ความสำเร็จในระยะเวลา 9 ปีแห่งความมุ่งมั่นด้วยการนำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จากมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น สู่มหาวิทยาลัยคุณภาพระดับโลก หรือ World Class University โดยได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า “จะใช้หลักการบริหารที่อยู่บนพื้นฐานของความดี ความตั้งใจ และพลังความร่วมมือ เพื่อนำพาวลัยลักษณ์สู่ความภาคภูมิใจในระดับสากล"

ถอดรหัสการบริหาร: พลิกวิสัยทัศน์นำวลัยลักษณ์สู่มหาวิทยาลัยโล

“เมื่อผู้นำกล้าเปลี่ยน องค์กรก็ขยับ นำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จากมหาวิทยาลัยท้องถิ่น สู่มหาวิทยาลัยติดอันดับโลก”

  • ทักษะการคัดเลือก “งานสำคัญที่สุด” (Priority) มาทำก่อน เพื่อให้เกิดแรงส่งไปยังส่วนอื่น ๆ
  • ความเด็ดขาดและการตัดสินใจเชิงรุก
  • การบริหารแบบ “คิดแล้วทำทันที” ลดขั้นตอนราชการที่ยืดเยื้อ เพื่อให้มหาวิทยาลัยขยับตัวได้เร็วกว่าคู่แข่ง
  • การบริหารคนและการสร้างวัฒนธรรมใหม่
  • ทักษะการโน้มน้าวและผลักดันให้คณาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัยเข้าสู่มาตรฐานการสอนระดับโลก ซึ่งถือเป็น “การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร” (Culture Shifting) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยไทย
  • ระบบการบริหารที่ให้รางวัลคนทำงานเก่ง (Incentive) ควบคู่ไปกับการวัดผลที่เข้มข้น (KPIs)
  • การบริหารทรัพยากรให้เกิดผลสูงสุด
  • การกำกับดูแลการก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่ เช่น ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และอาคารเรียนต่างๆ ให้เสร็จสิ้นและใช้งานได้จริงตามกำหนด
  • Environmental Governance: ทักษะการบริหารพื้นที่สีเขียวจนได้อันดับ 1 ของภาคใต้ สะท้อนถึงการมองการณ์ไกลเรื่องความยั่งยืน
ถอดรหัสการบริหาร: พลิกวิสัยทัศน์นำวลัยลักษณ์สู่มหาวิทยาลัยโล

“ความสำเร็จแบบก้าวกระโดดสู่การจัดอันดับ World Class University นั้นมาจากความมุ่งมั่น พร้อมพัฒนากลยุทธ์และขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง”

  • ความสำเร็จด้านการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก จาก THE, QS โดยในปี 2026 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม 1001-1200 ของโลก และเป็นอันดับ 6 ของประเทศไทย จาก THE World University Rankings 2026 ตอกย้ำการก้าวสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก
  • การขยับอันดับสู่ลำดับ 1201+ ของโลก และอันดับ 6 ของไทยในปี 2024 พร้อมเป้าหมายสำคัญในการก้าวสู่ TOP 5 ของประเทศภายในปี 2570 หรือปี 2027
  • สร้างความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ (International Collaboration) ในการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ  จัดตั้งหรือร่วมจัดตั้งศูนย์ประสานงานนานาชาติ และขยายเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก
  • ให้ความสำคัญกับการมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติงานและสร้างความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทุกฝ่าย เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไปสู่จุดมุ่งหมายร่วมกัน 
การปฏิวัติการเรียนการสอนสู่มาตรฐานสากล ด้วยกรอบมาตรฐาน UKPSF

“UKPSF: กรอบการเรียนรู้มาตรฐานวิชาชีพที่ใช้พัฒนากระบวนการเรียนและการสอนแบบ Active Learning และ Student-Centred  และการสอนในห้องเรียนขนาดเล็ก  เพื่อนำมหาวิทยาลัยก้าวสู่คุณภาพระดับสากล”

UKPSF การปฏิรูปการเรียนการสอนมีปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการสอนหรือวิธีการสอนที่ผู้สอนใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน  และ UKPSF หรือ The UK Professional Standards Framework จาก The Higher Education Academy (HEA), UK เป็นคำตอบที่ดีที่สุดในการนำมาเป็นกรอบการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักศึกษาฝึกคิดและลงมือทำ อีกทั้งยังได้รับการพัฒนาและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และยังมีส่วนช่วยพัฒนาแนวคิดด้านกระบวนการสอนอย่างเป็นมืออาชีพ ช่วยในการทำให้อาจารย์สามารถติดตามดูแลผลการเรียนรู้ของนักศึกษาได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุนเกี่ยวกับการเรียนรู้ของนักศึกษาโดยการเน้นไปที่การวัดผลการเรียนแบบรายบุคคล ซึ่งการประเมินผลการเรียนรู้แบบนี้เป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการคิดเชิงวิเคราะห์และสังเคราะห์ให้แก่นักศึกษา

