พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา เป็นรูปแบบหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานที่ให้ความรู้ และดำเนินการวิจัยด้านธรรมชาติศึกษา และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเรื่องของชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับชีวิต อันเป็นจุดกำเนิดของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการ การปรับตัว ชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งอุปนิสัยและถิ่นที่อยู่ ซึ่งองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ให้คำจำกัดความของพิพิธภัณฑ์ว่า เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่หวังผลประโยชน์หรือผลกำไร มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแหล่งบริการความรู้นอกระบบแก่ชุมชน และเปิดให้สาธารณชนเข้าใช้บริการ เพื่อรับคำแนะนำความรู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้และพักผ่อน ในประเทศไทยมีพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาอยู่หลายแห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งประเทศไทย, พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี, พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2558)
และที่นี่ ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช คือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (SIRIN Museum)

ความเป็นมาในการจัดตั้ง “อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
“ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำารงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ได้กล่าวว่า ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ปี พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้มีการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีเนื้อที่ 9,594 ไร่ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ภายใต้ชื่ออุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวโรกาสเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 50ปี และเพื่อสนองแนวพระราชดำริ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษาวัฒนธรรม และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แนวคิดหลักของการจัดทำโครงการอุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ คือการใช้พื้นที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ทั้งในระบบเเละนอกระบบตามอัธยาศัยและตลอดชีวิต เน้นการสร้างความหลากหลายดุลยภาพ และความตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น จริยธรรม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์สู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ ที่มุ่งเน้นพัฒนา ด้านวิชาการ มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำของโลก และมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่สามารถทำางานได้ทั่วโลก เพื่อสนองตอบแผนแม่บทในการจัดตั้งอุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ดังกล่าว ในปี พ.ศ.2539 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้จัดตั้งอุทยานพฤกษศาสตร์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตด้านพฤกษศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการศึกษาวิจัย และรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์พืชเขตร้อนในวงศ์ต่าง ๆ การเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ นันทนาการ การจัดเส้นทางศึกษาพันธุ์ไม้และธรรมชาติในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มุ่งเน้นการท่องเที่ยว ทางธรรมชาติในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค โดยในปี พ.ศ.2557มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เข้าร่วม สนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และได้รับพระราชานุญาตให้จัดตั้งศูนย์ประสาน อพ.สธ. – มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 28มีนาคม 2562 เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาด้านทรัพยากรทั้ง 3 ฐาน คือ ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญาให้เกิดประโยชน์แท้ แก่มหาชนในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ผ่านกิจกรรมประชุมกลุ่มและฝึกอบรมงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน งานฐานทรัพยากรท้องถิ่น ตลอดจนการดำาเนินงานด้านการบริการวิชาการ และการศึกษาวิจัยตามแนวทาง พระราชดำาริฯ อพ.สธ. ตลอดจนจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเข้าค่ายเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริการที่พัก ห้องประชุม และลานกางเต็นท์ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่งดงาม เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สร้างสุนทรียภาพและจิตสำานึกด้าน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสร้างแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานสนองพระราชปณิธานในด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม และต่อยอดด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมภูมิปัญญาตามแนวทางโครงการพระราชดำาริฯ อพ.สธ.ให้มีความยั่งยืน และเกิดประโยชน์แท้แก่มหาชนสืบไป (พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์, 2565)
สำหรับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้น ได้รับโปรดเกล้าพระราชทานนามจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เจ้าฟ้านักอนุรักษ์” เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนสร้างประสบการณ์ ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ “จากยอดเขาถึงใต้ทะเล” ทั้งนี้มีการออกแบบอาคารเป็นเลข 8 เพื่อสืบสานปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนไม่มีที่สิ้นสุด (INFINITY) โดยสื่อผ่านห้องนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ทั้ง 8 ห้องนิทรรศการ แนวคิดในการออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ( MAHA CHAKRI SIRINDHORN Natural History Museum, Walailak University ) ได้ออกแบบอาคารเป็นเลข 8 สื่อความหมายถึงความต่อเนื่องยั่งยืน (Infinity) ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมภูมิปัญญา มีลานจำลองน้ำตกกรุงชิง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช และลานจำลองทะเลเทียมและชายหาด เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรอ่าวไทย ตามแนวคิด “ตามรอยเจ้าฟ้าจากยอดเขาสู่ใต้ทะเล” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตัวอาคารตั้งอยู่ริมอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ภายในอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีฉากหลังเป็นเทือกเขาหลวง (Walailak Botanic Park, 2567)
ย้อนไปเมื่อปี 2564 ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา ในขณะนั้น ได้เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ภายใต้งานสนองพระราชดำริฯ อพ.สธ. เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้สืบสานพระปณิธานในงานอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศ ด้วยเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน มีฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นทั้งด้านกายภาพ ชีวภาพ และมรดกภูมิปัญญา มีพื้นที่ติดเทือกเขาหลวงและทะเลฝั่งอ่าวไทย เป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ โดยมีรูปแบบของอาคารเป็นเลข 8 มีคอร์ทน้ำตกกรุงชิงและคอร์ทชายหาด ตามแนวคิด “ตามรอยเจ้าฟ้าจากยอดเขาถึงใต้ทะเล” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยงบประมาณการก่อสร้างกว่า 300 ล้านบาท โดยขณะนี้มีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 30% และจะเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์ในปี 2565 (ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 2564)
และ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี ในขณะนั้น ในนามผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ อพวช. โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี ผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ มวล. และ ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ อพวช. เป็นพยานในพิธีลงนาม ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพมหานคร โดย ศ.ดร.ธวัชชัย เปิดเผยว่า เด็กและเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีโอกาสได้ชมการแสดงนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ของ อพวช. ด้วยข้อจำกัดในการเดินทาง มวล.จึงมีแนวคิดในการร่วมมือกับ อพวช. เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ ที่ อพวช. มี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนในภาคใต้เป็นอย่างมาก โดย มวล.พร้อมรับดำเนินการทั้งในเรื่องสถานที่และการจัดเตรียมต่าง ๆ เป็นตัวกลางทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของ อพวช. ในการดำเนินงานขับเคลื่อนร่วมกัน เพราะมีเป้าหมายเดียวกันในเรื่องของเยาวชนและการศึกษาของประเทศ เป็นการสร้างการศึกษาให้เยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ ให้มีโอกาสเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่
ด้านนายสุวรงค์ วงษ์ศิริ กล่าวว่า อพวช.มีภารกิจในการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่อยู่รอบ ๆ ตัว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศผ่านสื่อที่ใช้จัดแสดง เช่น นิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับการลงนามความเข้าใจระหว่าง อพวช. กับ มวล.ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ซึ่ง อพวช. มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ และหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะบรรลุไปตามวัตถุประสงค์ ทำให้เยาวชนและประชาชนได้มีแรงบันดาลใจทางวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น
บันทึกความเข้าใจนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชน ร่วมกันใช้ทรัพยากรและความสามารถดำเนินการตามภารกิจหลักของทั้งสององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษา วิจัย การถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมแก่เด็กและเยาวชน (เดลินิวส์ Dailay online, 2565)

และเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี ในขณะนั้น ในนามผู้แทนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ นายราเมศ พรหมเย็น รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ณ ห้องบรรยาย 1 หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี ผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนายกฤชณรัตน สิริธนาโชติ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เป็นพยานในพิธีลงนาม
บันทึกความร่วมมือที่จัดทำขึ้นนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกันดำเนินการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวิจัยและบริการวิชาการภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และในนามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตลอดจนเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาจัดการเผยแพร่องค์ความรู้ไปสู่สาธารณะผ่านพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้เป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดแสดงนิทรรศการ การเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ และการบริหารจัดการตามมาตรฐานแหล่งเรียนรู้ในระดับสากล
ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ กล่าวว่า การจะให้ผู้ปกครองหรือเด็กมีการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชคงเป็นไปได้ยาก จึงต้องนำเอาความรู้ทางวิชาการ เช่น การเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ การเข้าค่ายภาษาอังกฤษ หรืออื่น ๆ มาเป็นตัวช่วย แล้วให้เด็กได้เรียนรู้พันธุกรรมพืชไปด้วย เพื่อให้เกิดความรักที่จะเรียนรู้และเกิดความสนุก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเองในอนาคต มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความประสงค์จะเก็บพันธุกรรมพืชต่าง ๆ เอาไว้ให้คนไทยได้เรียนรู้ ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้อย่างเดียว โดยได้ร่วมกับโครงการในพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ เราต้องระดมสิ่งที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับนักเรียน ค่อย ๆ ปลูกฝังทางความคิด อย่างที่มิวเซียมสยามมีเรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่นไทยหลาย ๆ อย่าง ถ้าให้เขาเรียนรู้ เขาก็จะระลึกได้ว่า จริง ๆ แล้วความเป็นตัวตนของคนไทยเป็นอย่างไร มหาวิทยาลัยขอขอบคุณทางมิวเซียมสยาม ที่ให้โอกาสทำความร่วมมือต่อกันในครั้งนี้
ด้าน นายราเมศ พรหมเย็น กล่าวว่า ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์จำนวนมากกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ซึ่งยังขาดมาตรฐานการจัดการที่ดี ทำให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นที่เก็บของเก่า ด้วยเหตุนี้ทำให้รัฐบาลตั้งโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้พิพิธภัณฑ์ตอบสนองต่อเจตจำนงของความเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้มีบทบาทในการเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนในสังคม และเกิดกระบวนการในการจัดการความรู้ในพิพิธภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีความสนใจที่แตกต่างและหลากหลายในแต่ละช่วงวัย พิพิธภัณฑ์จึงต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์บางอย่างเพื่อให้เห็นว่า พิพิธภัณฑ์นั้นตอบโจทย์ต่อการเรียนรู้ เป็นสถานที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในสังคม และเป็นสถานที่ซึ่งเป็นความมั่นคงทางสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้น การที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความสนใจที่จะพัฒนาพิพิธภัณฑ์ที่จะตอบโจทย์ให้กับคนในท้องถิ่น ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่จะใช้พิพิธภัณฑ์เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้กับประชาชน ซึ่งตรงกับบทบาทของมิวเซียมสยามในการชักชวนหรือดึงภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อมาร่วมกันพัฒนาประเทศของเราผ่านพิพิธภัณฑ์ด้วยกัน ถือเป็นจุดตั้งต้นที่ดีในการทำความร่วมมือเพื่อจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ให้เกิดขึ้นในภาคใต้ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็เป็นแกนหลักที่สำคัญของภาคใต้ที่จะทำให้ประชาชนและเยาวชนในภาคใต้ได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ ได้มีโอกาสที่จะมาเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เราคาดหวังเป็นอย่างสูงว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นพื้นที่เรียนรู้ใหม่ ๆ ให้กับสังคม ประเทศไทย และเอเชียต่อไป (ส่วนสื่อสารองค์กร, 2565)

และเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 รศ.ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ร่วมประชุมตรวจรับงานงวดที่ 11 ตามที่ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างตามสัญญาจ้างได้ผลงานรวมกันตามที่ปรากฏในรูปแบบสัญญาจ้างและใน BOQ แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 37.98% ของงานจ้างทั้งหมด ทั้งนึ้ รศ.ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ร่วมลงพื้นที่ตรวจหน้างานก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พร้อมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงาน และได้เร่งรัดให้ผู้รับเหมาเร่งดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ต่อไป (พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์, 2566)

จากนั้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 รศ.ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ลงพื้นที่กำกับติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเสนอแนะแนวทางแก้ไขการดำเนินงาน ซึ่งโดยภาพรวมงานก่อสร้างด้านโครงสร้างและการวางระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ใกล้แล้วเสร็จ จึงได้กำชับให้ทางบริษัทสยามธรรมนนท์ในฐานะผู้รับเหมาเร่งดำเนินการในส่วนของเนื้องานนิทรรศการและการตกแต่งภายในให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกันยายน 2567 (Walailak Botanic Park, 2567)

และเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นุกูล สุขสุวรรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดี, นายสนธยา คงชัย รักษาการแทนหัวหน้าส่วนอาคารสถานที่, นายไพรวัลย์ เกิดทองมี ผู้อำนวยการศูนย์สมาร์ทฟาร์มและภูมิสถาปัตย์ รวมถึงบุคลากรจาก อุทยานพฤกษศาสตร์ ได้ลงพื้นที่ กำกับและติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ซึ่งนอกจากการติดตามความก้าวหน้าของการก่อสร้างแล้ว คณะผู้บริหารยังได้วางแผนงานออกแบบภูมิสถาปัตย์ รวมถึงกำหนดชนิดพันธุ์ไม้ที่จะนำมาปลูกและตกแต่งบริเวณโดยรอบอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการอนุรักษ์และเสริมสร้างบรรยากาศให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่กลมกลืนกับธรรมชาติด้วย (Walailak Botanic Park, 2568)

และเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดี และรองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ พรัอมด้วย นางสาวสายฝน จิตนุพงศ์ และนายศักดิ์ดา ใบมิเด็น บุคลากรฝ่ายพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เข้าพบผู้บริหารองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ซึ่งมี ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ นายสุวิทย์ เปานาเรียง ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์สู่ชุมชน ดร.นพรัตน์ เทพเทพา ผู้อำนวยการสำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา นายภาณุมาศ จันทร์สุวรรณ ผู้อำนวยการกองวิชาการพฤกษศาสตร์ นายปิยะ เย็นจันทร ผู้อำนวยการกองคาราวานวิทยาศาสตร์ สำนักวิทยาศาสตร์สู่ชุมชน และคณะได้ให้การต้อนรับ โดยในการหารือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาแนวทางความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน ทั้งด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ร่วมกันในอนาคต อีกทั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ขอความร่วมมือให้ทางองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติสนับสนุนชุดนิทรรศการหมุนเวียน เพื่อจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อเสริมเติมเต็ม และร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวให้เป็นที่สร้างแรงบันดาลใจและสร้างจิตสำนึกรักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญต่อไปในอนาคตด้วย ( พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์, 2568)

จากนั้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดบริการให้เข้าชมรอบพิเศษเนื่องในวันคล้าย วันพระราชสมภพสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ต้อนรับผู้เข้าชมกว่าพันคน ก่อนเปิดให้บริการ Soft Opening อีกครั้ง
กระแสการตอบรับเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เกินความคาดหมาย บรรยากาศการเข้าชมเป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน โดยมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจในธรรมชาติวิทยาจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยมชม ทำให้ตลอดทั้งวันมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน สะท้อนถึงความสนใจและความตื่นตัวของประชาชนที่รอคอยการเปิดให้บริการของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
ซึ่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มุ่งเน้นการจัดแสดงองค์ความรู้ด้านธรรมชาติวิทยาอย่างมีชีวิตชีวา ผ่านสื่อจัดแสดงที่ทันสมัย พร้อมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยจะนำข้อเสนอแนะของผู้เข้าชมในรอบพิเศษครั้งนี้ ไปปรับปรุงและพัฒนาสื่อนิทรรศการ และระบบการบริหารจัดการผู้เข้าชมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับทุกท่านที่มาเยือน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต่อไปในอนาคต (พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์, 2568)



สำหรับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ – SIRIN Museum
