หนังสือประกอบการเรียน GEN64-131 ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4

ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 (Thai Civilization and Global Citizen)

คำอธิบายรายวิชา

วิชานี้ศึกษาแนวคิดและกระบวนการพัฒนาวิถีความเป็นไทยทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมจากอดีตถึงปัจจุบันที่ก่อให้เกิดความศิวิไลซ์ของความเป็นไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของสังคม รวมทั้งการศึกษาพัฒนาการของสังคมโลกที่มุ่งเน้นคุณค่าของสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  โดยเฉพาะการเคารพความแตกต่าง ความหลากหลายทางสังคม การยึดหลักธรรมาภิบาลและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยอธิบายให้เห็นถึงการเชื่อมโยงของวิถีสังคมไทยกับความเป็นพลเมืองโลก
  • หนังสือประกอบรายวิชา ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 ซึ่งเป็นหนังสือเพิ่มเติมจากชุดเดิม คือ 1 2 และ 3 ชุดที่ 4 จะเป็นหนังสือด้านไหนบ้าง มาสำรวจกัน
  • หนังสือ ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 เน้นด้านวิทยาศาสตร์
  • หนังสือ ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 เน้นด้านความก้าวหน้าด้าน
  • หนังสือ ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 เน้นด้านสิ่งแวดล้อม 
  • หนังสือ ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 เน้นด้านแนวคิด หรือความคิดหลากหลายมุมมอง
  • หนังสือ ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 เน้นด้านอื่น ๆ ที่รวบรวมไว้ด้วย

รายการหนังสือชุด ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4

รายชื่อหนังสือ ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4

Why? สิ่งแวดล้อม (ฉบับการ์ตูน)

สารานุกรมความรู้วิทยาศาสตร์ ฉบับการ์ตูน ที่จะสอนให้เด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อ “ไอริส” และ “โซ่” ไปปิกนิกกันในป่า และโซ่แอบทิ้งขยะในป่าระหว่างปิกนิก และโซ่ก็ถูก “เดซี” แม่มดน้อยแห่งผืนป่าจับตัวสั่งสอน เธอมีภารกิจสำคัญในการเดินทางตามหาคุณยายแม่มดที่หายไป เพราะป่าถูกทำลายคุณย่าแม่มดของเธอจึงหายไป ทางเดียวที่จะช่วยได้คือการทำให้ผืนป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ การรักษาสิ่งแวดล้อม แม่มดน้อยพาทั้งคู่ไปเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม ป่าที่ถูกทำลาย สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ มลพิษทางน้ำ อากาศ และดิน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ แล้วทั้งสามจะทำอย่างไร ได้เวลาแล้วที่เราจะช่วยกันพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว เริ่ม!

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberFic. ว6ต 2543
Authorวาสคอนเซลอส, โจเซ่
Titleต้นส้มแสนรัก : ภาค 2 / โจเซ่ วาสคอนเซลอส เขียน ; สมบัติ เครือทอง แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 3
Publishedกรุงเทพฯ : ประพันธ์สาส์น, 2543
Detail354 หน้า ; 18 ซม
Added Authorสมบัติ เครือทอง

The whys of life ชีวิตต้องสงสัย

หนังสือรวม 19 บทความที่ผู้เขียนเคยเขียนลงเว็บ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง ผู้เขียนนำเสนอเรื่องราวพร้อมยกบทวิจัย หลักทฤษฎีทางพฤติกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา เขียนใช้ภาษาให้อ่านง่าย อ่านไว เข้าใจ ได้ความรู้ ไขข้อสงสัย และจับบริบทสังคมไทยให้เห็นภาพ ทำไมคนไทยถึงชอบอวดคำนำหน้าชื่อ?

“หนึ่ง-คนเราแคร์เรื่องฐานะของตัวเองมากกว่าเงินทองที่เรามี สอง-ยิ่งความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้สูงขึ้นความสุขที่เราได้มาจากการเปรียบเทียบก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก” (หน้า 27)

เล่มบางมาก เนื้อหาแบ่งเป็นตอนประมาณตอนละ 5-6 หน้า หลายเรื่องน่าสนใจ มีการเอาผลการทดลองมาพิสูจน์ข้อสงสัย อ่านแล้วสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตได้ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ การงาน เป้าหมาย 

“Behavioural Guidelines 4 ข้อในการตัดสินใจเลือก เพื่อความสุขในอนาคต 

1. สิ่งที่เราชอบในวันนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราชอบในวันหน้า 

2. ถ้าอยากเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็ควรจะเลือกในสิ่งที่มีความหมายด้วย 

3. กรณีที่ไม่รู้ว่าชอบอะไร แล้วมีคนอื่นแนะนำให้ทำตามที่เขาบอก ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า ทำไมเขาถึงแนะนำสิ่งนี้ให้กับเรา 

4. ถ้าอยากรู้ว่าสิ่งที่กำลังคิดจะทำนั้นจะทำให้เรามีความสุขในอนาคตไหม ลองถามคนที่กำลังทำสิ่งนั้นอยู่ว่าเขารู้สึกอย่างไร” (บทที่ 18)

เนื้อหาในแต่ละบทเป็นเหมือนคำถาม และผู้เขียนมาตอบคำตอบ มีการยกบทความ งานวิจัย มาอธิบาย ชวน (ให้) อ่าน อาจช่วยคลายปม ข้อสงสัย ได้รู้ในสิ่งที่เคยรู้ ความน่าสนใจอยู่ที่ คำอธิบายบางเรื่องที่เราไม่เคยรู้มันอยู่ใกล้เสียคนคาดไม่ถึงเชียวละ

“สาเหตุที่ผู้ใหญ่มักมองว่าเด็กสมัยนี้ไม่ได้เรื่องนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะความรู้สึกของตัวเราในปัจจุบันมักทำให้เรา ‘จำผิด’ และคิดไปเองว่า สมัยยังเด็กเราก็มีความคิดและความชอบเหมือนกับตัวเราในสมัยนี้ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง สิ่งที่เราคิดหรือชอบในอดีตมักจะไม่ค่อยเหมือนกับตัวเราในปัจจุบันสักเท่าไร ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มักจะเกิดจาก Subconscious หรือจิตใต้สำนึกมากกว่าจะเป็น Conscious Choice หรือทางเลือที่ทำไปโดยเจตนา” (หน้า 47)

อ่านสนุก อ่านเพลิน แนะนำให้อ่านเพื่อเปิดมุมมอง และนำมาปรับใช้กับตัวเองได้เพราะทุกเรื่องคือเรื่องรอบตัวเรา 

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF199 ณ63ด 2564
Authorณัฐวุฒิ เผ่าทวี, 2521
TitleThe whys of life ชีวิตต้องสงสัย / ณัฐวุฒิ เผ่าทวี
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : แซลมอน, 2564
Detail134 หน้า ; 18 ซม
Table of contentความโชคดีมีจริงไหม — ทำไมคนเก่งจริงถึงไม่มีที่ยืนในสังคม — ทำไมคนไทยถึงชอบอวดคำนำหน้าชื่อ — อะไรคือวิธีโน้มน้าวใจคนง่ายๆ ในแบบฉบับพฤติกรรมศาสตร์ — คำพูดแบบไหนคือสัญญาณการโกหกของคนพูดอย่างทำอย่าง — ทำไมผู้ใหญ่ถึงมองว่า ‘เด็กสมัยนี้’ แย่กว่าตัวเอง — ทำไมเพื่อนที่เคยสนิทถึงไม่สนิทเหมือนเก่า — ทำอย่างไรเมื่อเพื่อนมาสารภาพเรื่องน่าอายกับคุณ — ทำไมการแชร์ความเจ็บปวดทำให้คนแปลกหน้าหันมารักกัน — ทำไมโซเชียลมีเดียจึงเป็นศัตรูต่อการยอมรับความคิดที่แตกต่าง — มนุษย์โลภมากจริงหรือไม่? — อะไรคือวิธีเพิ่มยอดขายที่ดีกว่าการแจกคูปองลดราคา — จริงหรือไม่ที่คนชอบของใหม่มากกว่าของเก่า — ทำไมคนเราจึงกลัวการลาออกจากงานที่เกลียด — รับมืออย่างไรในวันที่หน้าที่การงานทอดทิ้งเรา — ทำไมสิ่งที่ฆ่าเราไม่ตายจึงทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น — อะไรคือวิธีป้องกันการฆ่าตัวตายที่ดีที่สุด — เลือกเส้นทางเดินชีวิตหลังเรียนจบอย่างไรที่ดีต่อใจที่สุด — เราจะมีความสุขได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยคววามไม่แน่นอน
Subject
Subject
Subject

โลกร้อน ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง

   อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเป็นนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมระดับโลก ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในบทบาทของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2550 ร่วมกับคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC จากความพยายามในการสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอันเกิดจากมนุษย์ และการวางรากฐานสำหรับมาตรการซึ่งจำเป็นสำหรับการบรรเทาสภาวการณ์ดังกล่าว  อัล กอร์ บอกเราว่าชั้นบรรยากาศเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดในระบบนิเวศของโลกใบนี้ ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องของผลกระทบระยะยาว นานกว่าจะเห็นผลแต่เมื่อปรากฏผลแล้วก็สายเกินแก้ ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรสูงขึ้น เกิดพายุรุนแรงและถี่ขึ้น ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นถึงการลดลงอย่างรวดเร็วของน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา และเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งหากน้ำแข็งละลายหมดจะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงถึง 6 เมตร 

“หากอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5 องศา อุณหภูมิที่เขตศูนย์สูตรจะเพิ่มขึ้นเพียง 1-2 องศาเท่านั้น แต่ที่ขั้วโลกเหนือจะเพิ่มมากขึ้นถึง 12 องศา อุณหภูมิบริเวณขอบทวีปแอนตาร์กติกาก็จะเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน” (หน้า 149)

สภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งแปรเปลี่ยนด้วยน้ำมือมนุษย์ ป้ญหาวิกฤตการณ์โลกร้อนที่ให้ความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งตั้งแต่จุดเริ่มต้นของปัญหาโลกร้อน ไปจนถึงจุดจบของโลกใบนี้ในอนาคต ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในเวลาอีกไม่กี่สิบปี เต็มไปด้วยกรณีศึกษาและภาพประกอบเปรียบเทียบหลายหลายสถานที่ สร้างความตระหนกและสะเทือนต่อมความรู้สึกของผู้อ่านในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ทุกคนตื่นตัวรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงใช้ชีวิตที่เหลือเร่งเรียนรู้และรักษาโลกใบนี้เอาไว้ เพื่อลูกหลานในอนาคตต่อไป

“เราคุ้นเคยกับการคิดถึงเพียงผลร้ายจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราทำให้เพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศ แต่บัดนี้เรายังต้องกังวลถึงความเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอีกด้วย” (หน้า 168)

เป้าหมายหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ต้องการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยนำเสนอผ่านข้อมูลจากทุกภาคส่วน และสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลกที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลาย เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจ ตื่นตัว มีความสนใจ และปฏิบัติอย่างถูกต้องเกี่ยวกับมีส่วนร่วม ชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อน หนังสือไม่ใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มากนัก มีภาพประกอบ อ่านเข้าใจง่าย ผู้เขียนได้เสนอการมีส่วนร่วมในการช่วยแก้วิกฤตการณ์สภาพอากาศ การลดการปล่อยคาร์บอน การใช้พลังงานสีเขียว สนับสนุนสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฯลฯ  

“ปัญหาประการที่สี่ ซึ่งเป็นประการสุดท้ายเกี่ยวกับความคิดของเรา ว่าด้วยเรื่องภาวะโลกร้อน คือความเข้าใจผิดพลาดใหญ่หลวงที่ว่า หากเรื่องนี้เป็นภัยคุกคามหนักหนาอย่างที่นักวิทยาศาสตร์พยายามบอกจริง เราก็คงไม่อยู่ในฐานะที่จะแก้ไขอะไรได้ ดังนั้น วางเฉยเสียเลยจึงน่าจะดีกว่า ผู้คนจำนวนมากเปลี่ยนจากการปฏิเสธไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกร้อน ไปสู่ความสิ้นหวัง โดยไม่หยุดคิดก่อนเลยว่า “เราช่วยแก้ไขมันได้!”” (หน้า 276)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberQC981.8.G56 ก5415ล 2550
Authorกอร์, อัลเบิร์ต, ค.ศ. 1948-
Titleโลกร้อน ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง : เปิดโปงวิกฤตสิ่งแวดล้อมและทางรอดของมวลมนุษย์ = An inconvenient truth : the planetary emergency of global warming and what we can do about it / อัล กอร์ ; คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์, แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 4
Editionพิมพ์ครั้งที่ 2
Publishedกรุงเทพฯ : มติชน, 2550
Detail(8), 325 หน้า : ภาพประกอบสี, แผนที่สี ; 23 ซม
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added AuthorGore, Albert, 1948-
Added Authorคุณากร วาณิชย์วิรุฬห์

วิทยาศาสตร์แห่งความเหงา

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเหตุ ธรรมชาติ ผลของความเหงา และพลังของสายสัมพันธ์ทางสังคม

สมองและร่างกายที่ตอบสนองทางสังคมเหตุผลที่สายสัมพันธ์สำคัญต่อความเป็นมนุษย์

“เพราะสายสัมพันธ์ทางสัมคมมีบทบาทในการสร้างสติปัญญาอันชาญฉลาดให้แก่เรา … ความจำเป็นในการสื่อสารกับคนอื่น ๆ นั้นคือส่วนสำคัญที่ทำให้เราเป็นอย่างที่เราเป็นในทุกวันนี้” (หน้า 25)

ทำความรู้จักกับ ‘ความเหงา’ ลึกซึ้งลงไปถึงแก่น 3 ปัจจัยแห่งปัญหาความเหงา 

  • 1.ระดับความต้องการถูกนับรวมทางสังคม 
  • 2.ความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย 
  • 3.การใช้เหตุผลต่อตัวเองและผู้อื่น

ผู้เขียนทั้งสองได้ศึกษาความเหงาในแง่วิทยาศาสตร์และประสาทศาสตร์นานหลายปี เรียกได้ว่าเล่มนี้เป็นงานบุกเบิกการศึกษาความเหงาก็ว่าได้ “วิทยาศาสตร์แห่งความเหงา” พยายามอ่านจนจบ ต้องใช้คำว่าพยายามเพราะเป็นหนังสือที่อ่านได้ช้ามากถ้าเป็นผู้อ่านที่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ กายวิภาคศาสตร์ จิตวิทยา จะทำให้อ่านเข้าใจได้ง่าย อ่านได้เร็ว ไม่แนะนำให้อ่านแบบข้าม ๆ แนะนำให้อ่าน อ่านจนจบจะเข้าใจควาหมายของความเหงาอย่างลึกซึ้ง มากกว่าแค่ความรู้สึก แต่ทำให้เราสามารถจัดการกับจิตใจ สมอง กาย ของตัวเองได้ ขจัด “ความเหงา” ก่อนที่มันจะขจัดตัวเรา

“บ่อยครั้งที่ความพยายามที่จะบรรเทาความเจ็บปวดจากความเหงาและการหาทางตอบสนองความต้องการที่จะเข้ากลุ่มกับคนอื่น ๆ สำคัญกว่าเป้าหมายอื่น และทำให้เราก้าวข้ามความพึงพอใจและประโยชน์ส่วนตนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ระยะยาวที่ดีและครอบคลุมขึ้น” (หน้า 282)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF575.L7 ค62ว 2563
Authorคาชิออปโป, จอห์น ที
Titleวิทยาศาสตร์แห่งความเหงา = Loneliness : human nature and the need for social connection / John T. Cacioppo และ William Patrick เขียน ; โตมร ศุขปรีชา แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : Salt, 2563
Detail382 หน้า : ภาพประกอบ ; 20 ซม
Table of contentภาคหนึ่ง: หัวใจอ้างว้าง — เดียวดายในสังคมโลก — ตัวแปร การควบคุม และบังเหียนที่ยืดหยุ่น — สูญเสียการควบคุม — ยีนเห็นแก่ตัว สัตว์สังคม — ความสากลและความเฉพาะตัว — การสึกหรอของความเหงา — ภาคสอง: จากยีนเห็นแก่ตัวสู่สัตว์สังคม — สายใยแห่งความเชื่อมโยง –สิ่งมีชีวิตที่ขาดสังคมไม่ได้ — รู้จักตัวเอง มิใช่ใครอื่น — ขัดแย้งโดยธรรมชาติ — ความขัดแย้งในธรรมชาติ — ภาคสาม: แสวงหาความหมายในสายสัมพันธ์ — การปรับตัว 3 แบบ — พลังของสายสัมพันธ์ทางสังคม
Abstractความเหงาเป็นสิ่งสากล อาจจะบ่อยหรือไม่บ่อย มากหรือน้อย แต่เชื่อว่าในชีวิตของทุกคนต้องเคย ‘เหงา’ แต่รู้ไหมว่าความเหงาไม่ใช่เรื่องของคนเมืองยุคใหม่เท่านั้น แต่ความเหงาอยู่กับเรามาแต่บรรพกาล ก่อนหน้าที่มนุษย์จะวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์อย่างทุกวันนี้เสียอีก อย่างที่เรารู้กันว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ความเหงาจึงเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ และที่จริง หากปราศจากความเหงา, มนุษย์ก็อาจไม่เป็นมนุษย์อย่างที่เราเห็นก็ได้ เพราะความเหงามีส่วนสำคัญทำให้มนุษย์รอดชีวิตจากภยันตรายต่างๆ มาได้ ความเหงาดึงดูดมนุษย์ให้อยู่รวมกลุ่ม และการอยู่รวมกลุ่มนั้นเองที่ทำให้เรามีอำนาจต่อกรกับพลังของธรรมชาติมาได้ ผู้เขียน จอห์น ที. คาชิออปโป จากมหาวิทยาลัยชิคาโก จะพาเราไปทำความรู้จักกับ ‘ความเหงา’ ลึกซึ้งลงไปถึงแก่นของมัน ผู้เขียนศึกษาความเหงาในแง่วิทยาศาสตร์และประสาทศาสตร์มานานหลายสิบปี หนังสือเล่มนี้เรียกได้ว่าเป็นงานบุกเบิกการศึกษาเรื่องความเหงาเล่มแรกๆ ของโลกก็ว่าได้ “วิทยาศาสตร์แห่งความเหงา” จะทำให้คุณเข้าใจความเหงาอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าแค่ความรู้สึก
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorโตมร ศุขปรีชา
Added Authorแพทริก, วิลเลียม, ค.ศ. 1948-

