เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก

เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก

เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก

MAYBE YOU SHOULD TALK TO SOMEONE

“บางครั้งผู้ที่ไม่ได้ไปพบนักบำบัดหรือนักจิตวิทยาอาจมีอาการหนักกว่าผู้ที่ไปพบนักบำบัดก็เป็นได้ เพราะเราทุกคนล้วนมีปัญหา และมีปมซ่อนอยู่ภายในใจเสมอ สิ่งนี้เองที่ทำให้บางช่วงชีวิตของเราเกิดสะดุดล้มลง หรือทำสิ่งใดผิดพลาดไป แต่ถ้าหากเรารู้ทันมันและได้คลายปมก่อนจะสายเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความไม่เข้าใจในตัวเองหรือผู้อื่นก็ตาม จะทำให้เราได้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน”

หนังสือ “เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก” หรือ Maybe You Should Talk to Someone  

ทำไมเราจะต้องอ่านเล่มนี้

ผู้เขียนเล่าวิธีการ ประสบการณ์ มุมมองและเหตุการณ์ที่เจอจากคนไข้ของเธอ รวมถึงประสบการณ์ของตัวเองเมื่อเจอปัญหาที่ต้องอาศัยการบำบัดจากนักบำบัดเหมือนกัน และต้องทำการบำบัดคนอื่นไปด้วย เล่าสลับไปมา พร้อมกับให้ข้อคิดแทรกอยู่ให้คนอื่นได้ขบคิดจากคนไข้ของเธอ

ผู้เขียนเล่าเรื่องราวต่อเนื่อง รวม 4 บท 58 เรื่อง เล่าเรื่องราวของตัวเอง และของคนไข้ สลับกันไปพร้อม ๆ กับได้แทรกข้อคิด แนวคิด มุมมอง และชื่อเรื่องคือคำอธิบายเรื่องราวของตอนนั้นๆ    

ข้อคิดจากเนื้อหา "เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก

ภาคหนึ่ง

ไม่่มีอะไรน่าพึงปรารถนามากกว่าการหลุดพ้นจากทุกข์ แต่ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการต้องแยกจากสิ่งที่น่าหลงใหล
-เจมส์  บอลด์วิน

ภาคสอง

ความซื่อสัตย์เป็นยาแรงกว่าความเห็นใจ ความเห็นใจนั้นอาจปลอบประโลม แต่มักปกปิด
-เกรเทล เอียร์ลิช

ภาคสาม

สิ่งที่ทำให้เกิดกลางคืนในตัวเราอาจฝากดวงดาวเอาไว้
Therapist
-วิกตอร์ อูโก (Victor Hugo)

ภาคสี่

แม้เราเดินทางท่องโลกเพื่อค้นหาความงาม เราก็ต้องนำมันติดตัวไปด้วยให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะหาไม่เจอ
Therapist
-วิกตอร์ อูโก (Victor Hugo)

“บางครั้งผู้ที่ไม่ได้ไปพบนักบำบัดหรือนักจิตวิทยาอาจมีอาการหนักกว่าผู้ที่ไปพบนักบำบัดก็เป็นได้ เพราะเราทุกคนล้วนมีปัญหา และมีปมซ่อนอยู่ภายในใจเสมอ สิ่งนี้เองที่ทำให้บางช่วงชีวิตของเราเกิดสะดุดล้มลง หรือทำสิ่งใดผิดพลาดไป แต่ถ้าหากเรารู้ทันมันและได้คลายปมก่อนจะสายเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความไม่เข้าใจในตัวเองหรือผู้อื่นก็ตาม จะทำให้เราได้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน”

9

ภาพถ่ายของตัวเราเอง

คนที่มารับการบำบัด คือคนที่กำลังนำเสนอภาพถ่ายของตัวเอง ส่วนนักบำบัดก็ต้องทำความเข้าใจคนไข้จากภาพถ่ายเหล่านั้น  คนไข้มาถึงในสภาพย่ำแย่ที่สุดหรืออย่างน้อยก็ไม่สบายใจนัก  พวกเขาอาจสิ้นหวังหรือตั้งแง่  สับสนหรือวุ่นวายใจ  โดยทั่วไปมักอารมณ์ไม่ดี