ได้ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงเนื้อหานิทรรศการเป็น 8 ห้องนิทรรศการ อันได้แก่
ห้องที่ 1 ห้องเกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์
มีเนื้อหาจัดแสดงแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ พระราชประวัติการก่อตั้ง อพ.สธ. เป้าหมายรวมและภารกิจ 30 ปี อพ.สธ. และผลงานวิจัยและบริการวิชาการที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชภาคใต้ ภายใต้โครงการสนองพระราชดำริฯ เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ห้องที่ 2 หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน
จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับทรัพยากรถิ่นใต้ งานวิจัย และงานสนองพระราชดำริ อาทิ งานฐานข้อมูลทรัพยากร งานฝึกอบรม งานฐานทรัพยากรท้องถิ่นและสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน คลังข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ งานวิจัยด้านโบราณคดี ศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรในสวนพฤกษศาสตร์
ห้องที่ 3 เขาหลวงทรัพยากรมากมี
จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับทรัพยากรถิ่นใต้ โดยมุ่งเน้นทรัพยากรในพื้นที่เทือกเขาหลวง เพื่อให้จัดแสดงให้เห็นความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมภูมิปัญญา การจัดแสดงแบบจำลองน้ำตกกรุงชิง การจำลองตัวอย่างพืชและสัตว์ที่พบในเขาหลวง ตู้แสดงระบบนิเวศป่าฝนร้อนชื้นและพันธุ์พืชที่สำคัญในเขตพื้นที่เขาหลวงและพื้นที่ภาคใต้ และการใช้สื่อนำชมแบบเสมือนจริง
ห้องที่ 4 ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น
จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับผลงานวิจัย และการดำเนินงานสนองพระดำริฯ ที่ดำเนินงานภายใต้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และภาคีเครือข่าย ในการอนุรักษ์ พัฒนา และต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าและความยั่งยืนของทรัพยากรทั้ง 3 ฐาน คือ ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมภูมิปัญญา เช่น การสกัดสารจากสมุนไพรและพืชชนิดต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาและอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมชุมชน การพัฒนาต่อยอดทรัพยากรสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณพ์และสินค้าเพื่อการอนุรักษ์และเพิ่มมูลค่า ส่งเสริมให้ชุมชนนำทรัพยากรไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนตามแนวทางที่ อพ.สธ. กำหนดไว้
ห้องที่ 5 ทรัพยากรลุ่มน้ำปากพนัง
จัดแสดงเนื้อหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อาทิ ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา และระบบนิเวศป่าจาก สายพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ส้มโอ ทับทิมสยาม ผักพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น เพื่อสื่อให้เห็นถึงการส่งเสริมให้ท้องถิ่นหาความรู้จากงานวิจัยและบริการวิชาการภายใต้โครงการพระราชดำริฯ ไปพัฒนาและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านทรัพยากรในท้องถิ่น โดยการบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ห้องที่ 6 ชายฝั่งอุดมสมบูรณ์
จัดแสดงเนื้อหาการจำลองกายภาพของชายหาด โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย และจัดแสดงวัตถุจริงบางส่วน ตู้กระจกแสดงระบบ นิเวศป่าชายหาดและป่าชายเลน พันธุ์พืชในเขตพื้นที่ ตัวอย่างจริงของสัตว์และพืช การจัดแสดงภาพถ่ายวิถีชีวิตผู้คนริมชายฝั่งอ่าวไทย นิทรรศการผลการดำเนินงานบริการวิชาการเด่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่สำคัญได้แก่ “ปูม้ายั่งยืนคู่ทะเลไทย และงานวิจัยสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับความหลากชนิดของกุ้งทะเลและกั้งตั๊กแตนบริเวณชายทะเล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
ห้องที่ 7 บริบูรณ์ทรัพยากรอ่าวไทย
นำเสนอเกี่ยวกับตู้กระจกแสดงสัตว์น้ำ มีระบบแสง สี ประกอบความตื่นเต้น รวมถึงกระดูกวาฬขนาดใหญ่ และการนำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยและบริการวิชาการ ภายใต้การสนับสนุนของ อพ.สธ. และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรท้องทะเลอ่าวไทยที่สำคัญได้แก่ “ธนาคารปลิงทะเล : การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ของปลิงทะเลอย่างยั่งยืน”
ห้องที่ 8 ประโยชน์แท้แก่มหาชน
เป็นการสรุปองค์ความรู้จากทุกห้องที่จัดแสดงเพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งหมายต่อพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ผ่านการนำเสนอผลงานสนองพระราชดำริฯ อพ.สธ. ในนามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การนำไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการสร้างจิตสำนึกรักทรัพยากรในจิตใจของผู้เข้าชมในรูปแบบภาพยนต์สั้น และ E-BOOK ในท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย สามารถชมลานน้ำตกจำลอง และลานชายหาดจำลองเพื่อสร้างความเพลิดเพลินใจและเกิดความสุขในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