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย

ข้อเขียนในหนังสือเล่มนี้ รวบรวมมาจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก Roudfinger สำหรับผู้เขียนแล้ว พื้นที่นี้ทำหน้าที่คล้ายสมุดบันทึกสำหรับจดเรื่องราว ความคิด ความรู้สึก ความถึงความเข้าใจในแต่ละวัน สะสมไว้ วันเวลาผ่านไปหนึ่งปี-สองปี ผู้เขียนหยิบขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็พบว่า บันทึกเหล่านี้มีกลุ่มก้อน “ความเข้าใจ” ในช่วงเวลานั้นของชีวิตตกกะกอนเป็นผลึกหลายเหลี่ยม

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF637.C5 น6ท 2563
Authorนิ้วกลม
Titleทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย / นิ้วกลม
Publishedกรุงเทพฯ : KOOB, 2563
Detail447 หน้า : ภาพประกอบ ; 19 ซม
Noteพิมพ์ครั้งที่ 9
Table of contentทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย — ชีวิตเป็นอย่างไร อยู่ที่เราเล่ามันอย่างไร — ใจสำคัญที่สุด — ผู้ใหญ่ที่น่ารัก — สิ่งที่ไม่ควรสูญหายไปกับวัยเด็ก –อยู่กับปัจจุบัน — อยู่กับคำตอบ — ชีวิตกับสิ่งที่เราควรเฉยไว้ — การงาน –คุยกับลุลาว่า ร้องเพลงด้วยความรู้สึกแบบไหน –คนบางคนนับเป็นทรัพย์เลอค่าของโลกใบนี้ –งานที่อยากทำคืองานที่เราอยากเสพ — ถอนตัวจากสนามแข่ง –คนหนุ่มผู้ถูกโลกโขกสับ — รอยชอล์กบนดาวเคราะห์ — คำแนะนำจากชีวิต –ถอยจากสนามแข่ง – ยอม — สีแสงแห่งความจริง — ยอมรับ –เลือกแบบไหน — ใจกว้าง — คาถาคนใจกว้าง — คาถาเบาใจ –ลดความขัดแย้งในชีวิต — ความสุข — เราต่างเป็นโลมาในอะควาเรียม –อย่ามัวแต่ดูรูปขนมคนอื่น จนลืมกินขนมเอง — ความสุข เท่าที่คิดออก –ความรัก — สิ่งที่แตกแล้วมิอาจกลับคืนเหมือนเดิม? –ห้าของขวัญสำหรับคนที่คุณรัก — สิบข้อถนอมความรัก — สิ่งที่เราค่อย ๆเข้าใจ — เหตุผลที่เขาเดินจากคุณไปเฉย ๆ — จากลา — จากและจำ –จากกันด้วยดี — ความตาย — หนีไม่พ้น — เตรียมตัวตาย –แล้วเราจะจากไป แล้วนกจะยังส่งเสียง — งอกงาม — ความเป็นไปได้ใหม่– คราฟต์ชีวิตให้เป็นศิลปะ — เดิน –เหตุใดเราจึงรู้สึกดีเมื่อเดินเล่นระหว่างท่องเที่ยว — เตร่ — ธรรมชาติ –ให้ธรรมชาติล้างทุกข์ — หนึ่งเดียวกับเขา — กลับบ้านให้แม่กอด — ฝึกใจ– ปลดปล่อยตัวเองออกจากกรงเล็บตัวเอง — สัตว์สายพันธุ์ที่กระหายทุกข์ –ลบประวัติส่วนตัว — น้อยแต่มาก — แด่ มิตรสหายวัยสามสิบปลาย –ความไม่สุด — หยุดในจุดที่พอดี — โอบกอด — โบยบินจากรังดักแด้อันปลอดภัย — สงครามส่วนตัว — โอบกอดความแปลกประหลาดของกันและกัน — ดี ไม่ดี ก็ดีทั้งนั้น — อยู่กับความเปลี่ยนแปลง — อ่าน มูซาชิ ในวัยใกล้สี่สิบ– ธรรมชาติของแต่ละช่วงวัย — “อีกห้าปี มันจะต่างจากตอนนี้มากเลย”
Abstractสมุดบันทึกความคิดและมุมมองต่อชีวิตของ “นิ้วกลม” ในวัยใกล้สี่สิบ ในหัวข้อต่างๆ อ่านแล้วน่าจะพบกับความสงบเย็นในจิตใจ ใจเย็นลง ยอมรับสิ่งต่าง ๆในชีวิต ชื่นชมความสุข โอบกอดความทุกข์และมองเห็นความหมายในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตดังเช่นชื่อหนังสือ “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย”นี่คือหนังสือรวมข้อเขียนจากเฟซบุ๊กที่ผมรักที่สุด ใครเคยประทับใจกับ “Head”หรือ “แล้วชีวิตก็บอกกับเราว่า” หรือ “แล้วความรักก็บอกกับเราว่า”น่าจะชอบเล่มนี้ กับข้อเขียนที่เติบโตขึ้น ยอมรับและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นและมีความสุขกับชีวิตง่ายขึ้น
Subject
Subject

เรื่องเล่าจากร่างกาย เล่ม 1-2

รางวัล: รางวัลชนะเลิศ ประเภทสารคดี (ทั่วไปเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 9 ประจำปี 2555)

ได้รับเลือกเป็นหนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน (อายุ 12-18) ปี 2555

หนังสือ Best Seller ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya

ครั้งแรกที่เห็นหนังสือเล่มนี้ มุมบนขวามือ มีรางวัลการันตี “100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน” ขยับมาอ่านข้อความบนปก “ทำไมเราทำอาหาร” มีความรู้สึกว่า ไปด้วยกันได้หรือ…. แล้วจึงเปิดอ่าน ซึ่งน้อยเล่มมากที่จะข้ามไปอ่านเนื้อหา 

“การสร้างอัณฑะในคนจะเกิดขึ้นใต้ตับ แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วกลับต้องย้ายที่ลงไปอยู่ระหว่างขา ทำไมมันไม่ถูกสร้างที่ระหว่างขาแต่แรก … ” (หน้า 55)

แล้วจึงไปเปิดอ่านมาตั้งแต่หน้าแรก บทนำ สารบัญ เล่ม 1 จะเป็นตอนที่ 1 วิวัฒนาการและกำเนิดมนุษย์ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ชาลส์ ดาร์วิน และทฤษฎีวิวัฒนาการ 

“ดาร์วินเดินทางไปกับเรือ HMS Beagle นานทั้งหมด 5 ปี … เมื่อไรที่มีโอกาสดาร์วินจะลงจากเรือและเข้าไปศึกษาธรรมชาติ จดบันทึกรวมถึงวาดภาพอย่างละเอียด เก็บทุกอย่างที่แปลกตา บุกเข้าไปในป่า พูดคุยและเรียนรู้เรื่องสัตว์และต้นไม้กับคนท้องถิ่น” (หน้า 29)

บทส่งท้าย ตอนที่ 1 มี timeline บอกหัวข้อเรื่องสำคัญของช่วงเวลานั้น ๆ Endnotes สรุปเนื้อหาของแต่ละบทอีก อาจจะเลือกที่จะอ่านเนื้อหาโดยย่อก่อนแล้วจึงกลับไปอ่านเนื้อหาฉบับเต็มก็ได้นะคะ

เนื้อหาหนังสือเล่ม 2 จะเป็นตอนที่ 2 เมื่อมนุษย์ยุคหินมาอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน บทที่ 18 เรื่องของ Hans Selye และหนูทดลอง

“คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมความเครียดถึงทำให้กระเพาะอาหารมีแผลและต่อมไทมัสฝ่อได้ มันเกิดอะไรขึ้น” (หน้า 17)

ท้ายเล่มของเล่ม 2 ก็มี timeline และ Endnotes เพื่อสรุปเนื้อหาภายในเล่มด้วยเช่นกัน

หาคำตอบของทุกเรื่องราวที่อยากรู้ได้ในเนื้อหา อ่านง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะมาก ภาษาเข้าใจง่าย เปิดโลกความรู้เรื่องพันธุกรรม ที่คิดว่าเป็นเรื่องที่ยาก คุณหมอนักเขียนนำมาเล่าให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน แนะนำให้อ่านค่ะ

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberQS4 ช6ร 2565
Authorชัชพล เกียรติขจรธาดา
Titleเรื่องเล่าจากร่างกาย : เข้าใจร่างกาย พฤติกรรม และธรรมชาติผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ / ชัชพล เกียรติขจรธาดา
Editionพิมพ์ครั้งที่ 16
Publishedกรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2565
Detail2 เล่ม : ภาพประกอบ ; 23 ซม
Subject
Subject
Subject

Think Again คิดแล้ว, คิดอีก

 การคิด เพื่อสำรวจว่าอะไรคือสิ่งที่รู้จริง สิ่งที่ไม่รู้คืออะไร และสิ่งที่คิดว่ารู้คืออะไร 

“การคิดทบทวนไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็นในชีวิตเราไปเสียทุกด้าน เพราะพอเป็นเรื่องของสิ่งที่เราครอบครอง เราจะปรับเปลี่ยนมันให้ทันสมัยอย่างกระตือรือร้น” (หน้า 23)

ทักษะทางความคิดที่อาจจะเป็น “ทักษะที่สำคัญที่สุดแห่งยุคนี้” การเปลี่ยนความคิด (rethink) การทิ้งความรู้แบบเดิม (unlearn) และทักษะการคิดทบทวน “think again” หนทางหลักที่จะไปสู่สังคมแบบยอมรับในความคิดเห็นต่างและส่งเสริมการเรียนรู้แบบตลอดชีวิตของมนุษย์ทุกคน ทักษะทางความคิดที่เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสถานการณ์ปัจจุบัน หัวใจของการคิดทบทวนมีสามส่วนคือ

  • ให้สงสัยในสิ่งที่เรารู้
  • ให้อยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่เราไม่รู้
  • ปรับมุมมอง ความคิด ให้สอดคล้องกับความรู้ใหม่ ข้อมูลใหม่

“การทำให้ใครสักคนหมดพลังในการโต้แย้ง แตกต่างจากการโน้มน้าวให้เขาเชื่อ” ทิม ไครเดอร์ (หน้า 143)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF441 ก84ค 2565
Authorแกรนท์, อดัม
Titleคิดแล้ว, คิดอีก = Think again / ผู้เขียน Adam Grant ; ผู้แปล วิโรจน์ ภัทรทีปกร
Publishedกรุงเทพฯ : วีเลิร์น, 2564
Detail420 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Table of contentการคิดทบทวนรายบุคคล : ปรับเปลี่ยนมุมมองของเราให้เท่าทันปัจจุบัน — การคิดทบทวนระหว่างบุคคล : เปิดความคิดของคนอื่น — การคิดทบทวนเป็นกลุ่ม สร้างชุมชนของนักเรียนรู้ตลอดชีวิต
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorวิโรจน์ ภัทรทีปกร

พลังแห่งการตั้งคำถาม

การตั้งคำถาม ไม่ได้มีไว้เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง แต่จะสร้างทางเลือกและเพิ่มความชัดเจนได้ ทุกคำถามไม่มีคำตอบที่ถูกต้องและตายตัว คำถามที่มีความชัดเจนจะทำให้เราได้รับคำตอบตรงกับความต้องการ 

“หนังสือเล่มนี้ช่วยให้คุณรู้วิธีตั้งคำถามที่ช่วยให้คุณเติบโตขึ้น และสามารถพัฒนาศักยภาพของสมองได้ถึงขีดสุด” (หน้า 15)

การตั้งคำถาม

  • เชื่อมโยงความรู้สึกกับเหตุผลเข้าด้วยกัน
  • แก้ไขปัญหาด้วยหลักเหตุผล
  • รู้เท่าทัน
  • ถ้าตั้งคำถามได้ดีก็เหมือนรู้คำตอบครึ่งหนึ่งแล้ว

ผู้แต่งดำเนินเนื้อเรื่องแบบเรื่อย ๆ ค่อย ๆ เผย เปิดความรู้เกี่ยวกับการตั้งคำถาม เปิดหัวข้อ อธิบาย ยกตัวอย่างประกอบ ดึงดูดให้ผู้อ่านคิด และโยงเนื้อหาต่อกัน ทำให้ผู้อ่านติดอยู่กับเนื้อเรื่องและอ่านต่อจนจบเล่มได้ อ่านจบทั้งหกบทแล้วเราจะมีทักษะการตั้งคำถาม รู้ “คำถามที่ดี” “คำถามที่แย่” รู้ว่าควร “ใช้คำถามอย่างไรในชีวิตประจำวัน” ตั้งคำถามเป็น ได้รับคำตอบที่ต้องการ 

“จงเปลี่ยนปัญหาที่คลุมเครือให้เป็นคำถามที่ชัดเจนและหาคำตอบเองได้ ทั้งนี้ คำถามที่ดี จะช่วยให้คุณค้นพบวิธีแก้ปัญหาที่สามารถลงมือทำเองได้” (หน้า 34)

ท้ายบทของทุกบทมีสรุปประเด็นสำคัญในบท โดยส่วนตัวคือชอบและแนะนำให้อ่าน เพราะคำถามที่ดีมีพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง สร้างอนาคต เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ มาเรียนรู้ “การตั้งคำถาม” กับ  โมงิ เคนอิจิโร่  นักวิชาการด้านสมองกันค่ะ

“คนที่มีทักษะการตั้งคำถามก็คือ คนที่สามารถดำเนินชีวิตได้ดี นั่นเอง” (หน้า 224)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF463.Q47 ม96พ 2564
Authorโมะงิ, เคนอิจิโร, ค.ศ. 1962-
Titleพลังแห่งการตั้งคำถาม / โมงิ เคนอิจิโร่ ; ผู้แปล ปาวัน การสมใจ
Publishedกรุงเทพฯ : วีเลิร์น, 2564
Detail228 หน้า ; 19 ซม
Table of contentบทนำ การตั้งคำถามคือพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันไปได้อย่างสิ้นเชิง — บทที่ 1 การตั้งคำถามเปลี่ยนชีวิตคุณได้ — บทที่ 2 ทักษะการตั้งคำถามคืออะไร — บทที่ 3 คำถามที่ดีและคำถามที่ไม่ดี — บทที่ 4 การตั้งคำถามช่วยเพิ่มศักยภาพ — บทที่ 5 8 กิจกรรมที่ช่วยเพิ่มทักษะการตั้งคำถาม — บทที่ 6 เทคนิคการตั้งคำถามที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ — บทส่งท้าย การใช้ชีวิตในยุคน่านน้ำสีคราม
Abstractสิ่งนี้มีพลังเปลี่ยนสมอง เป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์และเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของกูเกิล โตโยต้า และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อนาคตของคุณต่อจากนี้จะถูกตัดสินด้วย “การตั้งคำถาม”ร่วมเรียนรู้ไปกับ โมงิ เคนอิจิโร่ นักวิชาการด้านสมองชื่อดังและผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Little Book of Ikigaiแล้วการตั้งคำถามจะกลายเป็นอาวุธอันทรงพลังที่คุณสามารถนำไปใช้สร้างอนาคตในแบบที่ต้องการ
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorปาวัน การสมใจ

จับให้ได้ว่าใคร "มั่ว"

  •          อันตรายกว่าคำโกหก คือ “คำพูดมั่ว ๆ”  ที่ไม่ได้ดูความเป็นจริง ศาสตร์เปลี่ยนชีวิตที่จะปกป้องคุณไม่ให้คิดและตัดสินใจผิดผลาดด้วยการมองทะลุ “ความเป็นจริงปลอม ๆ” ที่อยู่รอบตัวเรา

           “เรื่องโกหก” ที่ว่าร้าย ยังไม่อันตรายเท่าสิ่งที่เรียกว่า “เรื่องปั้นน้ำเป็นตัว” มันคือความมั่วตาใสที่ไม่สนใจความเป็นจริง ทำให้เราคิดและตัดสินใจผิดพลาดกันอยู่ทุกวี่วัน ปัญหาคือ ไม่ว่าจะฉลาดรอบรู้แค่ไหน เราต่างหลุดหลงไปเชื่อเรื่องไม่จริงได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจากคนใกล้ตัวเราเอง นักขาย นักการตลาด นักล็อบบี้ นักวิชาชีพที่ความน่าเชื่อถือสูง กระทั่งผู้นำประเทศ และหลายครั้งมันทำให้เราต้องสูญเสียบางอย่างที่สำคัญ  อาทิเช่น  

        – เพื่อนที่คุยเกทับเป็นตุเป็นตะทั้งที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนั้น
        – นักบาส NBA ชื่อดังที่บูชาวิทยาศาสตร์ แต่ดันปักใจเชื่อและหว่านล้อมให้คนอื่นเชื่อด้วยว่าโลกแบน
        – ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเชื่อคนง่าย กลับโดนตะล่อมให้ลงทุนจนสูญเงินเกือบหมดตัว
        – คนรักสุภาพยี้โยเกิร์ตที่มีไขมัน 20% แต่ดันเหมาโยเกิร์ตปราศจากไขมัน 80% มันต่างกันตรงไหน
        – วารสารเด็กชื่อเสียงป่นปี้ เพราะตีพิมพ์ “งานวิจัย” จนทำให้เด็กล้มป่วยระนาว

           หนังสือเล่มนี้พยายามบอกเราว่า ทำไมเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวจึงอันตรายยิ่งกว่าเรื่องโกหก คุณลองนึกสภาพคนโกหกที่ต้องคอยพะว้าพะวังว่าพูดอะไรไป แล้วต้องพูดอะไรต่อ เพื่อปกปิดว่าโกหกตรงไหนไปบ้าง ไหนจะต้องคอยระวังสีหน้าท่าทางไม่ให้ใครจับไต๋ได้ ดูท่าคนโกหกคนนี้จะถูกเปิดโปงในไม่ช้า