    • การใช้กรอบแนวคิด UKPSF ที่ประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งการเพิ่มขึ้นของนักเรียนที่สนใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพิ่มขึ้น คณาจารย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพการสอนระดับสากล (UKPSF) และปัจจุบันมีคณาจารย์ผ่านการรับรองสูงสุดใน
    • การสอนโดยใช้ห้องเรียนขนาดเล็ก – จากเป้าหมายที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีนโยบายลดขนาดชั้นเรียนลงทำให้นักศึกษาสามารถมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงในการแสดงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการใช้การประเมินการเรียนรู้ระหว่างเรียน (Formative assessment) ได้อย่างทั่วถึง
    • พัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะซึ่งเป็นห้องเรียนขนาดเล็กเพื่อรองรับการเรียนรู้เชิงรุกและการเรียนการสอนออนไลน์ ณ อาคารปฏิบัติการสถาปัตยกรรม ฯ อาคารเรียนรวม 1 3 5 และ 7 อาคาร ST รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 ห้อง  ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2565  ปรับปรุงเพิ่มเติม จนเป็น 177 ห้อง ในปี 2566-2567 และในปี 2568 ได้เพิ่มอาคาร Next Gen อีก 34 ห้อง รวมทั้งสิ้น 211 ห้อง
บูรณาการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการสร้างสรรค์เป็นเมืองมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Residential University & Infrastructure)

“วิจัยเพื่อขับเคลื่อนชุมชน ทะยานสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยคุณภาพสมบูรณ์แบบ

    • ดำเนินงานวิจัยที่ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ “เป็นหลักในถิ่น”
    • ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ในการ “เป็นเลิศสู่สากล”
    • ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรปและอเมริกาเพื่อแลกเปลี่ยนนักวิจัย
    • การขยับอันดับโลกในปี 2024 จาก THE World University Rankings ลำดับ 1201+ และลำดับที่ 6 ของไทย และพร้อมขยับอันดับโลกไปยังเป้าหมายที่วางไว้
    • กำหนดเป้าหมาย “ภายในปี 2570 ตั้งเป้าให้ติดอันดับ TOP5 ของประเทศ อันดับ 1001-1200 ของโลกให้ได้
เชื่อมโยงความรู้ สู่ความยั่งยืนของชุมชนและโลก (SDGs)

“วิจัยเพื่อขับเคลื่อนชุมชน ทะยานสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยคุณภาพสมบูรณ์แบบ

    • ดำเนินงานวิจัยที่ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ “เป็นหลักในถิ่น”
    • ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ในการ “เป็นเลิศสู่สากล”
    • ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรปและอเมริกาเพื่อแลกเปลี่ยนนักวิจัย
    • การขยับอันดับโลกในปี 2024 จาก THE World University Rankings ลำดับ 1201+ และลำดับที่ 6 ของไทย และพร้อมขยับอันดับโลกไปยังเป้าหมายที่วางไว้
    • กำหนดเป้าหมาย “ภายในปี 2570 ตั้งเป้าให้ติดอันดับ TOP5 ของประเทศ อันดับ 1001-1200 ของโลกให้ได้
บูรณาการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการสร้างสรรค์เป็นเมืองมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Residential University & Infrastructure)

“สรรค์สร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ ยกระดับคุณภาพชีวิตสู่สากล

  • มหาวิทยาลัยเป็น Smart & Green Campus ที่มีวลัยลักษณ์ และสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ มีระบบขนส่งไฟฟ้าสำหรับนักศึกษา และพื้นที่สีเขียวที่ได้รับรางวัลระดับโลก (UI GreenMetric)
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับการเป็น World-Class Facilities ทั้งห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)  ห้องปฏิบัติการ (Smart Laboratory ที่ทันสมัย รวมถึงมีโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ที่ทันสมัยเป็นที่พึ่งของภาคใต้ตอนบน
  • ปรับปรุง และสร้างหอพักสำหรับนักศึกษา ให้เป็น Residential Life ที่เลือกได้ตามความต้องการ มีง coveredwalk หรือเส้นทางเดินเท้าที่มีหลังคาคลุมสำหรับการกันแดดกันฝน
  • มี Sport Complex หรือสนามกีฬาและศูนย์กีฬามาตรฐาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตแบบองค์รวมให้กับประชาคมวลัยลักษณ์
พัฒนาศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิ ที่พึ่งทางการแพทย์ของภาคใต้ตอนบน

“จากการเรียกร้องของชาวนครศรีธรรมราช สู่ศูนย์กลางการแพทย์ที่ให้บริการและรักษาด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสูงสุด (HA ขั้น 3) เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนในภาคใต้ตอนบน

