Mindset ของวันพรุ่งนี้ : กรอบความคิดสำหรับอนาคต

กรอบความคิด

กรอบความคิด หรือ Midset คืออะไร ?

กรอบความคิด หรือเรามักจะพูดทับศัพท์ว่า Mindset เป็นชุดความเชื่อวิธีคิดที่กำหนดการแสดงพฤติกรรม การมองโลก และทัศนคติ ในทางปฏิบัติเมื่อแสดงพฤติกรรม ความคิดเห็นใดๆ สามารถสะท้อนกลับไปถึงกรอบความคิดที่มาของพฤติกรรมและความคิดนั้นๆ ได้เสมอ เพราะความคิดและความรู้สึกเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของคน  และ Mindset ของอนาคต คือวันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไป เราต้องปรับอย่างไร เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังคนเดียว 

ผู้เขียน

Future Mindset เมื่อวิธีคิดที่คุณมีใช้กับวันพรุ่งนี้ไม่ได้

กรอบความคิด

ในยุคที่ทุกสิ่งเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ความรู้และทักษะเท่านั้นที่จะล้าสมัย “วิธีคิด” ก็ล้าสมัยได้ด้วยเช่นกัน ถ้ายังไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ถ้ายังอยากเดินไปกับ “งาน” และ “โลก” ที่เปลี่ยนไปทุกวัน คุณก็ต้องสร้างวิธีคิดใหม่

หนังสือ Future Mindset เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนหรือสร้าง “วิธีคิด” ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ให้เท่าทันอนาคตที่กำลังจะมาถึง โดยนำเสนอด้วยสไตล์เนื้อหาที่สั้นๆ กระชับ อ่านง่าย 35 บท 35 Mindset เพื่อให้เราได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้เท่าทันอนาคต แฝงไปด้วยความสุภาพแต่หนักแน่น จริงจัง  เหมือนมีโค้ชมานั่งสอนข้างๆ

แล้ว กรอบความคิด ไหนที่จะเป็นประโยชน์กับเรา  ชวนอ่่าน กันค่ะ 

35 Future Mindset ที่คุณนำไปใช้กับการทำงานได้

1. อย่าทำในสิ่งที่ตัวเองรัก Don’t follow your passion, follow your effort 

2. ทำงานให้สำเร็จโดยไม่ต้องทำให้เสร็จทุกสิ่ง  แก้ปัญหาสำคัญที่สุดก่อน ถ้าเอาทรัพยากรที่มีจำกัดไปแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน สุดท้ายมักจะแก้ไม่ได้สักอย่าง

3. ทางลัดสู่ความสำเร็จ ปัญหาของคุณคืออะไร ใครคือคนที่ทำเรื่องนั้นได้ดีที่สุด ลงมือทำ Benchmarking

4. ค้นหาภาวะลื่นไหลของคุณ  หาภาวะลื่นไหลให้เจอ เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่คุณจะทำได้ดี และมี Productivity สูงสุด

5. 7 วิธีทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ มีหลายวิธีที่ช่วยให้คุณทำงานที่ไม่ชอบให้เสร็จลุล่วง แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วคุณอาจต้องย้อนกลับไปแก้ที่ต้นตอ นั่นคือ เลิกทำซะ

6. วิธีคิดของคนที่ทำผลลัพธ์ได้มากโดยใช้เวลาน้อย  ยอมรับเสียตอนนี้ว่า “เราไม่สามารถเก่งได้ทุกเรื่อง” และ “เราไม่สามารถทำทุกเรื่องในระดับที่ดีที่สุดได้”

7. คนที่ประสบความสำเร็จที่สุด เขาประชุมกันอย่างไร  ถามผู้เข้าร่วมประชุมที่ไม่ได้พูดอะไรว่า “คุณเข้ามาทำไม”

8. เลิกวัฒนธรรมการทำงานดึก Work smart, don’t work hard

9. 7 เทคนิคจัดการเวลาที่ได้ผลที่สุด การใช้เวลากับเป้าหมายในชีวิตต้องสัมพันธ์กัน ถามตัวเองว่าคุณกำลังใช้เวลาเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่หรือเปล่า

10. คุณบริหารโอกาสเป็นไหม เวลาเลือกทำอะไรสักอย่าง ถ้ามันมีโอกาสสำเร็จสูง และถ้าสำเร็จแล้วจะดีกับชีวิตคุณมาก อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปเป็นอันขาด

11. อดทนในสิ่งที่ตัวเองรัก รักอย่างเดียวไม่พอ ต้องอดทนด้วย โลกนี้ไม่ได้เป็นไปตามใจเราซะทุกเรื่อง

12. “เกือบสมบูรณ์แบบ” อาจดีกว่า “สมบูรณ์แบบ” อย่าให้คำว่า “สมบูรณ์แบบ” ทำให้คุณละเลยเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญในชีวิต 

