ร้อยเรื่องรักษ์วลัยลักษณ์_2 …….
วันนี้ที่ #วลัยลักษณ์ กำลังชื่นมื่นกันทั่วทั้งมหาวิทยาลัย เนื่องในการเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่นักศึกษาประจำปี ๒๕๖๘ อันเป็นปีที่ ๓๓ ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัย และถ้านับไม่ผิด ก็เป็น #ศึกษิตวลัยลักษณ์ รุ่นที่ ๒๔ เพราะรุ่นแรกเข้ามาเรียนเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๑ จบปี ๒๕๔๔ รับพระราชทานเมื่อปี ๒๕๔๕ พรบ. #มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ออกเมื่อปี ๒๕๓๕ แล้วผมได้รับคำชวนจากท่าน อ.วิจิตร รวมทั้งที่ชาวนครหลายคนต่างชี้แนะให้เข้าไปช่วยพร้อม ๆ กับที่ตัวเองก็ตระหนักว่าไม่เพียงชาวนครนี้ต้องการมหาวิทยาลัยในเมืองนครกันมากเท่านั้น แต่เห็นว่าหากเมืองนครมีมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นอีกฐานกำลังทางวิชาการเพื่อการพัฒนาเมืองนครที่รักยิ่งของเราให้ยิ่ง ๆ ขึ้น
ด้วยเห็นว่าการพัฒนาคนรวมทั้งงานวิชาการเพื่อการพัฒนานั้นเป็นส่วนสำคัญมากของการพัฒนาบ้านพัฒนาเมืองเมื่อเริ่มรับงานการก่อตั้งและสร้างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ท่านอาจารย์วิจิตร ศรีสอ้านแต่งตั้งและมอบหมายให้ผมรับหน้าที่แทบทุกอย่าง
จากผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายปฏิบัติการ มาเป็นรองอธิการบดีฝ่ายปฏิบัติการ
แล้วก็รองอธิการบดีอีกหลายหน้าที่จนไม่ได้จำ ก่อนที่จะขอลดหน้าที่เหลือแต่เพียงรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาที่เป็นงานถนัดเท่านั้น
แรกรับงาน ก็มุ่งจัดการปัญหาด้านที่ดินที่ทางจังหวัดและชาวท่าศาลามอบให้ใช้พื้นที่
ที่ตอนบอกทบวงมหาวิทยาลัยบอกว่าพื้นที่กว้างขวางนับหมื่นไร่ และชาวท่าศาลาพร้อมใจส่งมอบให้ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอทำไป ๆ เต็มไปด้วยรายละเอียดยุบยิบที่จะต้องค่อย ๆ คลี่มิให้ขยายกลายเป็นปัญหาจนอาจไม่สามารถสร้างได้อย่างหลายโครงการในอดีต ที่พอจะลงเมืองนครก็เจอปัญหาจนต้องย้ายไปสร้างทำกันที่จังหวัดอื่น โดยเฉพาะสงขลาและสุราษฎร์ จนสองจังหวัดนั้นก้าวรุดหน้าสารพัดในเชิงพัฒนาการ
ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ที่ พรบ.ออก และพยายามคลี่ปัญหาเรื่องที่ดินพร้อมกับเริ่มการออกแบบแล้วเร่งรีบลงมือก่อสร้าง เพื่อให้เปิดมหาวิทยาลัยรับนักศึกษาให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะได้นั้น พวกเราสามารถเร่งรัดกันสุดชีวิตจนได้รับนักศึกษารุ่นแรกในปี ๒๕๔๑ จบการศึกษาในปี ๒๕๔๔ และรับพระราชทานปริญญาครั้งแรกในปี ๒๕๔๕ โดยหลังส่ง นศ.รุ่นแรกจบ ผมก็ขอลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อใช้ชีวิตอิสระ หลังทุ่มเททำงานที่วลัยลักษณ์ครบ ๑๐ ปี จนสามารถเปิดรับนักศึกษาจนจบได้ ด้วยเรียนรู้ว่าตัวเองนั้นไม่น่าจะเหมาะกับงานพนักงานของรัฐในมหาวิทยาลัย ขอออกมาใช้ชีวิตแนวอื่น เป็น #อาสาสมัครอิสระสาธารณะประโยชน์ ทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ และเราชอบเราถนัด ปลอดจากการแข่งขันลดทอนกำลังสร้างสรรค์ให้อ่อนล้าและถดถอย ในระหว่างการดำเนินการต่าง ๆ นั้น พวกเราที่นครก็มีการขับเคลื่อนการพัฒนาต่าง ๆ ควบคู่กับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตอนนั้น หอการค้า จังหวัดนครศรีธรรมราช กับ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกำลังสำคัญ
ผมเองก็เป็นสมาชิกในสององค์กรนี้ เคยเป็นทั้งรองประธานหอการค้า สมัยคุณป้า #มณฑิรา_เสรีวิวัฒนา ร่วมกับอีกหลายท่าน รวมทั้งพี่อ้น On Suchato รุจาฑิตย์ สุชาโต พี่สมศักดิ์ อดิเทพวรพันธุ์ พนา อดิเทพวพันธุ์ ฯลฯ รวมทั้งเคยเป็นนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวฯ อยู่ระยะหนึ่งด้วย จำได้ว่าได้คุยกันว่าเมืองนครต้องมีโรงแรมชั้นหนึ่งไว้รองรับการพัฒนาที่จะมีมหาวิทยาลัย แล้วก็ได้พบกับคุณมนูญ และ คุณบุญกิจ แห่ง ดอกบัวคู่ ที่ทั้งสองท่านเป็นคนนคร คุยกันจนออกมาเป็นโรงแรมเซาเทิร์นบีเอ็ม … บุญกิจมนูญ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น #โรงแรมทวินโลตัส Twin Lotus Hotel แห่งเมืองนครในวันนี้
เปิดให้บริการเมื่อปี ๒๕๓๘ ขณะที่พวกเรากำลังเร่งมือเริ่มก่อสร้างนานาอาคารในมหาวิทยาลัย
ต่อจากนั้นอีกไม่นาน ห้าง #lotus เมืองนครก็ตามมาเปิดที่ฝั่งตรงข้ามโรงแรม ถือเป็นการเปิดและขยับเมืองนครพร้อม ๆ กับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
อนำนี้มาร้อยเรื่องรักวลัยลักษณ์ #2
พร้อมกับร่วมแสดงความยินดีกับคณาจารย์ บุคคลากร ศึกษิต ผู้ปกครอง และชาวนครทั้งหลายในโอกาสนี้ครับ
ภาพนี้ กับท่านอาจารย์วิจิตร นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
และกับ ๒ ศิษย์ Pairot Singbun Khamjiang Panitdee ที่ตามกันมาแต่ครั้งวลัยลักษณ์รุ่นแรก
เมื่อผมรับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ไทยศึกษาบูรณาการ เมื่อปี ๒๕๖๐ ครับ
ขณะเดียวกันในปีเดียวกันนั้น #ห้างโรบินสัน_โอเชี่ยน ก็เกิดขึ้นบนถนนพัฒนาการคูขวาง แม้วันนี้จะกำลังหยุดกิจการหลังจากดำเนินมาครบ ๓๐ ปีแล้วก็ตาม แต่วลัยลักษณ์ ที่ปีนี้ครบ ๓๓ ปี กำลังก้าวต่อไปทราบมาว่ากำลังมุ่งความ #เป็นเลิศสู่สากล พร้อม ๆ กับกำลังสร้างเสริมความ #เป็นหลักในถิ่น กันอยู่ ส่วน #ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช นั้น เริ่มเปิดบริการที่สนามบินกองทัพภาคที่ ๔ เมื่อปี ๒๕๒๗ แล้วทางการก็เตรียมการหาที่ดินเพื่อทำการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ ที่ถาวรและกว้างขวางพอรองรับการพัฒนาเมืองนครที่กำลังจะมีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในจังหวะนั้น ทางจังหวัดโดยอำเภอเมือง เสนอใช้พื้นที่สาธารณะบริเวณน้ำแคบ มีพื้นที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ เป็นสถานที่ก่อสร้าง ขณะนั้น ที่ปัญหาด้านที่ดินก่อสร้างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ท่าศาลากำลังวุ่นวายมากและทำท่าว่าอาจจะยากเกินกำลังพวกเรา
” … กำลังจะเสนอครับหมอ … “
” … ขอพี่ชะลอการนำเสนอไว้ก่อนได้ไหมครับ
พอดีปัญหาที่ดินก่อสร้างวลัยลักษณ์ที่ท่าศาลากำลังซับซ้อนมาก อาจทำให้โครงการก่อสร้างล่าช้า
ผมขออนุญาตนำเสนอเผื่อมหาวิทยาลัยจะขอใช้บริเวณนี้ด้วยได้ไหมครับ … “
ผมหารือพี่ถึก และได้รับการตอบรับว่าได้แต่อย่าช้าเกินสัปดาห์ เพื่อให้โครงการสร้างสนามบินก็สามารถเดินต่อไปได้ไม่ล่าช้าและเป็นปัญหา ซึ่งผลการหารือกับท่าน อ.วิจิตร ศรีสอ้าน อาจารย์ยืนยันว่าที่ดินร้อยไร่บริเวณนี้ไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งมหาวิทยาลัย และต้องการเป็นวิทยาเขตเดียว พัฒนาเป็นเมืองมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ให้พยายามกับที่ดินที่ท่าศาลาแปลงเดียวนั้นเป็นหลักเท่านั้น โดยท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชแห่งนี้ ก่อสร้างเสร็จและเปิดบริการในปี ๒๕๔๑ ปีเดียวกันกับการเปิดรับนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นับเป็นกระมีส่วน #ร่วมกันพัฒนาบ้านเมือง และ #เปิดเมืองนคร ของพวกเราเมื่อครั้งนั้น
ขอนำนี้มา ร้อยเรื่องรักวลัยลักษณ์_2
พร้อมกับร่วมแสดงความยินดีกับคณาจารย์ บุคคลากร ศึกษิต ผู้ปกครอง และชาวนครทั้งหลายในโอกาสนี้ครับ
เรื่องเล่า
จากคุณหมอบัญชา พงษ์พานิช
บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร
๒๖ กันยา ๖๘ ๑๗๑๑ น
Post Views: 102