นกฮัง นกกะฮัง นกฆอฮัง นกกาฮัง นกกก นกกะวะ ก็เรียก เป็นนกเงือกชนิดที่ใหญ่ที่สุด มีความยาวลำตัวประมาณ 130-150 เซนติเมตร มีปีกสีแดงพาดเหลือง ปลายปีกเทา ไม่มีขนปกคลุมใต้ปีก หางสีทองพาดดำ ตัวผู้มีนัยน์ตาสีแดง ด้านหน้าโหนกที่อยู่บนปากมีสีดำ มีจะงอยปากที่ยาว ส่วนตัวเมียมีนัยน์ตาสีขาว ด้านหน้าโหนกไม่มีสีดำ ร้องเสียงดังและก้อง “กก-กก” “โต๊ก-โต๊ก” หรือ “อาฮัง-กาฮัง” ได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดอยู่ในเขตเขาหลวง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ยางนา ประดู่ ฯลฯ พบนกฮังอาศัยอยู่ร่วมกันกับนกและสัตว์ชนิดอื่น ๆ จำนวนมาก
นกฮัง Mascot@วลัยลักษณ์เกมส์
นกฮังอยู่อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นสัตว์สังคมที่สามัคคีกลมเกลียว จึงได้รับเลือกเป็น Mascot (มาสคอต) หรือสัญลักษณ์นำโชคที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาทั้งสี่ครั้งที่มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน
การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับประเทศของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ 4 ครั้งคือ
1.กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 ประจำปี 2568
2.กีฬาบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ครั้งที่ 31 ประจำปี 2555
3.กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 7-14 มกราคม 2551
4.กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 25 ประจำปี 2549
Mascot มาจากคำว่า “Mascotte” ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “สัญลักษณ์นำโชค” เป็นคำที่มักจะใช้เรียกอะไรก็ตามที่นำพาโชคลาภมาให้กับแต่ละบ้าน Mascot (มาสคอต) หรือสัญลักษณ์นำโชค คือตัวละครหรือสิ่งของที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของกลุ่มต่าง ๆ เช่น ทีมกีฬา แบรนด์สินค้าและบริการ หน่วยงานต่าง ๆ หรือแม้แต่จังหวัด โดยถูกนำมาทำให้มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวผ่านการดีไซน์ให้มีความเป็นเอกลักษณ์ บางมาสคอตยังมีการดีไซน์บุคลิกและลักษณะนิสัยเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ และนำไปทำชุดเพื่อให้คนได้สวมใส่สร้างสีสันและเพิ่มโอกาสการถูกจดจำได้อีกด้วย นอกจากนี้ หากมาสคอตถูกนำไปใช้เป็นตัวแทนของทีมกีฬา ก็มักจะมีบทบาทเป็นสัญลักษณ์นำโชคประจำทีม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาเช่นเดียวกัน
นกฮัง
อยู่ในวงศ์ Bucerotidae ซึ่งเป็นวงศ์ของนกเงือก นกขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเด่นคือปากที่ใหญ่และโค้งนกเงือกในวงศ์นี้มีหลายชนิด นกกก (Great Hornbill), นกแก๊ก (Oriental Pied Hornbill) และนกเงือกอื่น ๆ นกเงือกส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่ หางยาว และมีจะงอยปากที่ใหญ่และแข็งแรง ในประเทศไทย มีนกเงือกอยู่ด้วยกัน 13 ชนิด
ชื่อภาษาไทย: นกกก (นกกาฮัง, นกกะวะ, นกอีฮาก)
ชื่อภาษาอังกฤษ: Great Hornbill
ชื่อวิทยาศาสตร์: Buceros bicornis
ขนาด: 130-150 ซม.