13. เทคนิคเพิ่ม Productivity ใน 1 นาที แค่วางโทรศัพท์มือถือไว้ไกลตัว เวลาก็จะกลับคืนมามหาศาล

14. แค่งานเสร็จยังไม่พอ แต่ต้อง “สำเร็จ” ด้วยงานของคุณมีองค์ประกอบแห่งความสำเร็จมากแค่ไหน แล้วจะเพิ่มมันให้มากขึ้นได้อย่างไร

15. NATO – ปรากฏการณ์ถ่วงความเจริญขององค์กร  No NATO. อย่าดีแต่พูดโดยไม่ทำอะไร

16. แบบประเมินงานในฝัน งานของคุณมีความเป็นอิสระ ตรงกับความเชี่ยวชาญ ให้คุณค่ากับคนจำนวนมาก และสร้างรายได้ได้ดีหรือเปล่า

17. วิธี Say No ให้อีกฝ่าย Say Yes  หา Yes ของคุณให้เจอ แล้ว No ของคุณจะหนักแน่นขึ้น

18. สำเร็จหรือล้มเหลว ต่างกันแค่คำว่า “จะลดคำว่า “จะ” ทำนั่นทำนี่ แล้วลงมือทำเลย

19. 10 วิธีเพิ่ม Productivity ในการทำงาน เป้าหมายระยาวเป็นเหมือ “เข็มทิศ Productivity” มันทำให้คุณรู้ว่ากำลังมุ่งไปทางไหน และไม่มีวันหลงทาง

20. เทคนิคหยุดพักให้ได้ผล การหยุดพักที่ถูกวิธีจะทำให้ผลงานดีและมี Productivity สูงขึ้น

21. “ความยุ่ง” คือตัวบ่งบอกถึงสิ่งผิดปกติ เมื่อเรา “ยุ่ง” แสดงว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ไม่ค่อยชอบ และมีเวลาว่างในการทำสิ่งที่ชอบน้อยลง

22. Synchronization – ปัจจัยที่หลอมรวมทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียว ถ้าอยากให้ทีมทำงานด้วยกันได้ดียิ่งขึ้น ให้ลองทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน แต่ต้องอาศัยการสอดประสานกัน

23. เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เวลาที่เริ่มต้นทำส่งผลอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ เลือกจังหวะเวลาของคุณให้ดี

24. คุณคือนกแบบไหน  หาเวลาที่ดีที่สุดของตัวเองให้เจอ แล้วทำงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

25. 5 เทคนิคที่ทำให้เรา Productive คำว่า Productive ไม่ใช่แค่การทำอะไรให้ได้ “มาก ๆ” ภายในเวลาน้อย ๆ เท่านั้น แต่มันยังต้องส่งผลกระทบอย่างสูงด้วย

26. คำถามที่ต้องตอบก่อนจะออกจาก Comfort Zone  เริ่มจาก Comfort Zone เล็ก ๆ ที่คุณคุ้นเคย แล้วค่อยขยายให้มันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

27. ศาสตร์และศิลป์แห่งการโอ้อวด  หลีกเลี่ยงการโอ้อวดแบบถ่อมตัว เพราะมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง

28. ให้รางวัลอย่างไรถึงจะจูงใจคนได้จริง ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม แรงจูงใจภายในสำคัญไม่แพ้แรงจูงใจภายนอก

29. ด้านมืดและด้านสว่างของกฎระเบียบ กฎระเบียบช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้ แต่ต้องไม่มากเกินไป

30. คุณกำลังจูงใจพนักงานด้วยเงินอยู่หรือเปล่า อย่าคิดว่าเงินเป็นสิ่งเดียวที่จะจูงใจพนักงานได้ หลาย ๆ ครั้ง มันอาจไม่ส่งผลอะไรเลย หรืออาจส่งผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

31. โลกการทำงานสองใบ หากจะจูงใจคน คุณต้องรู้ก่อนว่าเขาอยู่ในโลกทางสังคมหรือโลกทางตลาด

32. AI กับเด็กฝึกงาน ถ้ามองว่าทุกวันนี้ AI คือเด็กฝึกงาน ภายใน 20 ปีมันจะเก่งไม่แพ้หัวหน้าในปัจจุบันเลยทีเดียว

33. ทักษะที่ต้องมีสำหรับยุคที่ AI ครองเมือง คุณเลือกได้ว่าจะพัฒนาตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ หรือจะรอจนกว่า AI เข้ามาทำงานแทนคุณ 

34. หลักการลงทุนแบบการปลูกไม้ยืนต้น  การลงทุนก็เหมือนการเลือกปลูกพันธุ์ไม้ดี ๆ จงรอคอยเวลาที่ต้นไม้ต้นนั้นค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และออกดอกออกผลต่อไป

35. คำถามสุดท้ายก่อนลาออกจากงาน  ทุกอย่างเริ่มต้นจากความรู้ การทำธุรกิจก็เช่นกัน ถ้ายังไม่มีความรู้ก็ต้องเก็บเกี่ยวให้ได้มากพอก่อน แม้ว่าวิธีการที่ใช้จะห่างไกลจากภาพในฝันของเราก็ตาม

