ร้อยเรื่องเล่ารักวลัยลักษณ์_4
วันนี้ที่แวะเข้าไปที่ #พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา แห่ง #มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พบว่าตอนเริ่มนิทรรศการมีกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย โดยในนั้นมีรูปของผมเองปรากฏใน ๒ ตำแหน่ง ทั้งที่เป็นภาพวาดและภาพถ่ายคือภาพครั้งร่วมกับท่านนายอำเภอ #บุญชอบพัฒน์สงค์ รับท่านอาจารย์ #เกษมสุวรรณกุล และอาจารย์ #วิจิตรศรีสอ้าน ในพื้นที่ที่ทางจังหวัดและอำเภอส่งมอบให้เป็นสถานที่สร้างมหาวิทยาลัยผืนนี้ ซึ่งตอนนั้นเป็นระยะแรกเริ่มราว ๆ ปี ๒๕๓๕ ที่ผมก็เพิ่งเข้ามาร่วมสร้างด้วยการจัดการสารพัดปัญหาเรื่องที่ดิน การเกิดขึ้นได้ของวลัยลักษณ์นั้นยืดเยื้อยาวนานมาก หลังรัฐบาลเริ่มสร้างมหาวิทยาลัยในภูมิภาคที่เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา แล้วชาวนครก็ขบคิดกันเรื่อยมาว่านครต้องมีให้ได้
ปี ๒๕๒๒
ปี ๒๕๒๓
ปี ๒๕๒๗
ปี ๒๕๒๘
ปี ๒๕๓๑
ปี ๒๕๓๔
ปี ๒๕๓๕
ปี ๒๕๓๕
ปี ๒๕๓๕
ปีเริ่มต้น
ปี 2531
ปี 2534
ปี 2535
ปี 2535
ปี 2535
โดยสังเขปที่เป็นหลักเป็นฐานก็ประมาณนี้
โดยในนี้มีบางเกล็ดที่ขอสรุปไว้ในฐานที่พอจำได้
๑) ชื่อมหาวิทยาลัยในใจของคนนครนั้น มักคิดถึงชื่อ ศรีธรรมาโศกราช แล้วเสนอว่าชื่อ #มหาวิทยาลัยนครศรีธรรมราช ก็ได้ มีบางคำอธิบายว่าระยะหลังทางการไม่สนับสนุนให้ใช้ชื่อจังหวัดเพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความกว้างขวางกว่าเพียงจังหวัด จนในที่สุดคิดกันว่าน่าขอพระราชทานชื่อ ประกอบกับหลังปี ๒๕๓๑ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ท่านเสด็จลงมาทรงงานในภาคใต้มาก มีสถาบันจุฬาภรณ์ ประกอบกับอาจารย์วิจิตรก็ถวายงานพระองค์มาก จึงเสนอขอชื่อ #มหาวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แล้วพระราชทานว่า #วลัยลักษณ์ อันเป็นสร้อยพระนาม
มีการอธิบายกันว่าอาจทรงเห็นว่าซ้ำกับนามสถาบัน รวมทั้งซ้อนกันกับจุฬาลงกรณ์ด้วย ทั้งนี้ท่านอาจารย์วิจิตรชี้ว่าการขอพระราชทานชื่อเป็นส่วนสำคัญให้สภามีมติอนุมัติ พรบ.โดยเร็ว ครั้งหนึ่งท่านบอกว่า ” … ตอนเสนอในสภา ได้แจ้งว่าขอพระราชทานชื่อแล้ว แล้วจะไฟม่ให้ตั้งได้อย่างไร … ” ต่อมาภายหลังมีผู้ให้ข้อสังเกตุว่า ๓ มหาวิทยาลัยที่เกิดชุดนี้ เป็นเรื่องเป็นราว ๓ คือ #สุรนารี #วลัยลักษณ์ #แม่ฟ้าหลวง ส่วนชื่อ #ศรีธรรมาโศกราช นั้น ทุกวันนี้เป็นชื่อวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยแล้ว
๒) บุคคลที่นำการขับเคลื่อนหลักคือท่าน #ผู้ว่าเอนกสิทธิประศาสน์ ด้วยการส่งเสริมให้เกิดคณะกรรมการรณรงค์ ตลอดจนนำเข้าเฝ้า แม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับรัฐบาล
๓) การปรากฏบทบาทของพลเอกอาทิตย์กำลังเอกครั้งนั้น เป็นชนวนหนึ่งในการปลดจากผู้บัญชาการทหารบกกลางอากาศ หลังท่านมาพบปะและรับปากชาวนครที่ขุมนุมกันนับแสนคน โดยยังเดินทางกลับไม่ถึงกรุงเทพก็ถูกประกาศปลดระหว่างการเดินทาง
๔) ระหว่างการหาที่เพื่อเสนอตั้งมหาวิทยาลัย เกิดการกระเพื่อมของนักหาและค้าที่เป็นที่จ้าละหวั่น
๕) กล่าวกันว่าช่วงที่เป็นวิทยาลัยในสังกัดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีความคืบหน้าไม่มาก เนื่องจาก ม.อ.ก็มีหลายวิทยาเขตและภาระมากแล้ว
๖) การปรับตัวสำคัญคือการมีท่านอาจารย์วิจิตรเป็นประธานคณะกรรมการจัดตั้ง
เนื่องจากท่านเป็นผู้จัดทำแผนการอุดมศึกษาแห่งชาติ และเป็นปลัดทบวงมหาวิทยาลัยด้วย
เท่านี้ก่อนนะครับ ยาวจังแล้วครับ
เรื่องเล่า
จากคุณหมอบัญชา พงษ์พานิช
บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร
๒ ตุลา ๖๘ ๒๓๐๐ น