     ดังนั้นนักบำบัดจึงฟัง แนะนำ  กระตุ้น  นำทาง และบ่อยครั้งยังโน้มน้าวคนไข้ให้เผยภาพถ่ายมุมอื่นให้เห็นบ้าง  เพื่อจะได้สัมผัสประสบการณ์ของสิ่งที่เกิดขึ้นภายในและรอบตัวพวกเขา  เราจะนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกัน  แล้วไม่นานก็จะเห็นว่าภาพที่ไม่ประติดปะต่อนี้หลอมรวมเป็นแก่นเรื่องเดียวกัน  อาจไม่ใช่เรื่องคนไข้คิดไว้เลยด้วยซ้ำในตอนที่ตัดสินใจมาพบนักบำบัด

เมื่อเธอซึ่งเป็นนักบำบัดได้เจอปัญหาของตัวเอง และรู้ว่าเธอรู้จักความเจ็บปวดดี เพราะเธอก็เจอปัญหาระหว่างเธอกับแฟนหนุ่ม 

    “นักบำบัดย่อมรับมือกับความท้าทายของชีวิตประจำวันเช่นเดียวกับคนอื่น อันที่จริงความคล้ายคลึงนี้เป็นรากฐานของสายใยที่เราถักทอร่วมกับคนแปลกหน้าผู้ไว้ใจเล่าเรื่องราวและความลับอ่่อนไหวที่สุดให้เรารู้ การเรียนรู้ฝึกฝนทฤษฎี  วิธีใช้เครืื่องมือ และเทคนิคต่าง ๆ ให้เรา แต่ความรูู้ที่ได้มายากเย็นนี้ก็ทำให้เรารู้ดีว่าการเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งนั้นยากเย็นเพียงใด พูดได้เรายังมาทำงานทุกวันในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง  เรามีเรื่องอ่อนไหวของตัวเอง มีความปรารถนา ความกลัว และเรื่องราวหนหลังของตัวเอง คุณสมบัติสำคัญที่สุดของฉันในบรรดาคุณสมบัติต่าง ๆ ที่นักบำบัดพึงมีก็คือการที่ฉันเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งอย่างเต็มตัว”

       “หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดของการบำบัด คือการช่วยให้คนไข้รับผิดชอบกับปัญหาที่ประสบพบเจอ  เพราะเมื่อพวกเขารู้ว่า สามารถ (และต้อง) สร้างชีวิตของตนเอง พวกเขาก็จะมีอิสระในการเปลี่ยนแปลง แต่บ่อยครั้งคนเราแบกความเชื่อว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุรอบตัวหรือเป็นไปตามสถานการณ์ พูดอีกอย่าง คือ มีสาเหตุจากภายนอก ดังนั้นปัญหาเกิดจากคนอื่นหรือสิ่งอื่น เกิดจากภายนอก พวกเขาจะพยายามเปลี่ยนแปลงทำไม ต่อให้ตัดสินใจทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม โลกก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมใช่ไหมเล่า”

        เป็นคำโต้แย้งที่มีเหตุผล  แต่่ชีวิตจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่

       “นักบำบัดจะยกกระจกให้คนไข้ส่อง  แต่คนไข้จะยกกระจกให้นักบำบัดส่องด้วย การบำบัดไม่ใช่การกระทำฝายเดียว มันเกิดขึ้นเป็นกระบวนการคู่ขนาน”

       “ความย้อนแย้งที่น่าสนใจของกระบวนการบำบัด ก็คือ นักบำบัดพยายามมองให้เห็นคนไข้ในแบบที่พวกเขาเป็นจริง ๆ เพื่อให้ทำงานได้ นั้นก็หมายถึงสังเกตเห็นจุดอ่อนไหว รวมถึงรูปแบบการปกป้องตัวเองและต่อส่วนกับปัญหา  ส่วนคนไข้ก็อยากให้อีกฝ่ายช่วยนั่นแหละ แต่ก็อยากให้คนอื่นชอบและชื่นชมตัวเองด้วย”