ผู้เขียน

เจ้าของ Content

Khimiim : สาวน้อยแห่งมอทักษิณ ผู้หลงใหลวัฒนธรรมแดนกิมจิ

เทคนิคเปลี่ยนคุณให้เป็นคนไม่ผัดวันประกันพรุ่งและลงมือทำทันที

กรอบความคิด

ในชีวิตของคนเรา มักพบเจอกับคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย โดยแต่ละคนล้วนมีคุณสมบัติที่คล้าย ๆ กัน ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนที่ขยันพัฒนาตนเอง หรือขยันอบรมหมั่นฝึกฝน แต่พวกเขามีคุณสมบัติเดียวกันคือ การเป็นผู้เชี่ยวชาญในการลงมือทำทันที เช่น

  • ในขณะที่คนอื่นอ่านหนังสือแนวธุรกิจ คนที่ลงมือทำทันทีก็เดินทางไปหาลูกค้าแล้ว
  • ในขณะที่คนอื่นกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก คนที่ลงมือทำทันทีก็ออกจากบ้านไปวิ่งออกกำลังกายแล้ว

ไม่ว่าคุณจะมีความรู้ หรือความพร้อมมากแค่ไหน หากคุณไม่ลงมือทำ คุณสมบัติที่มีก็สูญเปล่าทันที แต่ถ้าหากคุณลงมือทำ ณ ตอนนี้ คุณก็จะก้าวไปขั้นหนึ่งของความสำเร็จก่อนใคร ๆ แล้ว ดั่งคำพังเพยที่กล่าวว่า “The early bird catches the worm first” หรือที่แปลว่า “นกที่ออกหากินในตอนเช้า จะได้กินหนอนก่อนใครเพื่อน”

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่จะช่วยปรับกรอบความคิด หรือ Mindset ของเราให้เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยปราศจากอุปสรรคภายในจิตสำนึก และสภาพแวดล้อมที่คอยขัดขวางแรงขับเคลื่อนในการกระทำของคนเรา โดยใช้แนวคิดแบบวัฒนธรรมคนญี่ปุ่น ที่จะส่งผลให้ผู้อ่านได้รับแนวคิดสร้างแรงขับเคลื่อนในการลงมือทำ และนำไปสู่โอกาสความสำเร็จมากกว่าผู้อื่น ด้วย 55 วิธีที่สามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย และใช้เวลาสั้น ๆ ในแต่ละข้อไม่ถึง 1 นาที เพียงแค่ปรับพฤติกรรมเล็กน้อย เรื่องที่ทำให้เราผัดวันประกันพรุ่ง ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายที่ลงมือทำได้โดยทันที อย่างเช่น

  • อย่าคาดหวังว่าตัวเองในอนาคตจะลงมือทำ : เพราะภายในจิตใจของเราชอบคิดว่าตัวเราในอนาคตจะเก่งกว่า เยี่ยมยอดกว่า ณ ตอนที่เป็นอยู่ เนื่องจากจิตใจของเราพยายามปกป้องตัวเองให้มองโลกในแง่ดี มีชีวิตกับความหวังที่ว่า อนาคตต้องดีกว่านี้ แต่แท้จริงแล้ว การลงมือทำทีหลังนั้น ไม่ได้ช่วยให้ผลในการลงมือทำนั้นเปลี่ยนแปลงไปเลย
  • อย่าหลงกลสมองที่ชอบคิดอะไรแบบรวบยอด : เพราะสมองของเรามักจะจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ด้วยวิธีคิดแบบรวบยอด ไม่ว่างานจะมีรายละเอียดมากขนาดไหน สมองจะรวบยอดไว้เป็นแค่ “งานหนึ่งงาน” ทำให้งานที่ผ่านการคิดแบบรวบยอดนั้น เป็นงานที่ลงมือทำจริงได้ยาก นำไปสู่การที่ไม่ประสบผลสำเร็จขึ้นมาได้
  • ลงมือทำในตอนเช้า : ก็คือลงมือทำกับเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องทำในตอนนี้ เพื่อให้เราไม่ต้องนำเรื่องที่สำคัญน้อยนี้ ไปเปรียบเทียบกับงานสำคัญอื่น ๆ ที่ทำให้คุณอยากโผไปทำเรื่องที่จำเป็นต้องทำมากกว่า

และมีอีกมากกว่า 50 วิธีที่รอให้คุณได้อ่านจากตัวเล่มจริง หากคุณสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อเข้าสู่ความสำเร็จไปอีกก้าว สามารถหาซื้อหนังสือปรับเปลี่ยนแนวคิดเล่มนี้ได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ผู้เขียน

เจ้าของ Content

Aiixz. : หนุ่มบรรณารักษ์ แต่เขาเป็นนักไอที

Facebook Comments

facebook comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back To Top
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์