จากแนวคิดการจัดแสดงนิทรรศการทั้ง 8 ห้องที่ประกอบเข้าไปในอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นการรวบรวมองค์ความรู้และอัตลักษณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมภูมิปัญญาของภาคใต้ นำเสนอผ่านสื่อนิทรรศการดังกล่าว ซึ่งมีการนำสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจกระตุ้นการเรียนรู้แก่ผู้เข้าชม ให้มีความสนุกเพลิดเพลินไปกับการเรียนร้าเชิงวิชาการเป็นแหล่งกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน และเกิดภาพความทรงจำที่เต็มไปด้วยความประทับใจแล้วอยากกลับมาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แห่งนี้อย่างไม่รู้จบ ดังแนวคิดการออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ได้ออกแบบเป็นเลข 8 สื่อความหมายถึงความต่อเนื่องยั่งยืน (Infinity) ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป (สายฝน จิตนุพงศ์, 2565)
และก่อนที่จะมีการเปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ – SIRIN Museum อย่างเป็นทางการ ก็ได้มีการจัดงาน “การประชุมวิชาการพฤกษศาสตร์พื้นบ้านแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3” (The 3rd Ethnobotany Conference of Thailand) “พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญา ต่อยอดคุณค่า พัฒนาเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลสู่สากล” ระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน พ.ศ. 2568 โดยงานดังกล่าวได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง
โดยการประชุมวิชาการพฤกษศาสตร์พื้นบ้านแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา ตามที่ทรงมีพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการในพระราชดำริทั้งปวง “สิ่งใดที่ยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ต้องดำเนินการและขับเคลื่อนต่อไป” อันเป็นการเน้นย้ำถึงพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ของพระองค์ท่าน ในการที่จะสืบสาน และดำเนินการตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างไม่หยุดยั้ง และทรงพร้อมที่จะต่อยอดให้เกิดประโยชน์เพิ่มพูนขึ้นอีกแก่พสกนิกรของพระองค์ท่าน (มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 2568)



และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดพิธีเปิดตัว Soft Opening “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” (SIRIN MUSEUM) อย่างเป็นทางการ ภายใต้งบประมาณกว่า 350 ล้านบาท ชูแนวคิด “ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ จากยอดเขาถึงใต้ทะเล” มุ่งเป้าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อมที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วประเทศ



พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับ และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดีฝ่ายแผนยุทธศาสตร์และธรรมภิบาล กล่าวรายงาน ท่ามกลางคณะผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องประชุมบุษราคัม อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ
ในการนี้ท่านศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่กว่า 9,545 ไร่ ให้เป็น “อุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสนองงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามว่า “อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” เมื่อปี 2564
“ล่าสุดได้รับการจัดอันดับจาก UI Green Metric World University Rankings 2025 ให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว อันดับ 1 ของภาคใต้ (6 ปีซ้อน) อันดับ 6 ของไทย และอันดับ 82 ของโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว
ด้านนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวว่า SIRIN MUSEUM ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวนครศรีธรรมราชและภาคใต้ เป็นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มีมาตรฐานสากล เชื่อมั่นว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ สร้างประโยชน์ด้านการศึกษาและเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
ด้าน รศ.ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี ได้บอกเล่าถึงความพิเศษของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่เปรียบเสมือนบันทึกการเดินทางของธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด “ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ จากยอดเขาถึงใต้ทะเล” โดยที่นี่จะพาคุณไปสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรไทย ผ่านการจัดแสดงผลงานวิจัยของ มวล. และเครือข่าย อพ.สธ. ที่ร้อยเรียงผ่าน 8 ห้องจัดแสดง เริ่มต้นตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ของ “เขาหลวง” ไหลลงสู่ “ลุ่มน้ำปากพนัง” ไปจนถึง “ชายฝั่งและอ่าวไทย” เพื่อให้เห็นภาพรวมของระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจ
สำคัญที่สุด คือการได้ซึมซับพระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสืบสานงานอนุรักษ์จากในหลวง ร.9 ทรงมุ่งหวังให้คนในชุมชนรู้จัก หวงแหน และนำทรัพยากรที่มีอยู่ไปพัฒนาให้เกิด “ประโยชน์แท้แก่มหาชน” อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ (SIRIN MUSEUM) พร้อมเปิดให้บริการแก่สาธารณชนแล้ววันนี้ ผู้สนใจเข้าชมสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 2568)

นอกจากนี้ในพิธีเปิด Soft Opening พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยังมีการจัดพิธีสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนนำเข้าสู่พิธีเปิดด้วย
และในอนาคตพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นอกจากจะเป็นแหล่งให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชและอื่นๆ แล้ว ที่นี่ยังจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอท่าศาลาและจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย
ข้อมูลอ้างอิง
เดลินิวส์ Dailay online. (2565). มวล.จับมืออพวช.พัฒนาแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://www.dailynews.co.th/news/702784/
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์. (2566). ประชุมตรวจรับงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://www.facebook.com/SIRIN.Museum/posts/-เมื่อวันที่-26-ธันวาคม-2566-รศดรสุวิทย์-วุฒิสุทธิเมธาวี-ประธานคณะกรรมการตรวจรับ/325302970461555/
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์. (2568).พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดบริการให้เข้าชมรอบพิเศษ. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=721373747521140&set=pcb.721380120853836
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์. (2568). มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จับมือองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ยกระดับห้องนิทรรศการหมุนเวียนเสริมเติมเต็มแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://www.facebook.com/SIRIN.Museum/posts/มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จับมือองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ-ยกระดับห้องนิทรร/662740206717828/
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์. (2565). หนังสือทูลเกล้าถวายรายงานการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568. จาก https://anyflip.com/lviub/ymcf/basic
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (2568). การประชุมวิชาการพฤกษศาสตร์พื้นบ้านแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 (The 3rd Ethnobotany Confence of Thailand). สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568. จาก https://conference.afirstshare.com/index.php/3ETC/issue/view/5
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2558). พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://th.wikipedia.org/wiki/พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
สายฝน จิตนุพงศ์. (2565). พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ – SIRIN Museum. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://blog.wu.ac.th/archives/6450
ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (2564). ม.วลัยลักษณ์ จัดสร้าง “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา” สนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของเมืองนคร. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://www.wu.ac.th/index.php/th/news/19327/ม-วลัยลักษณ์-จัดสร้าง–พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา–สนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอ
ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (2565). ม.วลัยลักษณ์ จับมือ มิวเซียมสยาม ลงนามความร่วมมือ การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568. จากhttps://www.wu.ac.th/th/news/21005/ม-วลัยลักษณ์-จับมือ-มิวเซียมสยาม-ลงนามความร่วมมือ-การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิ
ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (2568). ม.วลัยลักษณ์ เปิดตัว SIRIN MUSEUM พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ชูคอนเซปต์ “ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ จากยอดเขาถึงใต้ทะเล. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568. จาก https://intranet.wu.ac.th/th/detail/26366
Nakhon Si Thammarat นครศรีธรรมราช. (2568). ขอขอบคุณภาพถ่ายจากเพจ.
Walailak Botanic Park. (2567). พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ – SIRIN Museum. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568. จาก https://e-bota.wu.ac.th/museum/9
Walailak Botanic Park. (2567). รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568. จาก https://botany.wu.ac.th/?p=43148
Walailak Botanic Park. (2568). อธิการบดีลงพื้นที่กำกับและติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568. จาก https://botany.wu.ac.th/?p=49128