          จอห์น วี. เพโทรเซลลี ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาผู้โด่งดังจากคลิปไวรัล Why BS is more dangerous than a lia (ทำไมเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวจึงอันตรายเสียยิ่งกว่าเรื่องโกหก) บทเวที TEDx Talks ผู้อุทิศทั้งชีวิตศึกษาเรื่องการปั้นน้ำกเป็นตัวจะมอบบทเรียน กลยุทธ์ดักจับ และทักษะที่จะช่วยปกป้องตัวคุณจากคำพูดพล่อย ๆ  ไร้ความรับผิดชอบที่คอยหว่านล้อมคุณให้หันเหจากความจริงจากทุกทิศทาง แล้วใช้ชีวิตอยู่บนความคิดและการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้นตั้งแต่วันนี้ด้วยเคล็ดลับการจับโกหกจากหนังสือ  จับให้ได้ว่าใคร “มั่ว”

บทนำ : การปั้นน้ำเป็นตัว (Bullshit) คืออะไร
1.  ต้นทุนของเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว
2.  อาการหลงเชื่อเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว
3.  เมื่อไรและทำไมคนเราจึงปั้นน้ำเป็นตัว
4.  นักปั้นน้ำเป็นตัว
5.  ห้องควบคุมตรวจจับเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว
6.  นักจับโป๊ะมือโปร
บทสรุป ชีวิตที่ปราศจากเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF637.D42 พ7จ 2565
Authorเพโทรเซลลี, จอห์น วี
Titleจับให้ได้ว่าใคร “มั่ว” = The life-changing science of detecting bullshit / จอห์น วี. เพโทรเซลลี เขียน ; จินดารัตน์ ธรรมรงวุทย์ แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : อมรินทร์ฮาวทู, 2565
Detail294 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Subject
Subject
Subject
Subject
Added AuthorJohn V. Petrocelli
Added Authorจินดารัตน์ ธรรมรงวุทย์

ถกเถียงอย่างไรให้ชนะ : How to Win an Argument

  • เรียนรู้หลักการอมตะของการพูดในที่สาธารณะจากนักปราศรัยผู้ยิ่งใหญ่ของกรุงโรมโบราณ “มาร์คุส ตูลลิอุส ซิเซโร”  หนังสือรวบรวมความคิดเกี่ยวกับวาทศิลป์ของซิเซโร จากงานเขียนและสุนทรพจน์ เป้าหมายของนักพูดคือการโน้มน้าวใจ และการเรียนรู้วิธีการจูงใจที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการโน้มน้าวใจ จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ 

    1. การใช้วาทศิลป์ของชิเซโรในการแก้ต่างในศาล หลายคดีการโน้มน้าวใจเป็นผลสำเร็จและช่วยให้ลูกความของเขาพ้นข้อกล่าวหารุนแรง

    “หรือท่านจะปฏิเสธว่าลูกความของเข้าเจ้าได้ตั้งบ้านเรือนเป็นการถาวรในกรุงโรมที่ซึ่งเขาได้อยู่อาศัยมานานหลายปีก่อนหน้าที่จะได้รับสิทธิเป็นพลเมือง เขาทำให้โรมกลายเป็นที่มาของความมั่งคั่งและอนาคตทั้งหมดของตนหรือไม่ หรือว่าเขาไม่ผ่านการลงทะเบียน ในทางกลับกัน เขาได้ลงทะเบียนและยิ่งกว่านั้น … ท่านจะเห็นได้ว่าไม่มีกาลบชื่อของอาร์คีอัสแต่อย่างใด” (หน้า 71) ชิเซโรหักล้างข้ออ้างบทลงโทษอาร์คีอัสที่ต้องถูกเนรเทศออกจากกรุงโรม

    1. การหักล้างด้วยเหตุผล ให้สมาชิกวุฒิสภา ลูกขุน และตุลาการคล้อยตามได้ 

    “ชิเซโร แสดงการใช้เหตุผลดวยการนิรนัยในโครงสร้างของเหตุผลขยายซึ่งเป็นรูปนิรนัยที่ยายออกเป็น 5 ส่วน” (หน้า 40) มีการพิสูจน์ข้ออ้างหลักนี้และมีการยกตัวอย่างด้วย

    เนื้อหาในหนังสือมีเอกสารภาษาละตินจากข้อเขียนของชิเซโรนำมาพิมพ์ไว้ ท้ายเล่มมีประมวลคำศัพท์ เรียงตามลำดับอักษร A-Z อธิบายข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจของผู้อ่าน และแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมสามารถนำไปใช้ค้นข้อมูล และอ้างอิงได้

    “APOLOGY สุนทรพจน์ของโสกราตีสตามที่เพลโตกล่าวไว้ เป็นสุนทรพจน์ที่แก้ต่างข้อกล่าวหาว่าโสกราติสทำให้เสื่อมศรัทธาเมื่อปี 399 ก่อน ค.ศ.” (หน้า 219)

    ความลับของการพูดและการเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ กลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ในการโน้มน้าวหรือจูงใจ การโน้มน้าวด้วยคำพูดหรือวาทศิลป์ ตัวอย่างของการพูดในที่สาธารณะที่มีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นว่าการโน้มน้าวด้วยคำพูดที่มีประสิทธิภาพเมื่อพันปีก่อนยังคงใช้ได้ดีในยุคปัจจุบัน

    “เคล็ดลับ การพูดอย่างมีประสิทธิภาพของชิเซโร 

1. ธรรมชาติ ศิลปะ และฝึกฝน 

2. โวหารที่ดีเป็นอาวุธที่ทรงพลัง 

3. กำหนด ปรับปรุง และจดจำ 

4. อย่าพึ่งตรรกะเพียงลำพัง 

5. รู้จักผู้ฟังของคุณ 

6. ทำให้กระจ่างชัด ทำให้ถูกต้อง 

7. นำเสนอเรื่องราว 

8. การเลียนแบบเป็นรูปแบบแท้จริงที่สุดของการยกย่อง 

9. ปากกายิ่งใหญ่กว่าดาบเสมอ 

10. คำพูดที่ปราศจากสาระคือความว่างเปล่า” (หน้า 135-139)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberPN4086 ซ67ถ 2564
Authorซิเซโร, มาร์คุส ตูลลิอุส
Titleถกเถียงอย่างไรให้ชนะ = How to win an argument / มาร์คุส ตูลลิอุส ซิเซโร เขียน ; เจมส์ เอ็ม. เมย์ คัดสรรและเรียบเรียง ; ชัยจักร ทวยุทธานนท์ แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : ยิปซี กรุ๊ป, 2565
Detail271 หน้า ; 20 ซม
Table of contentสังเขปชีวิตของซิเซโร- ถกเถียงอย่างไรให้ชนะ — ต้นกำเนิดของคำปราศรัยที่มีโวหารจูงใจ — ส่วนต่าง ๆ ของวาทศิลป์ หรือกิจกรรมของนักปราศัย — คุณค่าของการเลียนแบบจากต้นแบบการพูดที่ดี — คุณค่าของการเขียนต่อการเตรียมการพูดที่มีประสิทธิภาพ — ความจำเป็นและการศึกษาของนักพูดในอุดมคติ
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorชัยจักร ทวยุทธานนท์
Added Authorเมย์, เจมส์ เอ็ม

การเป็นผู้นำ HOW TO BE A LEADER

  • ผู้นำใครก็เป็นได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีภาวะผู้นำ “พลูตาร์ค” บอกคุณสมบัติความเป็นผู้นำของชาวกรีกและโรมัน หลักปฏิบัติ บุคลิกภาพ ความรู้ ความสามารถ และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเป็นผู้นำ ภาวะผู้นำและการเรียนรู้เป็นสองสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้

    “รู้จักสถานภาพและอำนาจของท่าน” เมื่อท่านเริ่มต้นเข้ารับตำแหน่งใด ๆ พึงจำใส่ใจไว้เสมอ … (หน้า 74)

    “ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพ” เหนือสิ่งอื่นใดเราต้องให้เกียรติกับตำแหน่งงานสาธารณะทุกตำแหน่ง … (หน้า 79)

    “พลูตาร์ค” รวบรวมและเรียบเรียงชีวิตของผู้มีชื่อเสียง นักการเมือง นักคิด นักเขียน นักรบ นักปรัชญา ฯลฯ เช่น เพริคลีส, อเล็กซานเดอร์มหาราช, จูเลียส ซีซาร์ และมาร์ค แอนโทนี ความเรียงเล่าความเป็นมา วิเคราะห์คุณลักษณะสำคัญของผู้นำที่ดี ยกตัวอย่างประกอบ อ่านจบบอกได้เลยว่าเนื้อหายังทันสมัย สามารถนำมาใช้ได้ในยุคปัจจุบัน 

    ภายในเล่มมีต้นฉบับภาษากรีกแทรกอยู่ ท้ายเล่มมีชื่อบุคคลและคำศัพท์ที่สำคัญ เรียงตามลำดับอักษร A-Z พร้อมคำอธิบายเพื่อผู้อ่านเข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น ส่วนหมายเหตุสุดท้ายของเล่มเป็นเหมือนการสรุปย่อเนื้อหาทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง 

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHD57.7 พ47ก 2564
Authorพลูตาร์ค
Titleการเป็นผู้นำ = How to be a leader / พลูตาร์ค เขียน ; เจฟฟรีย์ เบเนเคอร์ คัดสรร แปลจากภาษากรีกและแนะนำ ; ธิดา จงนิรามัยสถิต แปล
Publishedกรุงเทพฯ : ยิปซี กรุ๊ป, [2564]
Detail231 หน้า ; 20 ซม
Noteเนื้อหาเป็นภาษาไทยและภาษาละติน
Noteแปลจาก: How to be a leader : an ancient guide to wise leadership
Table of contentหมายเหตุว่าด้วยการแปลและเนื้อความในภาษากรีก — แด่ผู้นำที่ไร้การศึกษา — การเป็นผู้นำที่ดี — ผู้เฒ่าควรยุ่งเกี่ยวการเมืองหรือไม่? –ชื่อบุคคลและคำศัพท์ที่สำคัญ
Subject
Subject
Subject
Added AuthorPlutarch
Added Authorเบเนเคอร์, เจฟฟรีย์
Added Authorธิดา จงนิรามัยสถิต

ซิมโพเซียม : ปรัชญาวิวาทะว่าด้วยความรัก

  • ปรัชญาแห่งความรัก อะพอลโลรัส  ถูกขอร้องให้เล่าการสนทนาเรื่องความรัก ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเนื่องในการประกวดบทละครโศกนาฏกรรมของอะกาธอน  อะริสโตเตมัสไปร่วมงานและเล่าให้อะพอลโลรัสฟัง  อะพอลโลรัสจึงได้เล่าตามคำบอกของอะริสโตเตมัสอีกทอดหนึ่ง 

    เนื้อหาของเรื่องดำเนินในรูปแบบการสนทนา อภิปรายถึงความหมายและนิยามของความรัก ในมุมมองต่าง ๆ บทสนทนา Symposium ของ Plato มีอายุยาวนานกว่าสองสหัสวรรษมาแล้ว แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับการอ่านและศึกษากันอย่างกว้างขวางทั่วโลก

    อัคนี มูลเมฆ แปลและเก็บความหมายได้สวยงาม ท้ายเล่มภาคผนวก มี 2 บทความน่าอ่าน

    • ทฤษฎีความเป็นอมตะของเพลโต โดย อัคนี มูลเมฆ 

    “เป้าหมายของความรักคือความเป็นอมตะและแสวงหาความงาม และว่าความรักที่มนุษย์แสวงหาแท้แล้วคือความรักเพื่อการสืบต่อเผ่าพันธุ์ และการให้กำเนิดความงาม ด้วยว่าการสืบทอดเผ่าพันธุ์คือการดำรงความเป็นอมตะของชีวิตเดิมเอาไว้” (หน้า 143)

    • ดื่มด่ำกับความรู้ โดย กิตติพล สรัคคานนท์ 

    “Platonic Love ซึ่ง ณ ปัจจุบันใช้หมายถึงความรักเชิงมิตรภาพ ปราศจากเรื่องเพศ ก็อยู่ในบทสนทนาชิ้นนี้ของเพลโต” (หน้า 152)

    “นักปรัชญาเป็นผู้ขาดในความรู้ และต้องการแสวงหาความรู้เรื่อยไป ภาพของนักปรัชญานั้นจึงมีความละม้ายคล้ายคลึงกับ Eros หรือ ความรัก คือเป็นสิ่งที่อยู่ระหว่าง หรือไม่เป็นทั้งเทพหรือมนุษย์” (หน้า 153)

    ผู้แปล สรุปบอกชื่อผู้สนทนา สรุปบทสนทนาเนื้อหาเป็นประโยคสั้น ๆ ในแต่ละช่วงของบทสนทนา แยกออกมาเป็นตัวอักษรขนาดเล็กเห็นชัด ช่วยให้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นการอ่านหนังสือปรัชญาที่เข้าใจง่าย แนะนำให้อ่าน 

    “ความรักแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ หนึ่งความรักที่มาจากอโฟร์ไดแห่งสรวงสวรรค์ที่เรียกว่าความรักแบบสูงส่ง และสองอโฟรไดท์แห่งโลกที่เรียกว่าความรักสามัญ” (หน้า 34) 

    “ความรักไม่ใช่ความดี ความยิ่งใหญ่แต่เป็นความปรารถนาที่จะดีและยิ่งใหญ่” (หน้า 72) 

    “บทสรุปคือความรักไม่ใช่ความสวยงามหากปราศจากความงามและความงามนั้นคือความดี” (หน้า 76)

    อ่านเถอะแล้วจะพบคำตอบ ความรักที่แท้จริงคืออะไร?

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberB385 พ7ซ 2565
Authorเพลโต, ก่อน ค.ศ.427-348
Titleซิมโพเซียม : ปรัชญาวิวาทะว่าด้วยความรัก / เพลโต ; อัคนี มูลเมฆ แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของ เบนจามิน โจเวทท์
Editionพิมพ์ครั้งที่ 3
Publishedกรุงเทพฯ : ๑๐๐๑, 2565
Detail157 หน้า ; 19 ซม
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorอัคนี มูลเมฆ
Added Authorโจเวทท์, เบนจามิน

คู่มือทดสอบความถนัดด้านตัวเลข

  • แบบทดสอบความถนัดด้านตัวเลข เล่มนี้จะทำให้เห็นว่า ทำอย่างไรจึงจะใช้ความถนัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเปิดเผยศักยภาพ และโอกาสการทำงานได้ ร่วมสนุกและฝึกสมองไปกับแบบทดสอบความถนัดด้านตัวเลข และแบบทดสอบจิตวิทยาอื่น ๆ ภายในเล่ม สิ่งที่ได้รับจากการฝึกฝนทักษะด้านตัวเลข

    • คิดอย่างรอบคอบ 
    • คิดอย่างมีเหตุผล 
    • หาทางแก้ปัญหาอย่างมีระบบ 
    • รู้ความถนัดด้านตัวเลข
    •  รู้ว่าควรประกอบอาชีพด้านใด 

    จากแบบทดสอบทั้ง 16 ชุดในหนังสือเล่มนี้ ไม่ยากแค่ บวก ลบ คูณ หาร อาจจะมีเรื่องเศษส่วน ทศนิยม และปริมาตรอยู่บ้าง เริ่มเห็นความยากขึ้นมากละ เพิ่มเรื่องข้อจำกัดเวลาเข้าไป คราวนี้ละยากชัวร์ แบบทดสอบประกอบด้วย คำอธิบาย ตัวอย่างแบบทดสอบ กำหนดเวลาของแบบทดสอบ แบบทดสอบตัวจริง เฉลยคำตอบแบบทดสอบ แปลงคะแนนของแบบทดสอบ ท้ายหมวดของแต่ละหมวดมี เปรียบเทียบจุดแข็งจากคะแนนในแบบทดสอบ แนะแนวทางเรื่องอาชีพการงาน แล้วถึงจะเริ่มหมวดถัดไป จนถึงหมวดที่ 5 แบบทดสอบบุคลิภาพเรื่องรูปแบบการทำงาน ท้ายหมวดมี นำรูปแบบพฤติกรรมของคุณมาจับคู่กับสาขาอาชีพที่ได้จากหมวดที่ 1-4 บางคนอาจจะมีมากกว่าหนึ่งอาชีพก็ให้ดูความถนัดและคุณสมบัติส่วนตัวเป็นหลัก 

    อย่างไรก็ตามนี่เป็นแบบฝึกหัดที่ทำให้เรารู้จักศักยภาพของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่ตัวชี้วัด แต่ก็จะทำให้เราได้รู้ศักยภาพและความถนัดของตัวเอง รู้จุดแข็ง/จุดอ่อนของตัวเอง รู้ว่าควรหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องใด และประมาณการอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเองในอนาคตได้

    “ขณะเดียวกันขอให้พิจารณาด้วยว่าคุณมีจุดอ่อนอะไรบ้างในอาชีพที่คุณสนใจ เช่นเดียวกันอย่าเพิ่งปฏิเสธอาชีพนั้นแค่เพียงเพราะคุณมีจุดอ่อน จุดอ่อนเป็นเพียงจุดอ่อนเท่านั้น คุณเอาชนะมันได้หรือเปลี่ยนให้เป็นจุดแข็งก็ได้ …” (หน้า 212)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberQA141 บ64ค 2552
Authorบาร์เร็ตต์, จิม
Titleคู่มือทดสอบความถนัดด้านตัวเลข = Test your numerical aptitude / Jim Barrett ; รัชนี เอนกพีระศักดิ์ แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : เนชั่นบุ๊คส์, 2552
Detail221 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Noteแปลจาก Test your numerical aptitude : how to assess your numeracy skills and plan your career
Table of contentให้ความรู้ด้านตัวเลข — แบบทดสอบการประยุกต์ใช้ตัวเลข — แบบทดสอบในเชิงนามธรรม — แบบทดสอบแรงจูงใจด้านตัวเลข — แบบทดสอบบุคลิกภาพเรื่องรูปแบบการทำงาน
Subject
Subject
Subject
Subject
Added AuthorBarrett, James
Added Authorรัชนี เอนกพีระศักดิ์

