอย่างหนัก
  5. มีแผนปฎิบัติการ (action plan) ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย

ลองมาขยายความแต่ละข้อให้เข้าใจมากขึ้นกันนะคะ

  • มีเป้าหมายชัดเจน หมายความว่า จะต้องมีวัตถุประสงค์ รวมถึงต้องมีวิธีการบรรลุวัตถุประสงค์ที่เป็นรูปธรรม มีทรัพยากรที่เหมาะสม มีปฏิทินการปฏิบัติงานที่ชัดเจน และจะต้องมีการกำหนดผู้รับผิดชอบปฏิบัติงาน

การมีปฏิทินการปฏิบัติงานที่ชัดเจน จะต้องสามารถระบุได้ว่า

  1. งานที่รับผิดชอบทั้งปีมีอะไรบ้าง
  2. ระบุชัดเจนว่าเมื่อไหร่ต้องทำอะไร
  3. ตรวจสอบปฏิทินเป็นประจำว่าไม่มีส่วนใดตกหล่นหรือไม่เรียบร้อย
  4. เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานตามปฏิทินโดยเฉพาะจะต้องเตรียมทรัพยากรที่ใช้
  5. หากพบปัญหาอุปสรรค ต้องเร่งรัดแก้ไขโดยด่วน
  6. บันทึกผลการปฏิบัติงานเป็นหลักฐานทุกวัน

การบริหารงานของภาครัฐในอดีตจะเน้นที่การบริหารปัจจัยนำเข้า  (Inputs)  ซึ่งได้แก่  ทรัพยากรต่าง ๆ  ที่รัฐจะนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน  คือ  เงิน  คน  วัสดุ  ครุภัณฑ์ต่าง ๆ  โดยเน้นการทำงานตามกฏ  ระเบียบ  และความถูกต้องตามกฎหมาย  และมาตรฐาน  แต่การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์จะเน้นที่ผลลัพธ์  (Outcomes)  ของงาน  โดยจะให้ความสำคัญที่การกำหนดพันธกิจและวัตถุประสงค์ของโครงการ / งาน  เป้าหมายที่ชัดเจน  การกำหนดผลผลิตและผลลัพธ์ที่ต้องการของทุกโครงการในองค์การให้สอดคล้องเป็นไปในทางเดียวกับภารกิจและวัตถุประสงค์ขององค์การ  มีการกำหนดตัวบ่งชี้วัดผลการทำงานหลัก  (Key  Performance  Indicators – KPI)  ไว้อย่างชัดเจน  เป็นที่เข้าใจของทุกคนในองค์การ  การวัดความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานโดยใช้ตัวบ่งชี้วัดดังกล่าว  การยืดหยุ่นทางการบริหารและสนับสนุนทรัพยากรแก่ผู้บริหารระดับล่างอย่างเหมาะสม  การประเมินผลการปฏิบัติงานและการให้ค่าตอบแทนตามผลงาน  ตลอดจนการปรับปรุงพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น  เพื่อให้สามารถสนองตอบต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนในฐานะผู้รับบริการจากองค์กรของรัฐได้เป็นอย่างดี

การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยหลักๆ ควรจะต้องตรวจสอบสิ่งเหล่านี้

  1. ตรวจสอบทุกงานว่าจะต้องใช้เวลาทำเท่าไหร่
  2. ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่จะทำงานให้สำเร็จ
  3. ตรวจสอบว่าจะทำให้การทำงานแต่ละกรณีรวดเร็วขึ้นได้อย่างไร
  4. บันทึกขั้นตอนการทำงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ไว้เป็นหลักฐานในการปฏิบัติงาต่อไป
  5. งานที่ไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ให้ปรึกษาหัวหน้าว่าควรจะทำอย่างไร
  6. งานที่ไม่สามารถทำได้ตามระเบียบ แต่ถ้าไม่ทำจะมีปัญหา ให้รายงานผู้บังคับบัญชาระดับสูง ห้ามตัดสินใจเองโดยพลการ

การกำกับงาน (Tracking)

  1. งานที่ปฏิบัติเอง ต้องตรวจสอบทุกวันว่าเป็นไปตามปฏิทินหรือไม่
  2. งานที่ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ ต้องกำกับทุกวัน ว่ามีความคืบหน้าหรือมีปัญหาอย่างไร
  3. ในการกำกับงาน หากพบว่ามีปัญหาให้แนะนำ วิธีแก้ไขแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทันที ถ้าอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ให้รายงานผู้บังคับบัญชารที่สูงขึ้นไป เพื่อขอคำแนะนำ
  4. งานที่เกี่ยวข้องกับผลการประชุม และการลงนามของกรรมการหากเร่งด่วนให้เสนอลงนามโดยตรง (Byhand)
  5. เมื่องานเสร็จให้สรุปเสมอว่ามีส่วนใดต้องปรับปรุง

Views: 40

Comments

comments

You May Also Like