You are currently viewing ร้อยเรื่องรักวลัยลักษณ์_8  กว่าจะได้วางศิลาฤกษ์แห่งวลัยลักษณ์

ร้อยเรื่องรักษ์วลัยลักษณ์_8 …….

ตรงนี้ครับที่ทูลเชิญเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์เสด็จมาวาง #ศิลาฤกษ์ของมหาวิทยาลัย ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยกำลังปรับปรุงใหญ่ #ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา เพื่อให้เป็นฐานสำคัญของการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ทราบมาว่าจะมีการปรับปรุงบริเวณนี้อีกหลายอย่างที่น่าสนใจ โดยยังจะมีการจำลองแท่นฐานศิลาฤกษ์ที่อยู่ใต้เสาหลักนี้ ออกมาวางไว้ให้ปรากฏอย่างเด่นชัดด้วยครับ
ผมจำวันนั้นได้ที่พวกเราพยายามกันมากว่าต้องให้เป็นมิ่งมงคลฤกษ์ของมหาวิทยาลัยให้จงได้
หนึ่ง เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ท่านเสด็จมาด้วยพระองค์เองในฐานะผู้แทนพระองค์
สอง ตำแหน่งวางศิลาฤกษ์ควรเหมาะสมต่อความเป็นมหาวิทยาลัย
สาม จังหวะเวลาและวันเสด็จ ก็หากเป็นไปได้ก็น่าจะให้เป็นมงคลด้วย
สี่ กระบวนการและพิธีการต่าง ๆ ควรลุล่วงลงด้วยดี
ข้อที่ ๑) นั้น ท่านอาจารย์วิจิตร รับธุระเนื่องจากถวายงานพระองค์ท่านอยู่หลายอย่าง
ข้อที่ ๒) หลังปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าหัวใจของมหาวิทยาลัยควรอยู่ที่ขุมปัญญา คือ #ห้องสมุดแห่งมหาวิทยาลัย ที่วลัยลักษณ์รวมบริการประสานภารกิจ ออกมาเรียกว่าศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา โดยข้อเสนอให้ใช้อาคารบริหาร หรืออาคารเรียนหลักนั้น เมื่อใคร่ครวญแล้วทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าคือที่นี่
ข้อที่ ๓) จังหวะและวันเวลาไหน ที่จะเหมาะ
โดยทั่วไปแล้วการวางศิลาฤกษ์มักจะวางกันเมื่อได้ผังพื้นที่พร้อมก่อสร้างแล้วหาฤกษ์วันและเวลา สำหรับที่นครตอนนั้น เนื่องจากเรื่องการจัดการพื้นที่ก่อสร้างยังไม่จบสิ้นทั้งหมด
แถมในบริเวณที่จะก่อสร้างเป็นพื้นที่หลักก็ยังมีชาวบ้านที่ยังขัดข้อง ขณะเดียวกันชาวนครตลอดจนคนทั่วไปก็ยังข้องใจว่ามหาวิทยาลัยจะได้สร้างที่นครตรงท่าศาลาจริงไหม
ทั้งนี้หลายโครงการใหญ่ ๆ มักไม่สามารถลงที่นครได้ เนื่องจากความคิดเห็นที่แตกต่างและขัดแย้งกันสารพัด จนลงท้าย หลายโครงการจึงยกย้ายไปยังจังหวัดอื่นที่เขาตกลงกันได้
สำหรับวลัยลักษณ์นั้น ลองดูจังหวะเวลาตามนี้กันนะครับ
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕
ลงนามในสัญญาจ้าง
นำที่ดินสาธารณประโยชน์มาจัดสรร
ลงนามในสัญญาว่าจ้างเป็นที่ปรึกษาออกแบบฯ
ครม.อนุมัติวงเงินก่อสร้างอาคาร
จัดพิธีลงนามในสัญญาก่อสร้างอาคาร
ลงนามในสัญญาก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและภูมิสถาปัตย์
วางศิลาฤกษ์
๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๔
ครม. (นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี) มีมติอนุมัติโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และเห็นชอบในหลักการตามร่าง พรบ.มหาวิทยาลัย ... พ.ศ.๒๕๓๕ พร้อมทั้งให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาเพื่อขอพระราชทานนามมหาวิทยาลัยเป็น มหาวิทยาลัยจุฬาภรณ์
๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๔
กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช อนุมัติในหลักการให้ทบวงมหาวิทยาลัยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ในเขตตำบลไทยบุรี ตำบลโพธิ์ทองและตำบลหัวตะพาน อำเภอท่าศาลา เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัย
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯลฯ พระราชทานนามว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
๑๓ มีนาคม ๒๕๓๕
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติให้ความเห็นชอบ พรบ.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕
๒๙ มีนาคม ๒๕๓๕
พระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ.๒๕๓๕
๗ เมษายน ๒๕๓๕
ประกาศ พรบ.ในราชกิจจานุเบกษา
๘ เมษายน ๒๕๓๕
พรบ.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีผลบังคับใช้ (มหาวิทยาลัยถือเอาวันลงพระปรมาภิไธยเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย)
๑ กันยายน ๒๕๓๕
รับบรรจุพนักงานคนแรกของมหาวิทยาลัย (นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช) สายวิชาการ สังกัดสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมกับให้ทำหน้าที่ประสานงานต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช
๘ เมษายน ๒๕๓๖
มีพระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญอักษรย่อ คือพระนาม จภ เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย
๒๙ เมษายน ๒๕๓๖
ลงนามสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัท เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาออกแบบผังแม่บทของมหาวิทยาลัย
๒๔ มิถุนายน ๒๕๓๖
จัดตั้งสำนักงานอธิการบดีและหน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อาคารทบวงมหาวิทยาลัย ถนนศรีอยุธยา กทม.
๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖
สภามหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์เกษม สุวรรณกุล นายกสภาฯ) ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๓๕ มีมติแต่งตั้งศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๖
เปิดสำนักงานศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สนามหน้าเมือง เมืองนครศรีธรรมราช
๓ ธันวาคม ๒๕๓๖
ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัท สำนักงานโฟร์เอส จำกัด เป็นผู้ออกแบบอาคารของมหาวิทยาลัย
๒๗ มกราคม ๒๕๓๗
คณะกรรมการประสานงานการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐส่วนกลาง (กปร.ส่วนกลาง) มีมติให้นำที่ดินสาธารณประโยชณ์ในเขตอำเภอท่าศาลาส่วนหนึ่ง จำนวน ๓,๖๐๐ ไร่ มาจัดสรรให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบด้านที่ทำกินและด้านที่อยู่อาศัยจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัย จำนวนครัวเรือนละ ๕ ไร่ โดยวิธีการปฏิรูปที่ดิน (โดยต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เป็นพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๙) โดยชุมชนที่จัดตั้งใหม่ได้รับการตั้งชื่อว่า ชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๓๗
ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัท โปร เอ็น คอนซัลแตนส์ แอนด์ เมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาออกแบบภูมิสถาปัตย์และระบบสาธารณูปโภค
๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
ครม. (นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี) อนุมัติวงเงินงบประมาณผูกพันต่อเนื่องเพื่อก่อสร้างอาคารมหาวิทยาลัย ๑๓๕ หลัง
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
จัดพิธีลงนามในสัญญาก่อสร้างอาคารมหาวิทยาลัย กับบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
๕ มีนาคม ๒๕๓๙
ลงนามในสัญญาก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและภูมิสถาปัตย์ กับห้างหุ้นส่วนจำกัด พระหมประทานก่อสร้าง จำกัด
๒๙ มีนาคม ๒๕๓๙
เสด็จพระดำเนินวางศิลาฤกษ์ ระหว่างเวลา ๑๕.๒๙ - ๑๕.๕๙ น.
โดยผมนั้น มุ่งเร่งรัดให้ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ให้เร็วที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจต่อโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เมื่อพิจารณาเหตุผลประกอบต่าง ๆ แล้ว ที่ประชุมเห็นควรให้ทูลเชิญเสด็จเมื่อเริ่มทำการก่อสร้างแล้วระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอาคารหลักที่จะเป็นที่ประดิษฐานศิลาฤกษ์ ระหว่างนั้นจึงทำงานหลักสี่ห้าอย่าง
หนึ่ง ประสานการนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้โครงการได้รับการพิจารณาอนุมัติ ส่วนใหญ่ทางสำนักงานฯ ที่ทบวงมหาวิทยาลัยเป็นหลัก โดย อ.วันชัย ศิริชนะ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น และ คุณราชัย อัศเวสน์
สอง ประสานการหาผู้สำรวจออกแบบ จนสามารถหาผู้รับจ้าง ตลอดจนทำหน้าที่เป็นผู้กำกับตรวจสอบการจ้างจ่าง ๆ ให้เรียบร้อย
สาม ประสานจัดการการจัดการพื้นที่เพื่อทำการก่อสร้างให้สามารถทำการก่อสร้างได้ตามแผน
สี่ ประสานกับส่วนราชการ การเมือง เอกชน บุคคลต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อมวลชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช และพี่น้องในท่าศาลา เพื่อรับทราบความคืบหน้าตลอดจนการมีส่วนร่วมในการคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ
ห้า ประสานจัดการดูแลพี่น้องชาวบ้านที่ต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ตั้งมหาวิทยาลัยให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า เสด็จในวันครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยปีที่ ๔ พอดีด้วย
โดยรับประทานฤกษ์จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
ข้อ ๔) ว่าด้วยพิธีการและกระบวนการต่าง ๆ ส่วนมากเป็นไปตามกระบวนพิธีของสำนักพระราชวัง และทางราชการจังหวัดประสานจัดการ มีเพียงเรื่องพื้นที่และผู้คนทั้งในนครและท่าศาลาที่ล้วนต้องการเข้าเฝ้า กับยังมีพี่น้องที่ยังขัดข้องต้องการกราบทูลร้องทุกข์ ซึ่งสามารถประสานจัดการได้โดยเรียบร้อย มีช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์และพิธีการต่าง ๆ ผ่านไปด้วยดีโดยตลอด
นับเป็นการปักวางศิลาฤกษ์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของมหาวิทยาลัยครับ 
ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันมาแต่ครั้งโน้นจนแม้ทุกวันนี้ที่จะร่วมกันรักษาดูแลและพัฒนาสถานที่ประดิษฐานแผ่นศิลาฤกษ์นี้ต่อไป ในฐานะ “อาคารนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญของการจัดการศึกษา เป็นขุมปัญญาที่เปรียบเสมือนหัวใจในการศึกษาของมหาวิทยาลัย อันจะเป็นนิมิตหมายอันดีว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะชูความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นศักดิ์เป็นศรีแห่งภูมิภาคและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้กับคนในภูมิภาคแห่งนี้สืบไป” ตามที่ระบุไว้ในหนังสือ ๑๒ นักษัตรครึ่ง : ๑๘ ปี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (น.๘๗)

Mastermind

Librarian

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.