คู่มือทดสอบความถนัด : The Aptitude Test Workbook

  • ทดสอบความถนัดด้วยแบบทดสอบกว่า 400 ข้อ เผยจุดแข็งที่ซ่อนอยู่ในตัว สำรวจอาชีพที่เหมาะสม ค้นหาศักยภาพที่แท้จริง ประเมินความถนัดเพราะความถนัดของแต่ละคนแตกต่างกัน คนส่วนใหญ่มักจะรู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ชอบทำงานหรือชอบเรียนแบบไหน แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่เรียนจนจบและได้งานทำแต่ก็ยังไม่รู้ว่าความถนัดหรือความชอบที่แท้จริงของตนเองนั้นอยู่ตรงไหน 

    “คู่มือทดสอบความถนัด” หนังสือช่วยเราทดสอบความถนัดด้วยตัวเอง ประกอบด้วยแบบทดสอบ 16 บท คำถามมากกว่า 400 ข้อ พร้อมด้วยเทคนิคและคำแนะนำ คำอธิบายเฉลยที่จะช่วยให้เข้าใจวิธีคิดและแนวทางการหาคำตอบที่ชัดเจนขึ้น

    • “เข้าถึงวิธีคิด ซึ่งจำเป็นต้องมีเมื่อคุณทำแบบทดสอบ / สำรวจว่าคุณจะพัฒนาทักษะหลัก ๆ ตรงไหนบ้าง / ทำให้รู้ว่าคุณมีจุดแข็งตรงไหนและจุดแข็งเหล่านั้นจะพาคุณไปอยู่ตรงไหน” (หน้า 1)

    การทำแบบทดสอบมี 2 วิธี ซึ่งมีผลกับความแม่นยำของตัวชี้วัด

    1. การกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด จนหมดเวลา ทำให้ทราบศักยภาพและความถนัดที่แท้จริง
    2. ทำแบบทดสอบตามเวลาของตัวเอง ใช้เวลาตามที่ตัวเองต้องการ ขณะที่ทำมั่นใจว่าเข้าใจปัญหาแต่ละข้อดี วิธีนี้ช่วยให้คุณได้เรียนรู้ แต่ผลที่ได้อาจไม่ตรงกับศักยภาพและความถนัด

    บททดสอบจะประกอบด้วย คำอธิบายเรื่องเกี่ยวกับบททดสอบ แบบทดสอบตัวอย่าง คำอธิบาย แบบทดสอบจริง คำแนะนำจากผู้รู้ เฉลย และคำอธิบายเพิ่มเติมของแต่ละข้อ เหตุผลของคำตอบ คำแนะนำ รวมคะแนนทั้งหมดที่ทำได้ หาระดับศักยภาพของคุณตามตารางที่แนบไว้ คะแนนที่ทำได้ในแต่ละบทจะนำไปใช้ต่อในบทที่ 6 การแปลผลการทดสอบที่คุณทำมาทั้งหมด จะแปลผลออกมาเป็นศักยภาพทางด้านอาชีพของคุณ 

    สุดท้ายแล้วต้องไม่ลืมว่า ผลการทดสอบก็เป็นเพียงแค่ผลทดสอบเท่านั้น เป็นเพียงแค่ตัวชี้วัด แต่ในความจริงแล้วความสามารถของเราอาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าผลที่ออกมาก็ได้ 

    “สรุปคือ คู่มือทดสอบเล่มนี้แสดงให้เห็นภาพถึงความเป็นไปได้แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อค้นหาอย่างเฉพาะเจาะจงถึงโอกาสต่าง ๆ ทางด้านอาชีพ” (หน้า 230)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHF5381.7 บ65ค 2550
Authorบาร์เร็ต, จิม
Titleคู่มือทดสอบความถนัด = The aptitude test workbook / Jim Barrett เขียน ; รัชนี เอนกพีระศักดิ์ แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : เนชั่นบุ๊คส์, 2550
Detail236 หน้า ; 21 ซม
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added AuthorBarrett, James
Added Authorรัชนี เอนกพีระศักดิ์

อัจฉริยะอยู่ซ้าย คนบ้าอยู่ขวา

  • บันทึกจากการสัมภาษณ์ผู้ป่วยโรคจิตตัวจริง ผู้ป่วยโรคจิตที่อ่านดูแล้วเหมือน IQ สูง จนแยกไม่ออกระหว่างอัจฉริยะและผู้ป่วยโรคจิต

    • ผม: จุดสิ้นสุดของเวลา เวลามีจุดสิ้นสุดใช่ไหม / เขา: มี / ผม: อยู่ที่ไหน / เขา: อยู่ในภาวะสมดุลขณะเกิดการบิดเบี้ยวจากแรงโน้มถ่วง” (หน้า 153)

    หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกของประเทศจีน ที่มีการบันทึกถึงจิตใจของผู้ป่วยทางจิต หลังจากอ่านจบ … ไร้คำบรรยาย (ก็อึ้งไปเลยซิค่ะ)

    • ท่ายืนด้วยข้อต่อ “ผม: ยืนแบบนั้นได้ประโยชน์ยังไง / เขา: ร่างกายผ่อนคลาย เลือดลมไหลเวียน ลองคิดดู ปกติร่างกายของคุณจะอยู่น่างต่าง ๆ ตอนนอนก็ยังไม่ได้ผ่อนคลายเต็มที่ พอนานวันร่างกายจะเริ่มอ่อนล้าหรือเจ็บป่วยได้ง่าย คุณเคยมีสภาพแบบนั้นไหม บางครั้งไม่แน่ใจว่านอนนานแค่ไหน แต่หลังจากตื่นนอนก็รู้สึกสลาย กระปรี้กระเปร่า และยังมีบางครั้งแม้จะนอนเป็นเวลานาน แต่พอตื่นขึ้นมากลับไม่รู้สึกสบาย แถมนอนแล้วเหนื่อย / ผม: เคยมี / เขา: ที่จริงนั่นไม่ใช่ปัญหาของการนอน แต่เป็นปัญหาจากท่านอนอาจจะกดทับเส้นประสาทหรือเส้นเลือดโดยไม่ได้ตั้งใจ จนทำให้เกิอาการเมื่อยล้า ถ้าใช้วิธีของผมจะทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ได้จัดเรียงกระดูกให้เส้นเลือดและเส้นประสาทไหลเวียนเป็นธรรมชาติ อีกอย่างก็ไม่ยุ่งยากและไม่เสียเงิน ต่อไปคณจะลองทำดูก็ได้ แต่มีเรื่องที่ต้องคำนึงถึงนิดหน่อยคือ พยายามให้ร่างกายโน้มไปข้างหน้า อย่าให้ส้นเท้ารับน้ำหนักมากเกินไป เพราะส้นเท้ามีเส้นประสาทเยอะ ถ้ายืนนาน ๆ จะรู้สึกชาหรือเมื่อยล้า” (หน้า 346-347)

    เนื้อหาภายในเล่มเป็นการพูดคุยระหว่าง ผม(ผู้เขียน) กับเขาหรือเธอ(ผู้ป่วยโรคจิต) ภาษาอ่านง่าย เข้าใจ เป็นหนังสือแปลที่อ่านครั้งเดียวแล้วไม่ต้องอ่านทวนหรือแปลซ้ำในคำแปลนั้นอีกที หรืออาจจะมีบ้างบางตอนที่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ ซึ่งก็ควรจะไม่เข้าใจ แนะนำว่าอย่าไปคิดตามหรือพยายามคิดตามให้มาก นั่นละถูกแล้ว เพราะไม่เช่นนั้นคนที่จะเป็นผู้ป่วยโรคจิตจะเป็น เรา! เสียเอง

    • ลมแรง “ผม: ลมแรงแบบไหน / เขา: ก็คือลมแรงมาก ๆ สามารถพัดคนให้ลอยไปได้ แถมสิ่งของในบ้านก็ปลิวว่อน ของหลายชิ้นถูกพัดลอยออกไปนอกหน้าต่าง / ผม: คุณจะบอกว่าลมมาทางประตูหรือพัดเข้ามาทางหน้าต่าง / เขา: ไม่ใช่ประตู พัดเข้ามาจากนอกหน้าต่าง จากนั้นก็หอบเอาสิ่งของพัดออกไป / ผม: มีลมแบบนั้นด้วยเหรอ / เขา: มองผมด้วยสีหน้าจริงจัง คุณเป็นคนทางเหนือใช่ไหม” (หน้า 353)

    อือ! ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น นี่คือประโยคที่ผุดมาในความคิดตอนอ่านหนังสือจบ ถ้าคิดจะหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านต้องอ่านเหมือนไม่ได้อ่าน และไม่คิดอะไรเลย …. จบ

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF637.S4 ก85อ 2562
Authorเกาหมิง
Titleอัจฉริยะอยู่ซ้าย คนบ้าอยู่ขวา / ผู้เขียน เกาหมิง ; ผู้แปล เพ็ญศิริ รัตนศรี
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedนนทบุรี : วารา, 2562
Detail497 หน้า ; 21 ซม
Table of contentบทบาทตัวละคร — ความฝันที่เหมือนจริง — หนอน 4 มิติ — จุดสิ้นสุดของเวลา ตอนแรก : อวกาศของส้ม — จุดสิ้นสุดของเวลา ตอนจบ : ชั่วพริบตาก็คือชั่วนิรันดร์ — อีกฝั่งหนึ่งของกำ — อารยธรรมจอมปลอม — ปัญหาการควบคุม — ลมแรง
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorเพ็ญศิริ รัตนศรี

ฮุกกะ : ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก

  • “Hygge” /ฮุกกะ/ (น.) ศิลปะในการสร้างความใกล้ชิดผูกพัน ความรู้สึกผ่อนคลายในจิตวิญญาณ การหาความสุขจากสิ่งรอบตัวในปัจจุบัน 

    “ฮุกกะ” คำภาษานอร์เวย์โบราณมีความหมายว่า “ความเป็นอยู่ที่ดี”

    ไมก์ วิกิง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยความสุข ผู้เขียนพาเราไปรู้จัก “ฮุกกะ” ในหลายแง่มุม อาหาร บ้าน มุมมองความคิด ให้หาความสุขจากสิ่งรอบตัว “ฮุกกะ” ในแบบของตัวเอง ผู้เขียนเริ่มต้นให้เรารู้จัก ‘ฮุกกะ’ ในบทแรก “แสง” ชาวเดนมาร์กมีวันพิเศษเกี่ยวกับเทียนคือวันที่ 4 พฤษภาคม วันลูสเฟสต์หรืองานฉลองแสงสว่าง ชาวเดนมาร์กเกินครึ่งจุดเทียนเกือบทุกวัน ชาวเดนมาร์กติดนิสัยการจุดเทียนแม้จะเป็นเวลาเช้าก็ตาม

    “ชาวเดนมาร์กแต่ละคนจุดเทียนไขปีละประมาณ 6 กิโลกรัม” (หน้า 18)

    โคมไฟ ชาวเดนมาร์กเลือกโคมไฟติดไว้ตามจุดสำคัญเพื่อสร้างแสง โคมไฟที่ออกแบบสวยงามที่สุดในโลกมาจากการออกแบบในเดนมาร์ก เช่น โคมไฟของ โพล เฮนนิงเซน, อาร์น ยาค็อบเซน และ แวร์เนอร์ แพนตัน การจัดแสงและกลิ่นเพื่อให้เกิดบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้านเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฮุกกะ

    บทที่สอง เราต้องคุยกันเรื่องฮุกกะ

    “คำประกาศเจตนาฮุกกะ 1.บรรยากาศ 2.ความใส่ใจ อยู่กับปัจจุบัน ปิดโทรศัพท์ 3.ความสุข กาแฟ ช็อกโกแลต คุกกี้ เค้ก ลูกกวาด 4.ความเท่าเทียม 5.ความซาบซึ้งใจ 6.ปรองดอง 7.ความสบาย 8.สงบศึก 9.ความผูกพัน 10.ที่หลบภัย” (หน้า 52-53)

    บทที่สาม ด้วยกัน ฮุกกะเป็นศิลปะการขยายพื้นที่ส่วนตัวให้คนอื่นเข้ามาด้วย 

    “ชาวเดนมาร์กเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ … เกือย 60% บอกว่าจำนวนคนที่เหมาะจะฮุกกะมากที่สุดคือ 3-4 คน” (หน้า 68)

    บทที่สี่ อาหารและเครื่องดื่ม

    ชาวเดนมาร์กดื่มกาแฟมากกว่าชาวอเมริกันเสียอีก  จนมีคำภาษาเดนมาร์กที่ควบรวมคำว่ากาแฟและฮุกก้าเข้าด้วยกัน นั่นคือ ‘Kaffehygge’ สำหรับคนเดนมาร์ก พิธีกรรมการต้มและชงกาแฟที่พิถีพิถัน การละเลียดกาแฟทีละนิด การดื่มด่ำกับกลิ่นกาแฟหอมอย่างช้าๆ คือฮุกก้า เครื่องดื่มร้อน (hot drink) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของฮุกก้า เพราะเป็นการทำให้ร่างกายอบอุ่น สดชื่น และทำให้รู้สึกสบายตัวซึ่งเป็นการเสริมพลังกายใจอย่างที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง

    บทที่ห้า เสื้อผ้า

    ชาวเดนมาร์กนิยมโทนสีผ่อนคลาย แต่งกายแบบลำลอง เรียบโก้ น้อยชิ้น ดูดี แต่ไม่เนี้ยบ

    บทที่หก บ้าน

    ชาวเดนมาร์กภาคภูมิใจในการสร้างพื้นที่ที่อบอุ่นแสนสบายในแบบฮุกก้า หมอนนิ่ม ๆ หลายใบ โซฟาตัวใหญ่และผ้าห่มเนื้อนุ่มพรมหนานุ่ม ผ้าม่านหน้าต่างเป็นเดรปหลายชั้นเพื่อป้องกันไอของลมหนาวที่จะเข้ามาในบ้าน

    บทที่เจ็ด ฮุกกะนอกบ้าน

    การออกไปหาเพื่อนฝูงและลองทำกิจกรรมผจญภัยในฤดูหนาวด้วยกันคือฮุกก้า การรวมกลุ่มเพื่อนและออกไปเดินเล่นกับธรรมชาติในฤดูหนาว และการธรรมชาติเข้ามาเชื่อมโยงในบ้าน เช่น เชื่อมต่อบ้านกับส่วนที่เป็นสวนเข้าด้วยกัน และการวางต้นไม้เขียวไว้ข้างหน้าต่าง การได้รับพลังงานจากธรรมชาติเป็นหัวใจหนึ่งของฮุกก้า

    ถึงตอนนี้คงรู้แล้วว่าชาวเดนมาร์ก ‘ฮุกกะ’ กันในรูปแบบไหน ฮุกกะมีอยู่อย่างหลากหลาย เน้นความเรียบง่าย ช่วงเวลาของฮุกกะคือช่วงเวลาของความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ชอบ หนังสือเล่มนี้บอกความสุขตามแนวฮุกกะของชาวเดนมาร์ก อ่านจบก็จะพบว่าไม่ยากหากเราจะทำ ฮุกกะฉบับความสุขของตัวเราเอง เพราะความสุขมีได้ทุกที่ทุกเวลา

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberDL120 ว6ฮ 2560
Authorวิกิง, ไมก์
Titleฮุกกะ : ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก / โดย Meik Wiing ; พลอยแสง เอกญาติ แปล
Publishedกรุงเทพฯ : โอเพ่นเวิลด์ส พับลิชชิ่ง เฮาส์, 2560
Detail296 หน้า : ภาพประกอบสี, 21 ซม
Subject
Added AuthorWiking, Meik
Added Authorพลอยแสง เอกญาติ

ภาษา : ถอดรหัสมหัศจรรย์การสื่อสารของมนุษย์

  • หนังสือเปิดเบื้องหลังภาษาที่เราใช้กันอยู่ แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ภาษาเป็นแกนของวัฒนธรรม ภาษาเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรม เรื่องราวสารพันของมนุษยชาติจะไม่ได้เล่าขานหากไม่มีภาษา ภาษาจึงไม่ใช่กำแพงแต่เป็นสะพานที่เชื่อมมนุษยชาติเข้าไว้ด้วยกัน

    เดวิด คริสทัล เริ่มเนื้อหาตั้งแต่เด็กแรกเกิดเริ่มส่งเสียง และพาเราท่องไปในดินแดนมหัศจรรย์ของภาษาตั้งแต่อดีต ภาษาร่วมสมัยในยุคปัจจุบัน และคาดการณ์อนาคตของภาษาที่จะพัฒนาไปพร้อมความเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ สอดแทรกเกร็ดความรู้น่าสนใจมากมาย จุดกำเนิดของเสียง คำและประโยค สำเนียงภาษา ภาษารูปแบบใหม่  ภาษาแบบถูกต้องทางการ รวมถึงภาษาที่ตายไปแล้ว  

    ภาษาในโลก สามารถแบ่งได้เป็น 3 คือภาษาเขียน ภาษาพูดและภาษามือ หนังสืออ่านง่าย สนุก ได้ความรู้ เข้าใจและไม่มีศัพท์เฉพาะ แต่ละบทไม่ยาวมากนักอ่านจบเร็ว เนื้อหาครอบคลุม มองเห็นที่มาที่ไปของภาษา ผู้แต่งเชื่อมโยงเนื้อหาแต่ละบทได้ดี เล่าเรื่องได้น่าสนใจ เห็นความเชื่อมโยงของภาษาในโลกนี้ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษามือ อ่านแล้วจะยิ่งรู้สึกว่าภาษาเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก

    “ก่อน 8,000 ปีก่อนคริสตกาลมนุษย์เริ่มพูดแล้ว … ดูเหมือนการพูดพัฒนาเป็นอันดับท้าย ๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนคงต้องเห็นคุณค่าของมันอย่างรวดเร็วแน่นอน” (หน้า 134)