  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดด ของผู้รับบริการกว่า 3 แสนคนในปี 2568 การได้รับการรับรอง HA ขั้นที่ 3 และการนำเทคโนโลยี AI Queuing มาใช้เพื่อยกระดับการบริการ
  • เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดให้บริการอาคารอำนวยการและอาคารการแพทย์ครบถ้วน มีเตียงรองรับผู้ป่วยรวมกว่า 540 เตียง
  • เป็นโรงเรียนแพทย์สมบูรณ์แบบ ในปี พ.ศ. 2569 โดยเปิดรับนักศึกษาแพทย์เข้าศึกษาชั้นคลินิก ณ โรงพยาบาลแห่งนี้อย่างเต็มรูปแบบ
  • การยกระดับสู่ศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิ โดยการพัฒนาให้เป็นศูนย์ส่งต่อระดับตติยภูมิ เพื่อรองรับระบบหลักประกันสุขภาพและเพิ่มศักยภาพการรักษาโรคซับซ้อน
  • ร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยมีความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อรองรับสิทธิบัตรทองอย่างเต็มรูปแบบ  รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นและ รพ.สต. ในการยกระดับบริการสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น
  • โรงพยาบาลอัจฉริยะ หรือ Smart Hospital นำเทคโนโลยี Data Center ที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพ
เปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความร่วมมือและช่วยเหลือ : การจัดการที่ดินที่ยั่งยืนของชุมชนรายรอบ

“ท่านตั้งใจแก้ปัญหาที่ดินที่เรื้อรังมานานกว่า 3 ทศวรรษ ด้วยการเปลี่ยนความขัดแย้งในอดีต ให้กลายเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน ให้ความช่วยเหลือและขอความร่วมมือ รวมทั้งขยายความร่วมมือไปยังชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยและชุมชนเติบโตไปพร้อมกันดินผืนนี้

  • การดำเนินการยุติการฟ้องร้องและข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ด้วยหลักการนำ “รัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์” ด้วยการประนีประนอมและช่วยเหลือกัน ทำให้ชาวบ้านได้สิทธิทำกินและที่อยู่อาศัยที่ชัดเจน มหาวิทยาลัย
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการศึกษา (Academic Outreach) ได้แก่
  • โครงการ Walailak to School ด้วยการลงพื้นที่สร้างความสัมพันธ์และแนะแนวการศึกษากับโรงเรียนเครือข่าย  และลงนามความร่วมมือ (การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนวัตกรรมในท้องถิ่น (Local Economic Development)
  • การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและจิตอาสาเพื่อชุมชนรายรอบ (Community Engagement & Welfare)
  • การพบปะและรับฟังเสียงชุมชน
  • การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมสัมพันธ์ (Culture & Public Relations) และงานประเพณีร่วมกับชุมชนในพิธีสำคัญของท้องถิ่น
ความภาคภูมิใจที่ร่วมสร้าง : มวล. ในเส้นทางความสำเร็จสู่สากล

“การสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรเป็นกลไกสำคัญที่เสริมพลังในการทำงานและสร้างความผูกพันต่อองค์กร มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการยกย่องเชิดชูเกียรติ สวัสดิการ และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมความภาคภูมิใจและความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน

เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการหลายด้าน  เช่น

กิจกรรมสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร ได้แก่ การเชิดชูเกียรติ ทั้งการมอบรางวัล เกียรติบัตร เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทั้งรางวัล “จภ ทองคำ” “พนักงานดีเด่น” “ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัย” และการประกาศเกียรติคุณในวันสำคัญ เช่น วันสถาปนามหาวิทยาลัย  รวมถึงการยกย่องและให้กำลังใจแบบเฉพาะบุคคล ได้แก่ การมอบช่อดอกไม้ในโอกาสสำคัญ เช่น เลื่อนตำแหน่ง ศึกษาต่อ เกษียณ การประกาศเกียรติคุณรายบุคคลในที่ประชุมคณะ/หน่วยงาน การให้คำชมเชยอย่างเป็นทางการจากผู้บริหาร

– การจัดพิธีสำคัญและพระราชทานเกียรติยศในวโรกาสต่าง ๆ  ทั้งการเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตร พิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีสดุดีสำคัญของมหาวิทยาลัยหลายโอกาส พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่บุคลากร

– กิจกรรมสร้างแรงจูงใจและความภาคภูมิใจในองค์กร ได้แก่ พิธีปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ประจำปี  โครงการเสริมขวัญกำลังใจบุคลากรและ อสม.

การจัดกิจกรรมอบรมเชิงสร้างกำลังใจ (Motivation Training) หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะในองค์กร

– การดูแลสวัสดิการและความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน ได้แก่ การมอบสวัสดิการด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

การเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรที่เจ็บป่วยหรือมีเหตุจำเป็น

การพัฒนาความสัมพันธ์ในองค์กร

กิจกรรมนักศึกษา สร้างความสามัคคีและสปิริตองค์กร เช่น งานกีฬาสี “ประดู่เกมส์” งาน “เปิดโลกกิจกรรม” เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และการเรียนรู้ร่วมกัน งานบายศรีสู่ขวัญนักศึกษาใหม่ เพื่อสร้างแรงใจและความผูกพันกับมหาวิทยาลัย

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างแรงจูงใจ ความผูกพันต่อองค์กร และส่งผลดีต่อคุณภาพงานและความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยในระยะยาวอีกด้วย

Post Views: 3