41

มีศักดิ์ศรีกับสิ้นหวัง

      การยกโทษอาจเป็นเรื่องยากพอๆกับการขอโทษ คุณขอโทษเพราะมันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นหรือเพราะมันจะทำให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้น  คุณขอโทษเพราะเสียใจในสิ่งที่ทำหรือพยายามเอาใจคนอื่น ผู้เชื่อว่าคุณควรขอโทษในสิ่งที่คุณเองไม่รู้สึกว่าเป็นความผิด คำขอโทษนี้เพื่อใครกันแน่

     ข้อสรุปของฉันก็คือ คุณมีเมตตาได้โดยไม่ต้องยกโทษ มีวิธีการมากมายในการเดินหน้าต่อไป  การแสร้งทำเป็นรู้สึกบางอย่างไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

ในช่วงแรกของของการทำให้คนไข้รู้สึกว่ามีผู้รับฟังปัญหาและรับฟังพวกเขาเข้าใจเรื่องที่สำคัญหรือพยายามเปลี่ยนแปลงอะไร

คุณจะต้องรู้สึกเจ็บปวดบ้าง ...ทุกคนล้วนเคยรู้สึกเจ็บปวดในบางช่วงเวลา แต่คุณไม่ต้องทนทุกข์มากนักก็ได้

การยกโทษอาจเป็นเรื่องยากพอๆกับการขอโทษ

เพราะการเข้าใกล้เป้าหมายแต่ไปไม่ถึงนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าไม่มีโอกาสลองทำตั้งแต่ต้น

ฉันรู้ดีว่าคนเราจะรู้สึกสบายใจแค่ไหน เมื่อได้โทษโลกภายนอกตอนหงุดหงิด

คนมักเข้าใจผิดคิดว่าความรู้สึกเฉยชาคือไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ความจริงคนที่เฉยชายังมีความรู้สึกอยู่ มันเป็นแค่การตอบสนองเมื่อเรามีความรู้สึกมากเกินไปต่างหาก

เราขอให้คนอื่นยกโทษให้เพื่อที่เราจะไม่ต้องยกโทษให้ตัวเอง

ทุกคนที่คนเคยสนิทสนมด้วยจะคงอยู่ตรงไหนสักแห่งในตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นอดีตคนรัก พ่อแม่และเพื่อน ทั้งคนที่ยังอยู่และจากไปแล้ว

เมื่อเราอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว จะพบว่า.....

Review this Book

TrueID
TrueID
Read More
หากคุณผู้อ่านกำลังคิดว่าจะไปพบจิตแพทย์ดีหรือไม่ หรือคิดว่าชาตินี้ฉันไม่มีวันไปพบจิตแพทย์อย่างแน่นอน ผู้เขียนอยากให้คุณได้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูก่อนค่ะ ไม่ใช่แค่หนังสือธรรมดาแต่มีความลับของนักจิตวิทยาที่ไม่เคยบอกใครอยู่ภายในเล่มนี้ โดยเป็นหนังสือในรูปแบบของนวนิยาย แบ่งออกเป็น 4 ภาค มีตัวละครหลักดำเนินเรื่องอย่างชัดเจน มีทั้งหมด 58 ตอน และยังเป็นหนังสือขายดีที่มีการตีพิมพ์มากแล้วมากกว่า 24 ครั้งด้วยกัน !
bloggang
bloggang
Read More
นอกจาก Lori Gottlieb จะเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เธอยังเป็นนักจิตวิทยาทำหน้าที่บำบัดจิตของคนไข้จำนวนมาก ใครจะคิด วันหนึ่งเมื่อชีวิตเกิดปัญหาใหญ่หลวง แฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีจนถึงขั้นใกล้แต่งงาน กลับบอกเลิกกับเธออย่างกระทันหัน ด้วยเหตุผลไม่คาดคิด ส่งผลให้ความรู้สึกของเธอแตกเป็นเสี่ยง ๆ จนในที่สุดเธอจึงเลือกไปบำบัดกับนักจิตวิทยาอีกคน และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้
Previous
Next

Facebook Comments

facebook comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back To Top
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์