    “ประมาณปี 3,400 ก่อนคริสตกาลระบบการเขียนเริ่มพัฒนา มีอาลักษณ์ขีดเขียนเครื่องหมายบนแผ่นดินเหนียว 1,000 ปีต่อมา เครื่องหมายเหล่านี้กลายเป็นกลุ่มเครื่องหมายรูปทรงเหมือนลิ่มตั้งตรงตัวเล็ก ๆ ทำจากปลายก้านอ้อ ระบบนี้เรียกว่า คูนิฟอร์ม” (หน้า 143)

    “ไม่มีใครรู้ว่าภาษามือมีมานานแค่ไหน การใช้ภาษามือรูปแบบแรก ๆ อาจปรากฏเมื่อสมองมนุษย์พัฒนาพอที่จะใช้ภาษาได้” (หน้า 157)

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberP118 ค46ภ 2563
Authorคริสทัล, เดวิด
Titleภาษา : ถอดรหัสมหัศจรรย์การสื่อสารของมนุษย์ = A little book of language / เดวิด คริสทัล ; สุนันทา วรรณสินธ์ เบล, แปล
Editionพิมพ์ครั้งแรก
Publishedกรุงเทพฯ : บุ๊คสเคป, 2563
Detail359 หน้า ; 21 ซม
Table of contentพูดจาภาษาทารก — จากเสียงร้องเป็นคำพูด — เรียนรู้ที่จะเข้าใจ — สร้างแรงสั่น — การออกเสียง — ค้นพบไวยากรณ์ — ร่วมสนทนา — เรียนอ่านเขียน — รับมือกับการสะกดคำ — กฎการสะกดคำและความหลากหลาย — กฎไวยากรณ์และข้อแตกต่าง — สำเนียงและภาษาถิ่น — รู้สองภาษา — ภาษาต่างๆ ในโลก — จุดกำเนิดของภาษาพูด — จุดกำเนิดของภาษาเขียน — ภาษาเขียนสมัยใหม่ — ภาษามือ — การเปรียบเทียบภาษา — ภาษาใกล้ตาย — การเปลี่ยนแปลงของภาษา — ความหลากหลายทางภาษา — ภาษาในที่ทำงาน — สแลง — พจนานุกรม — ศัพทมูลวิทยา — ชื่อสถานที่ — ชื่อคน — ปฏิวัติอิเล็กทรอนิกส์ — การส่งเท็กซ์ — เล่นภาษา — ทำไมจึงใช้ภาษา — ภาษาแสดงอารมณ์ — ความถูกต้องทางการเมือง — ภาษาในวรรณกรรม — สร้างสไตล์ — ความซับซ้อนของภาษา — ภาษาศาสตร์ประยุกต์ — โลกภาษาของคุณ
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorสุนันทา วรรณสินธ์ เบล

คู่มือทดสอบไอเดียธุรกิจ

  • Testing Business Ideas” รวบรวม 44 วิธีทดสอบไอเดียธุรกิจอย่างเป็นระบบ  ไล่ตั้งแต่วิธีที่ใช้แค่กระดาษแผ่นเดียว  ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อให้คุณไม่ต้องฝากธุรกิจไว้กับสัญชาตญาณและการคาดเดาอีกต่อไป   หนังสือเล่มนี้กลั่นกรองจากประสบการณ์ของทีมผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังแนวคิด  Business Model Canvas  ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก  เพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านั้นหลีกเลี่ยงหลุมพรางทางความคิด 
    อุดช่องโหว่ของไอเดียธุรกิจ  และเปลี่ยนไอเดียที่พอใช้ได้ให้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แบ่งเนื้อหาภายในเล่มไว้ 4 ประเด็นหลักดังนี้คือ

    1. การออกแบบ (Design)  ประกอบด้วยการออกแบบทีม การทำไอเดียให้เป็นรูปเป็นร่าง
    2. การทดสอบ  (Test)  ประกอบด้วย การตั้งสมมุติฐาน  การทดลอง  เรียนรู้ ตัดสินใจ และการบริหาร
    3. การทดลอง (Experiments)  ประกอบด้วย การเลือกการทดลอง  การค้นหา  และ พิสูจน์
    4. วิธีคิด (Mindset) ประกอบด้วย การหลีกเลี่ยงหลุมพรางในการทดลอง  การเป็นผู้นำในการทดลอง การวางโครงสร้างองค์กรเพื่อการทดลอง

         Testing Business Ideas เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในการเริ่มต้นทดสอบไอเดียในการทำธุรกิจ ประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

    1. การศึกษากระบวนการทดสอบ
    2. การออกแบบและทำการทดสอบครั้งแรก
    3. ลดความความเสี่ยงของไอเดียธุรกิจ
    4. การปรับแต่งกระบวนการทดสอบ
    5. ค้นพบวิธีการทดลองที่นอกเหนือจากการสัมภาษณ์ การสำรวจความคิดเห็น และการสร้างผลิตภัณฑ์ที่พอใช้ได้
    6. อุดช่องโหว่ของไอเดียธุรกิจ ด้วยหลักฐานที่รวบรวมได้
    7. ศึกษาแบบแผนการทดลอง
    8. สามารถแนะนำการทดสอบให้ทุกทีมได้
    9. ลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของไอเดียใหม่ในองค์กร  ภารกิจที่สำคัญของผู้ประกอบการและผู้สร้างนวัตกรรมคือการลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอน

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHD30.28 บ84ค 2564
Authorแบลนด์, เดวิด เจ
Titleคู่มือทดสอบไอเดียธุรกิจ = Testing business ideas / ผู้เขียน David J. Bland, Alex Osterwalder ; ผู้แปล วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา
Publishedกรุงเทพฯ : วีเลิร์น, 2564
Detailxiii, 345 หน้า : ภาพสีประกอบ ; 19×24 ซม
Table of contentDesign (การออกแบบ): ออกแบบทีม — ทำไอเดียให้เป็นรูปร่าง — Test (การทดสอบ): ตั้งสมมุติฐาน — ทดลอง — เรียนรู้ — ตัดสินใจ — บริหาร — Experiments (การทดลอง): เลื่อนการทดลอง — ค้นหา — พิสูจน์ — Mindset (วิธีคิด): หลีกเลี่ยงหลุมพรางในการทดลอง — เป็นผู้นำในการทดลอง — วางโครงสร้างองค์กรเพื่อการทดลอง
Abstractรวบรวม 44 วิธีทดสอบไอเดียธุรกิจอย่างเป็นระบบไล่ตั้งแต่วิธีที่ใช้แค่กระดาษแผ่นเดียว ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อให้คุณไม่ต้องฝากธุรกิจไว้กับสัญชาตญาณและการคาดเดาอีกต่อไป หนังสือเล่มนี้กลั่นกรองจากประสบการณ์ของทีมผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังแนวคิด Business Model Canvas ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก เพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านั้นหลีกเลี่ยงหลุมพรางทางความคิด อุดช่องโหว่ของไอเดียธุรกิจ และเปลี่ยนไอเดียที่พอใช้ได้ให้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นี่คือคู่มือที่ขาดไม่ได้สำหรับคนทำธุรกิจ ไม่ว่าคุณกำลังทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนธุรกิจขนาดกลาง หรือแค่อยากเริ่มสร้างธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองก็ตาม
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorวิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา
Added AuthorOsterwalder, Alexander
Added Authorออสเทอร์วัลเดอร์, อเล็กซานเดอร์

Presentation canvas : เปลี่ยนการขายเป็นการเล่าเรื่องให้โดนใจ

เป็นเรื่องที่ช่วยไกด์วิธีการทำ Presentation เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ฟังคล้อยตามและปิดการขายได้สำเร็จ ด้วยการทำ “Presentation Canvas” เครื่องมือที่ช่วยจัดระเบียบความคิดในการทำ Presentation ออกแบบโดยผู้เขียน จากประสบการณ์การทำ Presentation มานานกว่า 15 ปี ทดลองใช้มานานกว่า 4 ปี Training ให้กับองค์กรต่าง ๆ มากมาย และได้รับการตอบรับดีมาก โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “Business Model Canvas” 

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHF5718.22 ส63พ 2563
Authorสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม
TitlePresentation canvas เปลี่ยนการขายเป็นการเล่าเรื่องให้โดนใจ / สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม เขียน
Editionพิมพ์ครั้งที่ 2
Publishedกรุงเทพฯ : อมรินทร์ฮาวทู, 2563
Detail208 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Table of contentIntroduction ส่วนที่ 1 The Keys: 4 หัวใจสำคัญก่อนทำพรีเซ็นเทชั่น — ส่วนที่ 2 Storyline: เรื่องราวในการนำเสนอ — ส่วนที่ 3 The Supporters: ข้อมูลสนับสนุน “The New Challenge” จุดเริ่มต้นของความท้าทายใหม่
Abstractหนังสือที่ช่วยไกด์วิธีการทำ Presentation เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ฟังคล้อยตามและปิดการขายได้สำเร็จ ด้วยการทำ “Presentation Canvas” เครื่องมือที่ช่วยจัดระเบียบความคิดในการทำ Presentation ออกแบบโดยผู้เขียน จากประสบการณ์การทำ Presentation มานานกว่า 15 ปี ทดลองใช้มานานกว่า 4 ปี Training ให้กับองค์กรต่าง ๆ มากมาย และได้รับการตอบรับดีมาก โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “Business Model Canvas”
Subject
Subject
Subject

Pitching Ideas ขายงานให้ได้งาน

  • “เป้าหมายของผมในการเขียนหนังสือเล่มนี้คือ
  • ช่วยให้คุณเข้าใจว่าจำเป็นต้องใช้อะไรในการขายงานบ้าง
  • มอบเครื่องมือและเทคนิคที่จะช่วยคุณเตรียมตัวไปขายงาน
  • อธิบายให้คุณเข้าใจว่าจะขายงานได้อย่างไร” (หน้า 3)

เนื้อหาจะบอกจุดอ่อนที่ทำให้การขายไอเดียไม่สำเร็จ พร้อมบอกกลยุทธ์การขายไอเดียที่สำเร็จต้องทำอย่างไร อ่านเข้าใจง่าย เนื้อหาตรงประเด็น มีการยกตัวอย่าง และบทสรุปในทุกสถานการณ์ ท้ายบทผู้แต่งสรุปเนื้อหาโดยรวมให้อีกครั้งหนึ่ง บอกหัวข้อเนื้อหา บอกหน้า

เทคนิคการขายงาน ที่เจ๋งที่สุด ไม่ใช่การขายให้น่าสนใจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างการยอมรับ ความสัมพันธ์ส่วนตัว และการโน้มน้าวที่ดีด้วย สำหรับใครก็ตามที่รู้สึกว่าจัดการไอเดียตัวเองไม่ค่อยได้ ลำดับการเล่าไม่น่าสนใจและโน้มน้าวพอ ก็จะได้รู้เทคนิคดี ๆ จากหนังสือเล่มนี้

  • กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณและทีมโฟกัสไปที่การสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ และเป็นสิ่งสำคัญในการขายงาน เป้าหมายเป็นจุดเริ่มต้นในการสื่อสาร ซึ่งควรจะสื่อสารความสำคัญของไอเดียเราได้ทันที
  • พัฒนาไอเดียให้สมบูรณ์แบบ เมื่อนำไอเดียไปขาย ต้องทำให้ไอเดียนั้นไปติดอยู่ในใจอีกฝ่ายได้ในทันที ภายในไม่กี่วินาทีหลังจากที่ได้ฟังการขายไอเดีย คนเหล่านั้นจะต้องเชื่อว่าคุณทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน 
  • ทำไอเดียให้ง่ายเกินไป  จงจำไว้ว่า อะไรที่ง่ายเกินไป อาจไม่ได้รับความสำคัญ แล้วสุดท้าย ก็จะไม่เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ
  • เตรียมตัวขายงาน การสร้างการยอมรับ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ทำให้ได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากลูกค้า การขายงานก็จะราบรื่นขึ้นด้วย
  • จบการขายด้วยการเรียกร้องให้เกิดการลงมือทำอย่างชัดเจน อ่านจบได้ความรู้เกี่ยวกับการนำเสนองาน ควรจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ควรนำเสนองานอย่างไรให้น่าสนใจ น่าฟัง และผู้ฟังยอมรับไอเดีย เทคนิคการขายงานที่สามารถปรับใช้กับการปฏิบัติงานจริงได้  โดยมีเนื้อหา แบ่งเป็น
  • บทที่ 1 เราขายงานกับอยู่ตลอดเวลา
  • บทที่ 2 กำหนดเป้าหมาย
  • บทที่ 3 พัฒนาไอเดีย
  • บทที่ 4 รู้จักผู้มีส่วนได้เสีย
  • บทที่ 5 เตรียมตัวขายงาน
  • บทที่ 6 เข้าที่ ระวัง เริ่มขายงานได้!
  • บทนำ ผมจะเริ่มขายหนังสือนะ

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

Callnumber

HF5718.22 ก65ข 2562

Authorกีล, เยอโรน ฟาน
Titleขายงานให้ได้งาน = Pitching ideas / เยอโรน ฟาน กีล เขียน ; รสสุคนธ์ โมรินทร์ แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1-2
Publishedกรุงเทพฯ : อมรินทร์ฮาวทู, 2562
Detail203 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Table of contentเราขายงานกันอยู่ตลอดเวลา — กำหนดเป้าหมาย — พัฒนาไอเดีย — รู้จักผู้มีส่วนได้เสีย — เตรียมตัวขายงาน — เข้าที่ ระวัง เริ่มขายงานได้
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorรสสุคนธ์ โมรินทร์

ยิงแอดฯ สาย Data ดังและรวยมากจากการตลาดออนไลน์

  • เหตุผลง่ายมาก ว่าทำไมคนที่ทำธุรกิจด้วย Data มีโอกาสประสบความสเร็จมากกว่าคนที่ไม่สนใจเรื่องนี้ นั่นเพราะ ถ้าคุณรู้เรื่อง Data คุณสามารถเข้าใจลูกค้าผ่านพฤติกรรมของพวกเขาบนโลกดิจิทัล ได้นั่นเอง 
  • “ธุรกิจของคุณพร้อมสำหรับโลกยุคใหม่หรือยัง” 
  • หากตอบว่า “ใช่”  ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณกำลังนำหน้าคู่แข่งในการตลาดไปหลายสิบก้าว 
  • หากตอบว่า “ไม่ใช่” คุณมีสองทางเลือก คือ หนึ่ง ปิดหนังสือเล่มนี้แล้วกลับไปทำธุรกิจแบบเก่า  หรือ สอง อ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบเพื่อจะนำพาธุรกิจไปพบกับยอดขายและกำไรที่ไม่เคยนึกมาก่อนว่ามันมากมายได้ขนาดนี้ 
  •  หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการใช้ Data ทำการตลาด เข้าใจถึงที่มาที่ไปของ Data เห็นภาพและวางแผนในการเก็บ คัดแยก Data ด้วยหลักของ Funnel Marketing อย่างเป็นระบบ การอ่านค่าสถิติหลังบ้าน และดึง Data มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะการยิง Ads ในยุคนี้ ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่การยิง Ads ด้วย Data นั้นจะช่วยให้แตกต่าง สามารถส่งสารไปถึงลูกค้าที่ใช่ได้ตรงกลุ่ม มียอดขายเติบโตแบบเสถียร ปิดรอยรั่วของค่า Ads ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ช่วยลดต้นทุนค่าการตลาด เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน
  • ติดตามเรื่องราวของการทำธุรกิจด้วย Data ให้คุณเห็นภาพที่มาที่ไปและวิธีการเก็บ Data การแยกแยะ Data และการประยุกต์ใช้ Data อย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลได้  ยิ่งเราระบุตัวตนของลูกค้าในโลกออนไลน์ได้เร็วเท่าไหร่ ยอดขายและกำไรจะเกิดขึ้นเร็วเท่านั้น และสิ่งสำคัญที่จะใช้ระบุตัวตนในโลกออนไลน์คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Data คำถามที่เราควรถามทุกวันก็คือ “วันนี้คุณมี Data ในมือมากพอแล้วหรือยัง” หากยังไม่มีลองติดตามอ่านทำความเข้าใจถึง กลเม็ด เคล็ดลับ ของหนังสือเล่มนี้ดูประกอบด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจหลากหลายประเด็นดังนี้  :  
  • – ธุรกิจของคุณพร้อมสำหรับโลกยุคใหม่หรือยัง
  • บทที่ 1 มือใหม่เริ่มธุรกิจออนไลน์ยังไงไม่ให้หลงกล
  • บทที่ 2 บัตรประชาชนในโลกออนไลน์
  • บทที่ 3 ไม่อยากเชื่อว่าประตูบานนี้จะขายได้
  • บทที่ 4 จริงหรือไม่ ยอด Like ยิ่งเยอะ ยิ่งรวย
  • บทที่ 5 Facebook รู้ได้ไงว่าใครควรเห็น Ads เรา
  • บทที่ 6 Big Data ทำไมต้อง Big
  • บทที่ 7 ทำไมต้อง Google Analytics และ TickTok ทำการตลาด
  • บทที่ 8 วิธีตีสนิท Facebook และ Google ด้วย Data
  • บทที่ 9 เราจะดัดจับ Data ลูกค้าได้อย่างไร
  • บทที่ 10 คำศัพท์ที่ผู้ประกอบการ Data ต้องรู้ A to Z
  • – Bonus เรียนรู้เพิ่มเติมจากวิดีโอ ยอดโต 100 เท่า  สามารถสแกน QR Code เรียนรู้เพิ่มเติมได้

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHF5415.1265 ย7ย 2565
Authorยุทธรัฐ ช่างศรี
Titleยิงแอดฯ สาย Data ดังและรวยมากจากการตลาดออนไลน์ / ยุทธรัฐ ช่างศรี
Publishedกรุงเทพฯ : เซเว่นดี บุ๊ค, 2565
Detail243 หน้า ; 21 ซม
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject

DIGITAL MARKETING UNLOCKED ปลดล็อกการตลาดดิจิทัล

  • ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ยิ่งในสถานการณ์โควิด 19 รูปแบบการใช้ชีวิตยิ่งเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต้องปรับตัวให้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปรับตั้งแต่ระดับพื้นฐานในการใช้ชีวิต ปรับMindset 

    การตลาดดิจิทัลเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิตมากขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตเป็นแบบออนไลน์มากขึ้น ถ้าอยากอยู่รอดก็ต้องทำความเข้าใจ และปรับตัวให้ได้

    การทำงาน การดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน ทำให้เราต้องมีวิถีชีวิตแบบออนไลน์มากขึ้น การตลาดดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ทั้งในฐานะผู้ให้บริการ และในฐานะผู้รับบริการ ทุกวิถีชีวิต ทุกรูปแบบการดำเนินชีวิตถูกปรับเข้าสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น 

    การตลาดดิจิทัลกลายมาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ ต้องทำความเข้าใจ หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการตลาดดิจิทัลโดยเริ่มตั้งแต่เรื่อง Mindset ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำความเข้าใจ การเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบเดิมมาสู่รูปแบบใหม่ ให้ความรู้เรื่องการตลาดดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่การขายของออนไลน์ โดยเกี่ยวข้องตั้งแต่การทำวิจัยการตลาด การทำความเข้าใจคู่แข่ง การนำข้อมูลมาใช้ในการทำการตลาดให้ได้ประโยชน์สูงสุด การสื่อสารการตลาด การวางเป้าหมาย การทำความรู้จักกับของเขตในการทำการตลาดดิจิทัล การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้ลูกค้าที่ตรงตามต้องการ ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมาย การทำความเข้าใจกับตัวตนของลูกค้า การทำความรู้จักกับช่องทางการตลาดที่มีความหลากหลาย การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย การทำการโฆษณาออนไลน์ การสร้างการจดจำให้แก่ลูกค้า การทำการตลาดแบบที่สื่อสารได้ในวงกว้าง การใช้ content marketing ช่วยในการทำการตลาดช่วยส่งสารไปยังลูกค้าอย่างถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา ถูกช่องทาง ทำให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบ การกระจายสารให้ไปถึงผู้รับในวงกว้าง การวัดผล การทำความรู้จักกับตัวชี้วัด การประเมินผลและปรับปรุงวิธีการ การเลือกใช้เครื่องมือการตลาดให้เหมาะสมและได้ผล ทำความรู้จักกับกฎการทำการตลาด และการทำตัวให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงรอบๆ ตัว

    จะเห็นได้ว่าการตลาดดิจิทัลมีความหมายกว้าง และลึก ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นความจริงที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในการใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบัน เราต้องมีความเกี่ยวข้องกับการตลาดดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในฐานะผู้ส่งสาร หรือผู้ประกอบการที่ต้องใช้การตลาดดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำธุรกิจเพื่อผลประกอบการที่ดี เพื่อความอยู่รอดขององค์กร และเพื่อผลกำไรที่คุ้มค่ากับการลงทุน และในฐานะผู้รับสารหรือผู้บริโภคที่ต้องตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆ จะได้มีความรู้ ความเข้าใจ เท่าทันในเรื่องการตลาดดิจิทัลและสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้ถูกต้อง คุ้มค่า และตรงความต้องการ ไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาด มองเห็นภาพความเป็นจริง 

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHF5415.1265 ศ6ป 2565
Authorศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร
Titleปลดล็อกการตลาดดิจิทัล = Digital marketing unlocked / ศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร เขียน
Editionพิมพ์ครั้งแรก
Publishedกรุงเทพฯ : Shortcut, 2565
Detail212 หน้า : ภาพประกอบสี ; 21 ซม
Table of contentปรับความคิด — เริ่มวิจัย — วางกลยุทธ์ — กำหนดกลุ่มเป้าหมาย — เลือกสื่อ — นำส่งคอนเทนต์ — วิเคราะห์ผลลัพธ์ — พัฒนาทักษะ
Abstractเหมาะกับผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องการตลาดดิจิทัล เนื้อหาเขียนเข้าใจง่ายเริ่มจากการวางรากฐานให้กับผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพตัวเองในด้านการตลาดดิจิทัล
Subject
Subject

เล่าด้วยภาพ DIGITAL ASSET

  • Digital Asset หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อทุกๆ เรื่อง ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องสินทรัพย์ สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นประเด็นใหม่ที่ถูกกล่าวถึง และดึงดูดความสนใจของผู้คนในวงกว้าง
  • สินทรัพย์ดิจิทัล คือความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการเงินการลงทุนในระบบเดิม ให้มีความยืดหยุ่น โปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพราะข้อจำกัดในระบบการเงินการลงทุนในปัจจุบันมีความไม่คล่องตัวและมีลักษระการผูกขาด ดังนั้นจึงมีการพัฒนาระบบใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบเดิมและลดการผูกขาด
  • สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จนส่งผลให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น คนที่กล้าลงทุน ค้นหาความท้าทาย และยอมรับความเสี่ยงได้ เริ่มเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล จากผลตอบแทนที่สูงมาก ทำให้หลายๆ คนเริ่มหันมาให้ความสนใจ
  • สินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาททั้งในด้านการออมทรัพย์ การลงทุน การทำงาน และการเรียน จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในส่วนใดของสังคม ก็ล้วนต้องมีความเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ดังนั้น เราจึงควรหันมาทำความรู้จัก ค้นคว้าหาความรู้เรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อจะสามารถรับมือและปรับเปลี่ยนตัวเองให้ก้าวทัน และสามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลได้ และยังอาจสามารถสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองได้ในอีกทางหนึ่ง
  • สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเรื่องใหม่ แต่มีผลกระทบเป็นอย่างมากต่อวิถีการดำเนินชีวิต โลกยุคใหม่ที่มีความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้ทำความเข้าใจและประเมินผลได้ว่าควรจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร จึงจะเหมาะสม การเปิดหูเปิดตา เรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ จะทำให้การดำเนินชีวิตมีความสะดวกมากขึ้น สามารถอยู่รอดได้ในกระแสความเปลี่ยนแปลงรอบตัว เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราเองก็ไม่สามารถหยุดการเรียนรู้ได้ มีข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าเราหยุดการเรียนรู้หยุดพัฒนาตัวเอง เราก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และอาจได้รับผลกระทบจนสร้างความยุ่งยากในการดำเนินชีวิต
  • หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่เริ่มต้น จนมาถึงปัจจุบัน มีเนื้อหาที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย ได้ปรับรูปแบบการนำเสนอในรูปแบบของรูปภาพ ทำให้ข้อมูลมีความน่าสนใจ อ่านเข้าใจง่าย ทำเรื่องยากให้เข้าใจง่าย รวบรวมข้อมูลที่รอบด้าน เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาหาความรู้เรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล ปูพื้นฐานความเข้าใจได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว
  • โลกยุคใหม่มีความเปลี่ยนแปลง มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีข้อมูลเกิดขึ้นมากมาย ในฐานะผู้รับสารจะต้องทำความเข้าใจอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น รูปแบบการนำเสนอข้อมูลถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการทำความเข้าใจ และช่วยประหยัดเวลาได้มาก หนังสือเล่มนี้ถือได้ว่าเป็นหนังสือที่อ่านง่าย นำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่ง่ายในการทำความเข้าใจ มีภาพประกอบที่สวยงาม เหมาะกับการอ่านและทำความเข้าใจเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นอย่างมาก
  • ทางก็มีจุดเด่น มีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ผู้ทำคอนเทนต์ต้องทำความเข้าใจและเลือกช่องทางให้เหมาะสม ทั้ง Facebook Twitter Line Youtube Tiktok และ Website รวมถึงต้องศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้ในแต่ละช่องทางด้วย เพราะพฤติกรรมผู้ใช้ในการรับสารในแต่ละช่องทางก็มีความแตกต่างกัน 
  • การทำคอนเทนต์ต้องวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งถึงเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร จัดทำเนื้อหาที่เหมาะสม เลือกรูปแบบและช่องทางที่เหมาะสม ทุกๆ ขั้นตอนล้วนสำคัญและละเลยไม่ได้ เพราะถึงแม้คอนเทนต์จะดี แต่ถ้าไม่เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้ คอนเทนต์ก็อาจไม่ได้ผลตามที่ตั้งไว้
  • การผลิตคอนเทนต์ต่างๆ เน้นการสื่อสารเพื่อให้ข้อมูล ช่วยแก้ปัญหา ซึ่งคอนเทนต์ที่มีพลังจะช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ใดแง่หนึ่ง ตามที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องการ ซึ่งคอนเทนต์ที่ดีและเหมาะสม คือคอนเทนต์ที่ผู้ผลิตต้องการที่จะบอก และต้องเป็นคอนเทนต์ที่ผู้รับอยากจะฟังด้วย จึงจะได้ผลที่ดี และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • ในการทำคอนเทนต์มีรายละเอียดที่ควรคำนึงถึงในทุกๆ ขั้นตอนการผลิต แต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดและประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญค่อนข้างมาก ต้องมีเนื้อหาที่เหมาะสม ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป การใช้ภาษาเหมาะสมกับผู้รับ ซึ่งแต่ละคอนเทนต์ก็มีความเหมาะสมกับผู้รับแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน สำหรับสินค้าหรือบริการใดๆ อาจจำเป็นต้องผลิตคอนเทนต์หลายๆ คอนเทนต์ เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละช่องทางที่เผยแพร่ และเหมาะสมกับผู้ใช้ในแต่ละกลุ่ม
  • เมื่อมีการเผยแพร่ออกไปแล้วก็ต้องมีการประเมินผลด้วย เพื่อปรับปรุงคอนเทนต์ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ผู้รับจะเป็นผู้ตัดสินคอนเทนต์นั้นๆ ว่ามีคุณค่าเหมาะสมกับการรับและส่งต่อหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันนั้นเราจะเห็นว่าเราสามารถที่จะประเมินผลคอนเทนต์นั้นๆ โดยพิจารณาจากยอดไลค์ หรือยอดแชร์ ยิ่งคอนเทนต์ได้รับความสนใจ ยิ่งมีการแชร์มีการส่งต่อ ก็ยิ่งเป็นการเผยแพร่ไปในวงกว้าง ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์นั้นๆ ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ และบรรลุเป้าหมายที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ตั้งไว้

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHG1710 ว46ล 2565
Authorวริศ บูลกุล
Titleเล่าด้วยภาพ Digital asset / วริศ บูลกุล
Publishedกรุงเทพฯ : พราว, 2565
Detail223 หน้า : ภาพประกอบ ; 19 ซม
Table of contentส่วนที่ 1 เข้าใจโลกของ Digital asset — ส่วนที่ 2 Digital asset trend — ส่วนที่ 3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุนใน Digital asset trend –สรุป Digital asset world
Abstractหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสอนการลงทุนใน Digital asset ตัอย่างเนื้อหาเช่น ประเภทของเหรียญใน Digital asset NFT,อนาคตของวงการศิลปะ, แนวทางต่างๆ ในการลงทุน,การลงทุนทั่วไปในเหรียญดิจิทัลผ่าน ZIPMEX, Centralized Exchange,การป้องกันความเสี่ยง, ซื้อ ขาย เก็บ แลกเงินสดยังไง เป็นต้นโดยการสรุปเป็นภาพทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject

EXPERIENCE MARKETING ซื้อใจลูกค้าได้อยู่หมัดด้วยการตลาดสร้างประสบการณ์

  • โลกที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพื่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น เพื่อผลกำไรที่มากขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวนำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาช่วยในการทำการตลาด มีเครื่องมือต่างๆ ให้เลือกใช้เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อส่งเสริมการขาย สินค้าและบริการต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลง 
  • แต่หนังสือเล่มนี้กลับตั้งคำถามเพื่อให้เห็นถึงสิ่งที่สำคัญและซ่อนอยู่ และมักถูกมองข้าม คือเรื่องของความรู้สึกและความประทับใจ จริงอยู่ที่เทคโนโลยีและข้อมูลต่างๆ ทำให้ยอดขายและผลกำไรเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่จะดึงดูดลูกค้าเอาไว้ได้ดีที่สุดกลับเป็นเรื่องของความรู้สึก ความประทับใจ ความใส่ใจ
  • ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน เทคโนโลยีจะพัฒนาไปอย่างไร แต่ต้องไม่ลืมว่าลูกค้าก็คือคน เทคโนโลยีและข้อมูลดึงลูกค้าเข้ามา แต่ความรู้สึกจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวลูกค้าเอาไว้ การให้ความสำคัญกับความรู้สึก ใส่ใจกับความรู้สึกของลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความสบายใจ และผูกพันธ์อยากกลับมาซื้อสินค้าและบริการซ้ำ 
  • ความรู้สึกสบายใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสินค้าที่ดีที่สุด เป็นอาหารที่อร่อยที่สุด แต่ความรู้สึกสบายใจเพราะได้รับความใส่ใจจากผู้ให้บริการกลับเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจและทำให้ลูกค้าอยากที่จะซื้อสินค้า
  • เพราะเราแต่ละคนเติบโตมาจากต่างนสภาวแวดล้อม มีประสบการณ์ที่ต่างกัน ถ้าหากผู้ประกอบการเข้าใจและให้ความสำคัญในจุดนี้ และพยายามปรับปรุงบริการและสินค้าให้ดีเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ที่มาใช้บริการและซื้อสินค้า พยายามมอบประสบการณ์ที่ดีๆ สร้างความประทับใจและความสุข สร้างความสบายใจ ความใส่ใจ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ แต่สำคัญ เป็นรายละเอียดที่ไม่สามารถมองข้ามได้
  • ถึงแม้เทคโนโลยีและโลกจะเปลี่ยนจะก้าวหน้าไปอย่างไร แต่เรื่องความรู้สึกก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้เช่นกัน เป็นธรรมดาที่คนเราจะชอบความสบายใจ ได้รับความสบายใจจากที่ไหนก็จะรู้สึกผูกพันธ์กับที่นั่น องค์กรใด ผู้ประกอบการใดจึงไม่ควรละเลยสิ่งนี้ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องเทคโนโลยีควบคู่กับเรื่องความรู้สึก เพื่อสร้างความประทับใจและนำมาซึ่งยอดขายและผลกำไรที่ต้องการ
  • ดังนั้นจึงควรมีแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินงานที่ชัดเจนตั้งแต่การค้นหาเป้าหมาย เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย พยายามให้แบบเหนือความคาดหมาย มีความจริงใจ ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร สอดคล้องกับคุณค่าสำคัญขององค์กร เน้นการกระตุ้นสัมผัส และมีการสร้างปฏิสัมพันธ์ความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า 
  • เมื่อเทคโนโลยีก้าวไปพร้อมกับการสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ใส่ใจ เข้าใจ เห็นอกเห็นใจลูกค้า สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สามารถเอาชนะใจลูกค้าได้ยอดขายและผลกำไรที่มุ่งหวังก็จะอยู่ไม่ไกลอีกต่อไป 

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHF5415 ณ63อ 2565
Authorณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง
TitleExperience marketing ซื้อใจลูกค้าได้อยู่หมัดด้วยการตลาดสร้างประสบการณ์ / ณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง เขียน
Publishedกรุงเทพฯ : Shortcut, 2565
Detail206 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Table of contentบทนำ ทำไมต้อง “ประสบการณ์” — บทที่ 1 ประสบการณ์กับความทรงจำ — บทที่ 2 ทำไมประสบการณ์ถึงสำคัญกับธุรกิจ — บทที่ 3 ประสบการณ์ของลูกค้า — บทที่ 4 การรับประสบการณ์ของลูกค้า — บทที่ 5 ประสบการณ์ในความคิดของลูกค้า — บทที่ 6 ประสบการณ์แบบต่าง ๆ ของลูกค้ากับธุรกิจ — บทที่ 7 ตั้งต้นก่อนจะออกแบบประสบการณ์ — บทที่ 8 ออกแบบประสบการณ์ — บทที่ 9 สร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ — บทที่ 10 อนาคตของประสบการณ์กับเทคโนโลยี
Subject
Subject
Subject

METAVERSE 101

  • เมตาเวิร์ส คือ ศัพท์ใหม่ และกำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ เป็นโลกเสมือนจริงที่คู่ขนานไปกับโลกจริง เป็นอีกโลกที่ถูกสร้างขึ้น และเชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริง มีการสร้างตัวตน มีการสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ทำให้เราสามารถเข้าไปมีตัวตนจริงๆ ในโลกนี้ได้ 
  • ในอดีตเริ่มจากโลกไซเบอร์ และเริ่มมีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายเป็นเมตาเวิร์สในปัจจุบัน พัฒนาไปถึงขั้นที่สามารถเข้าไปทำงาน ใช้ชีวิตได้เหมือนโลกจริง สร้างตัวตน สร้างรูปแบบชีวิตแบบที่ไม่สามารถทำได้ในโลกจริง 
  • เมตาเวิร์สเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่สั่นสะเทือนการรับรู้ของผู้คน ได้รับความสนใจและถูกกล่าวถึงทั้งในแง่ดี และแง่ลบ ในกลุ่มคนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ผู้แสวงหาความแปลกใหม่และท้าทาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดนวัตกรรมและสิ่งใหม่ๆ มากมาย ทำให้โลกเสมือนจริงเข้าใกล้โลกจริงมากขึ้น สร้างตัวตนเป็นร่างอวตารที่น่าดึงดูด สร้างสภาพแวดล้อมต่างๆ สร้างโอกาสทางธุรกิจมากมาย 
  • ในปัจจุบันเมตาเวิร์สมีการพัฒนาไปอย่างก้าวหน้า และเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้อย่างหลากหลาย เชื่อมโยงเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน การพัฒนาเมตาร์เวิร์สต้องอยู่บนฐานของฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ธุรกิจทางด้านนี้ทั้งเทคโนโลยีเอไอ วีอาร์ เออาร์ และบล็อกเชน ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด 
  • แพลตฟอร์มต่างๆ ที่รองรับเมตาเวิร์ส ได้รับการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการเมตาเวิร์สที่กำลังขยายตัว 
  • เมตาเวิร์สสร้างโลกเสมือน และสร้างเศรษฐกิจโลกเสมือน การทำธุรกรรมต่างๆ เชื่อมต่อกับโลกจริง จากเงินในโลกเสมือนสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่โลกจริง กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตนและจับต้องได้ จากสิ่งที่ล่องลอยในอากาศ และถูกด้อยค่าในอดีต ที่มองว่าเป็นความเพ้อฝัน แต่ในปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ระบบเศรษฐกิจในโลกเสมือนเชื่อมโยงกับโลกจริง สร้างสินทรัพย์ที่มีการหมุนเวียน แลกเปลี่ยนและส่งออกมายังโลกจริง คนที่มองเห็นโอกาส คนที่กล้าเสี่ยง คนที่ชอบความท้าทาย สามารถสร้างสินทรัพย์มหาศาลได้จากเมตาเวิร์ส เทคโนโลยีบลอกเชน คริปโตเคอร์เรนซี สร้างความมั่งคั่งก่อให้เกิดเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน 
  • นอกจากระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ระบบการปกครองก็ต้องมี เพราะเมื่อมีคนหลายคนมาทำกิจกรรมร่วมกัน ความวุ่นวายย่อมตามมา จึงได้มีสร้างกฎในการอยู่ร่วมกัน เพื่อความสงบสุข และไม่เกิดปัญหาวุ่นวาย เมื่อมีระบบเศรษฐกิจ ก็ต้องมีเรื่องภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง ระบบทุกอย่างไม่ได้ต่างกับโลกจริง มีการแข่งขันในเรื่องการค้าขาย มีการทำกิจกรรมทุกอย่างไม่ต่างกับโลกจริง 
  • ในอนาคตเมตาเวิร์สยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก คนรุ่นต่อไปมีความคุ้นเคย และสามารถใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงและโลกจริง จนอาจก้าวไปถึงขั้นที่เราไม่สามารถแยกโลกจริงกับโลกเสมือนจริงได้อีกต่อไป เพราะทั้งสองโลกจะผสานรวมกัน

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHF5548.32 ว63ม 2565
Authorวินเทอร์ส, แทร์รี่
TitleMetaverse 101 / แทร์รี่ วินเทอร์ส เขียน ; ประเวศ หงส์จรรยา แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : อมรินทร์ฮาวทู, 2565
Detail210 หน้า : ภาพประกอบสี ; 19 ซม
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject

ลูนช็อตไอเดียบ้า ๆ ที่พลิกชะตาโลก

  • “ลูนช็อต (Loonshot) หมายถึง ไอเดียหรือโปรเจ็กต์ที่มักถูกมองข้าม และคนเก่งที่ผลักดันมันกลับถูกมองว่าล้า”

    หนังสือเล่มนี้เขียนโดน ซาฟี บาห์คอลล์ นักฟิสิกส์ เนื้อหาภายในหนังสือเล่มจึงมีเรื่องเกี่ยวข้องกับฟิสิกส์ การเล่าเรื่องของผู้เขียนเหมือนการเล่าเรื่องเชิงสารคดี แบบเนื้อหาจริง ลงลึกถึงทฤษฎี หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่อ่านรวดเดียวแล้วเข้าใจ แต่ละบทจึงมีสรุปเนื้อหาเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจมากยิ่งขึ้น ความคิด Loon Shots เชื่อว่าจะต้องมีบุคคลที่มีวิสัยทัศน์และกล้าคิดต่าง ถึงจะคิดค้นนวัตกรรมและสามารถนำไปใช้ได้ภายในองค์กร

    ความคิด Loon Shots สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

    1. P-type คือการมีเทคโนโลยีหรือสินค้าใหม่ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะได้ผล เช่น การคิดค้นโทรศัพท์ซึ่งเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสาร
    2. S-type คือการมีสินค้าเดิมแต่ใช้กลยุทธ์ใหม่ในการดำเนินธุรกิจไม่มีใครคิดว่าจะประสบความสำเร็จ  เช่น บริษัท Walmart ที่สร้างร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ในชานเมืองและสามารถขายสินค้าได้ถูกลง

    กฎของบุชเวลแบ่ง Loon Shots ออกเป็น 4 ข้อ

    • แยกเฟส (Separate the Phases)  “แยกศิลปินและทหารของคุณออกจากกัน” คือการแยกกลุ่ม “ศิลปิน = คนที่มีหน้าที่พัฒนาแนวคิดความเสี่ยงสูงที่อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น โครงการเริ่มแรก”  “ทหาร = รับผิดชอบองค์กรส่วนที่ประสบความสำเร็จไปแล้วและเติบโตอย่างต่อเนื่อง” ซึ่งคือการขยายแฟรนไชส์หรือความคิดเดิมที่มีอยู่ ที่สำคัญคือแต่ละกลุ่มจะต้องได้รับเครื่องมือและการวัดค่าที่เหมาะสมกับจุดประสงค์ของตัวเอง และระวังจุดบอดดูแลลูนช็อตทั้งสองแบบ (S&P) ให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูนช็อตที่คุณรู้สึกเชี่ยวชาญ
      • “เป้าหมายของการแยกเฟสก็คือ การสร้างห้องอนุบาลลูนช็อตขึ้น ห้องอนุบาลดังกล่าวมีไว้ป้องกันโครงการที่ยังเป็นตัวอ่อนดังกล่าว ที่ซึ่งผู้ปกป้องดูแลสามารถออกแบบสิ่งแวดล้อมที่ช่วยคุ้มภัย ปล่อยให้โครงการเหล่านี้เติบโต งอกงาม และผลิดอกออกผล” (หน้า 59)
    • สมดุลพลวัต (Dynamic Equilibrium) “รักศิลปินและทหารของคุณให้เท่า ๆ กัน” หมายถึงจะต้องให้ความสำคัญกับทั้งสองฝ่ายเท่าเทียมกัน ทีมและบริษัทต้องการทั้งสองส่วนเพื่ออยู่รอดและเติบโต และบริหารการถ่ายโอนต้องสร้างช่องทางสื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเฟ้นหาและฝึกฝนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เข้าใจและพูดภาษาของทั้งสองฝั่งเพื่อกระชับช่องว่างของการแบ่งแยกที่มีอยู่ “ไม่มีฝ่าย แผนก สาขา หรือกลุ่มใดเลยที่จะถูกมองข้ามไปหรือได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษโดยไม่แยแสพวกที่เหลือ จนทำให้ความสมดุลโดยรวมเสียไป” (หน้า 61)
    • เผยแพร่กรอบการคิดเชิงระบบ คือจะต้องสร้างระบบการตัดสินใจที่เน้นคุณภาพของขั้นตอนมากกว่าผลลัพธ์ที่ได้ และต้องหาวิธีปรับปรุงอยู่เสมอ เฝ้าถามซ้ำ ๆ ว่า -ทำไมองค์กรจึงเลือกทำอย่างที่ทำไป -กระบวนการตัดสินใจจะดีขึ้นได้อย่างไร -มองหาทีมที่มีชุดความคิดเชิงผลลัพธ์ให้เจอ และช่วยให้พวกเขายอมรับชุดความคิดเชิงระบบ ใช้ system mindset ที่เน้นประสิทธิภาพของขั้นตอนการตัดสินใจมากกว่าผลลัพธ์ที่ได้
    • เพิ่มตัวเลขมหัศจรรย์ วางระบบที่สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกในกลุ่มแต่ยังให้ความสำคัญกับความคิด loon shots มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว การเพิ่มสมาชิกจะทำให้คิดค้น loon shots ที่แตกต่างได้  แต่ก็ต้องคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในกลุ่มว่าควรมีอยู่ที่เท่าไหร่ดี?

    คำแนะนำวิธีที่จะเพิ่มตัวเลขมหัศจรรย์

    1. ลดบทบาทของการใช้เส้นสายภายในองค์กร
    2. ใช้ผลตอบแทนที่ไม่ใช่เงินทองควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างแรงจูงใจ
    3. หาความเหมาะสมระหว่างทักษะของสมาชิกในกลุ่มและ project ที่ถูกมอบหมาย
    4. ปัญหาส่วนมากจะมาจากตำแหน่งระดับกลางขององค์กร ฉะนั้นควรลดการแข่งขันในการไต่เต้า และสร้างระบบค่าตอบแทนที่ให้ความสำคัญกับผลงาน
    5. ปรับโครงสร้างค่าตอบแทนให้ตรงกับเป้าหมายองค์กรมากที่สุด
    6. ลดการควบคุมและให้อิสระกับกลุ่ม “ศิลปิน” มากขึ้นในการทดลองหา Loon Shots

    ทำไมทั้งโลกจึงพูดภาษาอังกฤษ “ประเทศอังกฤษเป็นประเทศแรก ๆ ที่วางโครงสร้างทะนุถนอมความคิด Loon Shots โดยการก่อตั้ง The Royal Society of London ขึ้นในปี 1660 ซึ่งเป็นองค์กรที่รวบรวมนักวิทยาศาสตร์ทุกสาขาเพื่อพัฒนาความคิดทางวิทยาศาสตร์  ประเทศอื่น ๆ ในยุโรปก็เริ่มทำตาม และก่อตั้งสถาบันทางวิทยาศาสตร์ของตัวเอง พวกเขาสามารถจุดประกายการปฏิวัติด้านวิทยาศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอด Loon Shots ที่ทำให้พวกเขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นมหาอำนาจและเอาชนะประเทศจีนและอินเดียที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ (หน้า 386-387)”

    ท้ายสุดสำหรับคนที่ต้องรับผิดชอบการพัฒนา Loon Shots ต้องคำนึงว่าในตอนเริ่มต้นความล้มเหลวอาจจะเกิดขึ้นชั่วคราว ย้ำว่าชั่วคราว และเราต้องใช้การไตร่ตรอง ค้นหาเหตุผล เพื่อเข้าใจ (เข้าใจว่าล้มเหลวอย่างไร เพราะอะไร) ประเด็นสำคัญคือเราต้องมีโครงสร้างที่คอยดูแลความคิดเหล่านี้ให้มันพัฒนาต่อไปได้

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHD53 บ65ล 2564
Authorบาห์คอลล์, ซาฟี
Titleลูนช็อต : ไอเดียบ้า ๆ ที่พลิกชะตาโลก / ซาฟี บาห์คอลล์ เขียน ; นำชัย ชีววิวรรธน์ และอัควีร์ มัยมจันทร์ แปล
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพฯ : อมรินทร์ฮาวทู, 2564
Detail426 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Table of contentส่วนที่ 1 : เหล่าวิศวกรผู้สบโชค – ลูนช็อตทำให้ชนะสงครามได้อย่างไร – ความเปราะบางอย่างน่าใจหายของลูนช็อต — ลูนช็อตสอบแบบ แบบทริปป์ VS แบบแครนดอลล์ – การแสดงที่ 2 : วิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงอย่างปุบปับ — การเปลี่ยนเฟส I : การแต่งงาน ไฟป่า และผู้ก่อการร้าย — การเปลี่ยนเฟส II : ตัวเลขมหัศจรรย์ 150 — กฎข้อที่สี่ — ส่วนที่ 3 : มารดาแห่งลูนช็อตทั้งมวล – ทำไมคนทั้งโลกจึงพูดภาษาอังกฤษ
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorนำชัย ชีววิวรรธน์, 2509-
Added Authorอัควีร์ มัยมจันทร์

Vaccine War สมรภูมิวัคซีนโควิด-19

  • วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อมวลมนุษยชาติ กิจกรรมการดำเนินชีวิตทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง ภายใต้สถานการณ์ร้ายแรงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ มีความร้ายแรงถึงชีวิต สื่อต่างๆ เสนอถึงความร้ายแรง และจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกในทุกๆ วัน กิจกรรมการดำเนินชีวิตทุกอย่างหยุดชะงัก เข้าสู่สภาวะล็อคดาวน์ 
  • ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค ทั่วโลกต่างต้องระดมสมอง ค้นหาวิธีหยุดยั้งการแพร่ระบาด นำมาซึ่งการผลิตวัคซีน เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิต และเพื่อให้กิจกรรมทุกอย่างสามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
  • กลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ และพยายามพัฒนาวัคซีนต้นแบบออกมา เพื่อหยุดยั้งวิกฤตการแพร่ระบาด การผลิตวัคซีนซึ่งในอดีตต้องใช้ระยะเวลานานในการค้นค้น และพัฒนาเพื่อให้มั่นใจ และป้องกันผลข้างเคียง ผ่านกระบวนการขั้นตอนต่างๆ แต่วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดวิถีใหม่ในการพัฒนาวัคซีน ทุกอย่างกระทำอย่างรวดเร็ว เพื่อหยุดยั้งวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 มวลมนุษยชาติต้องเสี่ยงกับการฉีดวัคซีนที่พัฒนาขึ้นมาได้ เลือกว่าจะเสี่ยงกับโรคระบาด หรือจะเสี่ยงกับวัคซีนที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมา และยังไม่ทราบถึงผลข้างเคียง และผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคต
  • วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ทุกฝ่ายต่างทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค มีวัคซีนเชื้อเป็น วัคซีนเชื้อตาย มีวัคซีนจากหลายสัญชาติให้เลือก ข่าวสารจากทุกทิศทุกทางทำให้เกิดความสับสนกับข้อมูลความปลอดภัยของวัคซีน
  • ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อป้องกันโรค ชาติมหาอำนาจและมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทั้งจีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย ต่างทุ่มเทคเพื่อการพัฒนาวัคซีนที่ดี และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เปรียบเสมือนเป็นช่วงเวลากอบโกย เพราะมวลมนุษยชาติทั่วโลกต่างก็มีความต้องการใช้วัคซีน และยินดีจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคนซีนที่จะช่วยให้ชีวิตมีความปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด-19 
  • องค์ความรู้ในเรื่องวัคซีนมีการพัฒนาและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความก้าวหน้าของการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศสามารถทำให้ทุกฝ่ายเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับโรค ทำให้การพัฒนาวัคซีนสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว 
  • จากวัคซีนที่พัฒนาโดยอยู่บนพื้นฐานของความเร่งด่วน นำมาซึ่งผลที่ไม่พึงประสงค์มากมาย เมื่อผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ผลที่เกิดจากวัคซีนที่พัฒนาอย่างเร่งด่วน เริ่มมีปรากฎออกมาให้เห็น จนเกิดคำถามถึงเรื่องความปลอดภัย และความคุ้มค่าที่จะเสี่ยงในการฉีดวัคซีน เกิดความสับสนต่างๆ มากมาย และเริ่มมีการต่อต้านการใช้วัคซีน เพราะเริ่มเห็นถึงความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพในระยะยาว
  • จากสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก การตัดสินใจทุกอย่างถูกกระตุ้นด้วยความกลัว จนะมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ก็เริ่มเกิดคำถามหลายๆ คำถามตามมาเกี่ยวกับวัคซีน และเริ่มค้นหาทางเลือกอื่นเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย และสามารถรับมือกับสถานการณ์การระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberWC506.6 ป5ว 2564
Authorป่วย อุ่นใจ
TitleVaccine War สมรภูมิวัคซีนโควิด-19 / ป๋วย อุ่นใจ และ นรภัทร ปีสิริกานต์
Editionพิมพ์ครั้งที่ 1
Publishedกรุงเทพมหานคร : มติชน, 2564
Detail288 หน้า : ภาพประกอบ, ตาราง. ; 21 ซม
Table of contentภูมิคุ้มกันกับการต้านโควิด-19 — 1. การแข่งขันเริ่มต้น — 2. “ปฏิบัติการวาร์ปสปีด” เร่งสปีดพลิกโฉมวงการยา — 3. สตาร์ตอัปม้ามืดที่โด่งดังชั่วข้ามคืน — 4. วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ : จับสารพันธุกรรมมาทำวัคซีน — 5. วัคซีนดีเอ็นเอกับเทคโนโลยีเก๋ ๆ ที่เรียกว่าปืนนำส่งวัคซีน — 6. ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม : เชื้อตาย จากดินแดนม่านไม้ไผ่ — 7. กำเนิดวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ — 8. สมรภมูิแห่งวัคซีน ไวรัสเวกเตอร์ — 9. มหากาพย์วัคซีนดาวรุ่ง จากมหาวทิยาลัยออกซ์ฟอร์ด — 10. วัคซีนแอสตราเซเนกา กับดรามาทอลก์ออฟเดอะทาวน์
Table of contentภูมิคุ้มกันกับการต้านโควิด-19 — การแข่งขันเริ่มต้น — “ปฏิบัติการวาร์ปสปีด” เร่งสปีดพลิกโฉมวงการยา — สตาร์ตอัปม้ามืดที่โด่งดังชั่วข้ามคืน — วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ : จับสารพันธุกรรมมาทำวัคซีน — วัคซีนดีเอ็นเอกับเทคโนโลยีเก๋ ๆ ที่เรียกว่าปืนนำส่งวัคซีน — ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม : เชื้อตาย จากดินแดนม่านไม้ไผ่ — กำเนิดวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ — สมรภมูิแห่งวัคซีน ไวรัสเวกเตอร์ — มหากาพย์วัคซีนดาวรุ่ง จากมหาวทิยาลัยออกซ์ฟอร์ด — วัคซีนแอสตราเซเนกา กับดรามาทอลก์ออฟเดอะทาวน์
Table of contentภูมิคุ้มกันกับการต้านโควิด-19 — การแข่งขันเริ่มต้น — “ปฏิบัติการวาร์ปสปีด” เร่งสปีดพลิกโฉมวงการยา — สตาร์ตอัปม้ามืดที่โด่งดังชั่วข้ามคืน — วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ: จับสารพันธุกรรมมาทำวัคซีน — วัคซีนดีเอ็นเอกับเทคโนโลยีเก๋ ๆ ที่เรียกว่าปทนนำส่งวัคซีน — ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม: วัคซีนเชื้อตายจากดินแดนม่านไม้ไผ่ — กำเนิดวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ — สมรภูมิแห่งวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ — มหากาพย์วัคซีนดาวรุ่งจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด — วัคซีนแอสตราเซเนกากับดรามาทอล์กออฟเดอะทาวน์ — โปรตีนหนามสังเคราะห์จากโนวาแวกซ์กับอาวุธลับ “แมตริกซ์-เอ็ม” — วัคซีนสันถวไมตรีจากแดนภารตะ — โครงการโคแวกซ์: การจัดการวัคซีนที่ทุกคนต้องชนะไปด้วยกัน — เมื่อประสิทธิภาพไม่เท่ากับประสิทธิผล — วิวัฒนาการของไวรัส — ภูมิคุ้มกันหมู่ — ภาคต่อ (ที่ยังรอตอนจบ)
Table of contentภูมิคุ้มกันกับการต้านโควิด-19 — การแข่งขันเริ่มต้น — “ปฏิบัติการวาร์ปสปีด” เร่งสปีดพลิกโฉมวงการยา — สตาร์ตอัปม้ามืดที่โด่งดังชั่วข้ามคืน — วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ : จับสารพันธุกรรมมาทำวัคซีน — วัคซีนดีเอ็นเอกับเทคโนโลยีเก๋ ๆ ที่เรียกว่าปืนนำส่งวัคซีน — ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม : วัคซีนเชื้อตายจากดินแดนม่านไม้ไผ่ — กำหนดวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ — สมรภูมิแห่งวัคซีนไวรัสเวกเตอร์
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorนรภัทร ปีสิริกานต์ ผู้แต่งร่วม

นิสัยคนเก่งระดับท็อป 5% ที่ AI ค้นพบ

  • คนเก่งและคนทั่วไปแตกต่างกันตรงจุดไหน จากคำถามนี้นำมาซึ่งการพยายามค้นหาคำตอบ เพื่อแกะรอยวิธีคิดและพฤติกรรมของคนเก่ง ค้นหาความแตกต่าง เพื่อปรับปรุงคนทั่วไปให้กลายเป็นคนเก่ง ชินจิ โคชิคาวะ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ให้ความสนใจและลงทุนเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก จนได้บทสรุปออกมา กลายเป็นคำแนะนำที่สามารถทำตามได้ คนเก่งมีวิธีคิด มีเทคนิคในการทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ คนเก่งหรือพนักงานระดับท็อปจะมีการตั้งเป้าหมาย มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน มีการมองหาความท้าทาย จะเห็นได้ว่าคนเก่งหรือพนักงานระดับท็อปนั้นก็มีทั้งจุดอ่อน จุดแข็งไม่ต่างจากพนักงานทั่วไป แต่คนเก่งจะมีเทคนิคในการจัดการจุดอ่อน
    ของตัวเองจนกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมในการทำงาน 
  • การจะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนเก่งได้ต้องเริ่มตั้งแต่ในระดับทัศนคติหรือ Mindset ซึ่งเป็นเสมือนแกนหลักในการทำงาน ทำให้สามารถทำตามเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะเกิดความผิดพลาด ก็ไม่ละทิ้งเป้าหมายที่ตั้งไว้ และมีความพยายามหาวิธีการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้ มองว่าการทำงานต้องต้องอาศัยวินัยและความต่อเนื่อง งานบางงานไม่ได้ทำสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้น แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ความพยายามอย่างต่อเนื่องจึงจะนำมาซึ่งความสำเร็จได้ คนเก่งจะให้ความสำคัญกับเรื่องเวลา มีการกำหนดเวลาที่แน่นอนในการทำงาน แบ่งเวลาแบ่งความสำคัญของแต่ละงานได้ ถึงเวลาทำงานก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ถึงเวลาพักก็ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน มีการพิจารณาทบทวนในขั้นตอนกระบวนการทำงาน มีการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง นอกจากให้ความสำคัญและทุ่มเทให้กับการทำงานก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความรู้สึก เพราะงานจะประสบผลสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของคนในทีม ความสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้งานราบรื่น และประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้  
  • คนเก่งจะให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อย มีแนวคิดที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนในทีม ยอมรับแนวคิดที่แตกต่าง และนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ปิดกั้น ไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หากเป็นแนวคิดที่ดี และมีประโยชน์ก็หาวิธีเปรับใช้กับงาน  
  • คนเก่งจะให้ความสำคัญกับงาน ลงมือทำงานทันที ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มองว่าเป็นความท้าทาย รักการเรียนรู้ และนำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับใช้ในการทำงานจริง มีความตรงต่อเวลา ให้ความสนใจกับทุกสิ่งรอบตัว ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ให้เวลาในการทบทวนตัวเอง นำเทคโนโลยีมาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น มีปฎิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง หากิจกรรมทำร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ จะเห็นได้ว่านิสัยของคนเก่งที่ประสบความสำเร็จนอกจากปัจจัยด้านตัวเองแล้ว ก็ยังต้องอาศัยปัจจัยภายนอกด้วย

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberBF636.A2 ค9น 2565
Authorโคชิคาวะ, ชินจิ
Titleนิสัยคนเก่งระดับท็อป 5% ที่ AI ค้นพบ = Habits of the top 5% according to AI / ชินจิ โคชิคาวะ, เขียน ; อาคิรา รัตนาภิรัต, แปล
Publishedกรุงเทพฯ : อมรินทร์ฮาวทู อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง, 2565
Detail190 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Table of contentกฎ 5 ข้อของ “พนักงานระดับท็อป 5%” ที่สรุปได้จากการวิเคราะห์ด้วย AI –ความเข้าใจผิดของ “พนักงานทั่วไป 95%” ที่ทำไปเพราะคิดว่าเป็นเรื่องดี –แนวคิดและสไตล์การทำงานของ “พนักงานระดับท็อป 5%” –คำพูดติดปากของ”พนักงานระดับท็อป 5%” ที่สร้างทีมให้แข็งแกร่ง — นิสัยลงมือทำทันทีของ”พนักงานระดับท็อป 5%” — กิจวัตรของ “พนักงานระดับท็อป 5%”ที่ทำตามได้เลยตั้งแต่วันนี้
Abstractไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ ปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวล้ำพบว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้พนักงานระดับท็อป 5% ทำงานดีและเร็วแบบทิ้งห่างจากพนักงานทั่วไปอีก95% อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งคุณเองก็ทำได้เช่นกันมาดูกันว่าด้วยข้อมูลและพลังการประมวลผลที่เหนือชั้น AIสุดอัจฉริยะพบความเชื่อมโยงอะไรในบรรดาคนเก่ง
Subject
Subject
Added AuthorKoshikawa, Shinji
Added Authorอาคิรา รัตนาภิรัต

The Bitcoin Standard ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง

  • บิตคอยน์ คือ ระบบโครงข่ายของเงินดิจิทัลระบบแรกของโลก และบิตคอยน์คือสินทรัพย์ทางการเงินที่ถูกออกแบบและประดิษฐ์ชนิดแรกของโลก ทำให้บิตคอยน์กลายเป็นเทคโนโลยีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลก การทำความเข้าใจบิตคอยน์ได้นั้นเราต้องเข้าในถึงแก่นแท้ของเงิน บทบาทหน้าที่และอำนาจในการเปลี่ยนแปลงสังคมของเงินเสียก่อนเนื่องจากบิตคอยน์เป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมภายใต้ระบบการค้าเสรี

     “31 ตุลาคม 2008 นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้ส่งอีเมลไปยังกลุ่มนักเข้ารหัสเพื่อประกาศว่าเขาได้สร้า “ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ที่ทำงานในลักษณะบุคคลถึงบุคคล อย่างสมบูรณ์โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อใจในบุคคลที่สาม””

    การศึกษาและทำความเข้าใจวิธีการซื้อ การเก็บรักษา และการเป็นเจ้าของบิตคอยน์อย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบในทรัพย์สินของตัวคุณเองในการใช้งานโครงข่ายของบิตคอยน์ ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนในบิตคอยน์

    ส่วนสุดท้ายบอกว่าบล็อกเชนทำอะไรได้บ้าง แต่ที่สำคัญกว่าคือ สิ่งที่บล็อคเชนทำไม่ได้

    “… หากแต่ละบล็อกเชนมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือหากตัวบล็อกเชนถูกนำไปใช้สำหรับกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นดังที่เหล่าสาวกบล็อกเชนพยายามโฆษณา มันก็จะมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะนำมารันบนเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดา ซึ่งการรวมศูนย์อำนาจของเครือข่ายเอาไว้กับโนดขนาดใหญ่เพียงไม่กี่โนดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสถาบันขนาดใหญ่ ก็ทำให้ความพยายามในการกระจายศูนย์อำนาจนั้นไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง” (หน้า 468)

    “ข้อจำกัดทางเศรษฐศาสตร์สำหรับเทคโนโลยีบล็อกเชน … พบอุปสรรคสำคัญในการใช้งานในวงกว้างอยู่ 5 ประการ” (หน้า 480)


    แนะนำหนังสือเล่มนี้สำหรับทุกคนที่สนใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเงิน และประวัติศาสตร์ของ Bitcoin การคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตของ Bitcoin และระบบการเงินของโลก เพื่อให้คุณเข้าใจ “เงิน” ในอีกมุมหนึ่งมากขึ้น ท้ายเล่ม เชิงอรรถผู้เรียบเรียง อธิบายแนวคิด และศัพท์เทคนิคบางคำ เข้าใจกระจ่างว่า Bitcoin คืออะไร ทำหน้าที่อะไร และเหตุใดจึงเหนือกว่าสกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ 


    สารบัญ : THE BITCOIN STANDARD ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง

    • บทที่ 1 เงิน
    • บทที่ 2 เงินบรรพกาล
    • บทที่ 3 เหรียญโลหะ
      • เหตุใดต้องเป็นทอง
      • ยุคทองและการเสื่อมสลายของโรมัน
      • จักรวรรดิไบแซนเทียมและเหรียญบีแซนต์
      • ยุคเรเนสซองส์
      • La Belle ?poque : ยุคสมัยอันสวยงาม
    • บทที่ 4 เงินตรารัฐบาล
    • ลัทธิชาตินิยมทางการเงินและจุดสิ้นสุดของโลกเสรี
    • ยุครอยต่อระหว่างสงคราม
    • สงครามโลกครั้งที่ 2 และเบรตตันวูดส์
    • เกียรติประวัติของเงินรัฐบาล
    • บทที่ 5 เงินและความโหยหาผลตอบแทนระยะสั้น
      • เงินเฟ้อ
      • การออมและการสั่งสมทุนทรัพย์
      • นวัตกรรม : “จาก 0 เป็น 1” หรือ “จาก 1 สู่การต่อยอด”
      • ความเฟื่องฟูทางศิลปะ
    • บทที่ 6 ระบบการสื่อสารของระบอบทุนนิยม
      • ลัทธิสังคมนิยมในตลาดทุน
      • วัฏจักรธุรกิจและวิกฤตการเงิน
      • พื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการค้าขาย
    • บทที่ 7 เงินที่มั่นคงและเสรีภาพในระดับบุคคล
      • รัฐบาลควรทำการบริหารอุปทานของเงินหรือไม่
      • เงินที่ไม่มั่นคงกับสงครามอันไม่จบสิ้น
      • รัฐบาลที่มีอำนาจจำกัดกับรัฐบาลที่มีอำนาจล้นฟ้า
      • การลักหลับ
    • บทที่ 8 เงินดิจิทัล
      • บิตคอยน์ในฐานะเงินสดดิจิทัล
      • อุปทาน มูลค่า และธุรกรรม
      • ภาคผนวกสำหรับบทที่ 8
    • บทที่ 9 บิตคอยน์มีประโยชน์อย่างไร
      • แหล่งเก็บรักษามูลค่า
      • อธิปไตยส่วนบุคคล
      • การชำระบัญชีระหว่างประเทศและการชำระบัญชีออนไลน์
      • หน่วยวัดมูลค่าทางบัญชีของโลก
    • บทที่ 10 คำถามเกี่ยวกับบิตคอยน์
    • การขุด Bitcoin เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานไหม
    • เหนือการควบคุม : เหตุใดจึงไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงบิตคอยน์ได้
    • Antifragility : ยิ่งทุบตียิ่งแข็งแกร่ง
    • บิตคอยน์จะสามารถเติบโตได้จริงหรือ
    • บิตคอยน์เป็นเงินอาชญากรไหม
    • คู่มือการทำลายบิตคอยน์ : สำหรับผู้เริ่มต้น
    • เหรียญทางเลือก
    • เทคโนโลยีบล็อกเชน

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberHG1710 อ64ด 2565
Authorอัมมูส, เซเฟดีน, ค.ศ. 1980-
TitleThe Bitcoin standard : ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง / โดย Saifedean Ammous ; เรียบเรียงโดย พิริยะ สัมพันธารักษ์, พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว
Editionพิมพ์ครั้งที่ 6
Publishedกรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2565
Detail499 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม
Table of contentบทที่ 1 เงิน — บทที่ 2 เงินบรรพกาล — บทที่ 3 เหรียญโลหะ — บทที่ 4 เงินตรารัฐบาล — บทที่ 5 เงินและความโหยหาผลตอบแทนระยะสั้น — บทที่ 6 ระบบการสื่อสารของระบอบทุนนิยม — บทที่ 7 เงินที่มั่นคงและเสรีภาพในระดับบุคคล — บทที่ 8 เงินดิจิทัล — บทที่ 9 บิตคอยน์มีประโยชน์อย่างไร — บทที่ 10 คำถามเกี่ยวกับบิตคอยน์
Abstract“The Bitcoin Standard” จะพาผู้อ่านเดินทางไปพบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีระบบการเงินที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งจะเป็นบทเรียนให้เราเข้าใจว่าสิ่งใดเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของเงิน และเข้าใจว่าบิตคอยน์ได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงบทบาทที่บิตคอยน์จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้ในอนาคต บิตคอยน์ไม่ใช่สกุลเงินสำหรับอาชญากรหรือผู้กระทำผิด แต่บิตคอยน์จะเป็นทางเลือกใหม่ของระบบตลาดเสรีที่มีการกระจายศูนย์ มีความเป็นกลางทางการเมือง ที่จะมาแทนระบบธนาคารกลาง ซึ่งมีศักยภาพที่จะส่งผลต่อสิทธิเสรีภาพและความรุ่งเรืองส่วนบุคคลอย่างมหาศาล สำหรับใครที่กำลังพยายามทำความเข้าใจระบบเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่นี้ The Bitcoin Standard จะช่วยสร้างความกระจ่างให้คุณได้มากยิ่งขึ้น
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Subject
Added Authorพิริยะ สัมพันธารักษ์, 2528-
Added Authorพีรพัฒน์ หาญคงแก้ว
Added AuthorAmmous, Saifedean

พื้นฐานการวิจัยเชิงประจักษ์

  • หนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่ออธิบายปรัชญา มโนทัศน์ และพื้นฐานต่างๆ ของการวิจัย โดยเฉพาะการวิจัยเชิงประจักษ์ให้เข้าใจได้ง่าย ตลอดจนนำเสนอความรู้และหลักการสำคัญของกระบวนการวิจัย ซึ่งการวิจัยเป็นมโนทัศน์ที่จำเป็นสำหรับหลายวิชาชีพเนื่องจากการทำวิจัยก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในศาสตร์ต่างๆ หนังสือพื้นฐานการวิจัยเชิงประจักษ์มีจุดประสงค์หลักเพื่ออธิบายปรัชญา มโนทัศน์ และพื้นฐานต่างๆ ของการวิจัย โดยเฉพาะการวิจัยเชิงประจักษ์ให้เข้าใจได้ง่าย ตลอดจนนำเสนอความรู้และหลักการสำคัญของกระบวนการวิจัยตั้งแต่การตั้งคำถามวิจัย การกำหนดสมมติฐาน การกำหนดประเภทที่เหมาะสมของการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย มีตัวอย่างประกอบกับแบ่งบทต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้เป็นตำราประกอบการสอนรายวิชาวิจัยได้ด้วย และเพื่อขานรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หนังสือพื้นฐานการวิจัยเชิงประจักษ์นี้จัดทำในลักษณะ 2 ภาษา คือ ภาษาไทย-อังกฤษ เพื่อให้ผู้อ่านได้เรียนรู้คำศัพท์เทคนิคและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องไปควบคู่กับมโนทัศน์สำคัญเกี่ยวกับการวิจัย

คลิกเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเครื่องหมาย - เพื่อซ่อนข้อมูล

CallnumberQ180.A1 ธ6พ 2564
Authorธีระ อาชวเมธี
Titleพื้นฐานการวิจัยเชิงประจักษ์ = Fundamentals of empirical research / ธีระ อาชวเมธี, สมหวัง พิธิยานุวัฒน์, กมลวรรณ ตังธนกานนท์
Editionพิมพ์ครั้งที่ 2
Publishedกรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2564
Detail329 หน้า : ภาพประกอบ ; 26 ซม
Table of contentบทที่ 1 เอกภพของสาขาทางวิชาการ — บทที่ 2 ผลิตผลของการวิจัยเชิงประจักษ์ : ความรู้เชิงประจักษ์ — บทที่ 3 คำถามและสมมติฐานการวิจัย — บทที่ 4 การทบทวนวรรณกรรมวิจัย — บทที่ 5 ตัวแปรและคำนิยามเชิงปฏิบัติการ — บทที่ 6 ประเภทของการวิจัย : เชิงบรรยาย — บทที่ 7 ประเภทของการวิจัย : เชิงทดลอง — บทที่ 8 การเก็บรวบรวมข้อมูล : การเลือกตัวอย่าง — บทที่ 9 การเก็บรวมรวมข้อมูล : การสังเกตและเครื่องมือที่ใช้ในการสังเกต — บทที่ 10 การวิเคราะห์ข้อมูล : เชิงบรรยาย — บทที่ 11 การวิเคราะห์ข้อมูล : เชิงอนุมาน — บทที่ 12 การเขียนรายงานการวิจัย
Subject
Subject
Subject
Added Authorกมลวรรณ ตังธนกานนท์
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4
  • ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4

หากน้อง ๆ ต้องการให้ชวนอ่านเพิ่มเติมเล่มไหน ความเป็นไทยและพลเมืองโลก 4 หรือเสนอแนะเรื่องไหนเพิ่ม กด comment ด้านล่างได้เลย

Facebook Comments

facebook comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top