ตัวผู้: มีม่านตาสีแดง และโหนกมีสีดำทางด้านหน้าและด้านหลัง
ตัวเมีย: ม่านตาสีขาว ไม่มีสีดำบริเวณโหนก
อนุกรมวิธาน
CLASS : Aves
ORDER : Bucerotiformes
FAMILY : Bucerotidae
GENUS : Buceros
SPECIES : Great Hornbill (Buceros bicornis)
วัยเจริญพันธุ์: นกกกผสมพันธุ์ในหน้าหนาวจนถึงหน้าร้อน วางไข่ตามโพรงไม้สูง วางไข่ครั้งละ 1 – 2 ฟอง ก่อนวางไข่ตัวเมียจะเข้าไปในโพรงแล้วปิดปากโพรง ตัวผู้คาบดินผสมกับมูลของตัวเมียโบกปิดปากโพรง หรืออาจใช้อาหารที่กินเข้าไปแล้วสำรอกออกมาเพื่อปิดปากโพรง เหลือช่องไว้ตรงกลางพอให้ตัวเมียยื่นปากออกมาได้ ขณะที่ตัวเมียกกไข่และเลี้ยงลูกอยู่นี้ ตัวผู้จะหาอาหารให้
ขนาดและน้ำหนัก: เป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจำพวกนกเงือกของไทย โดยมีขนาดลำตัวประมาณ 122 เซนติเมตร
นกเงือกไทย 13 ชนิด:
1.นกเงือกคอแดง ชื่อภาษาอังกฤษ: Rufous-necked Hornbill
2.นกเงือกปากดำ หรือ กาเขา ชื่อภาษาอังกฤษ: Bushy-crested Hornbill
3.นกเงือกสีน้ำตาล ชื่อภาษาอังกฤษ: Brown Hornbill
4.นกเงือกสีน้ำตาลคอขาว ชื่อภาษาอังกฤษ: White-throated Brown Hornbill
5.นกเงือกดำ ชื่อภาษาอังกฤษ: Black Hornbill
6.นกเงือกหัวหงอก ชื่อภาษาอังกฤษ: White-crowned Hornbill
7.นกแก๊ก ชื่อภาษาอังกฤษ: Oriental Pied Hornbill
8.นกเงือกกรามช้างปากเรียบ ชื่อภาษาอังกฤษ: Plain-pouched Hornbill
9.นกเงือกกรามช้าง ชื่ออังกฤษ: Wreathed Hornbill
10.นกเงือกปากย่น ชื่อภาษาอังกฤษ: Wrinkled Hornbill
11.นกกก ชื่อภาษาอังกฤษ: Great Hornbill
12.นกเงือกหัวแรด ชื่อภาษาอังกฤษ: Rhinoceros Hornbill
13.นกชนหิน ชื่อภาษาอังกฤษ: Helmeted Hornbill
ถิ่นอาศัย: พบในประเทศบังคลาเทศ ภูฏาน กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย พม่า เนปาล ไทย และเวียดนาม มักพบบริเวณป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ จนถึงความสูง 1,600 – 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในฤดูผสมพันธุ์ พวกมันส่วนใหญ่จะอยู่ประจำการในพื้นที่เล็กๆ แต่อยู่ใน ฤดูไม่ผสมพันธุ์ มีกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง
อาหาร: นกกกกินผลไม้ต่าง ๆ กลุ่มพืชสกุลโพ – ไทร – มะเดื่อ ผลของพืชในวงศ์กระดังงา วงศ์อบเชย วงศ์กระท้อน วงศ์จันทน์เทศ รวมถึงสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน แมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และนกตัวเล็กด้วย
พฤติกรรม: อาศัยอยู่ตามป่าดิบชื้น ป่าดงดิบแล้ง และป่าดงดิบเขา ซึ่งมีต้นไม้สูง ๆ มักอยู่กันเป็นฝูงเล็ก ๆ ฤดูผสมพันธุ์จะอยู่กันเป็นคู่ ๆ เวลาบินเสียงกระพือปีกจะมีเสียงดัง สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ร้องเสียงดัง “กก กก” หรือ “กาฮัง กาฮัง
สถานภาพ
1. เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562
2. เป็นนกที่อยู่ในสถานภาพ ใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened: NT) จากการประเมินสถานภาพชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2023) 3. เป็นนกที่อยู่ในสถานภาพ มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable: VU) จากการประเมินสถานภาพความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ International Union for Conservation of Nature (IUCN) หรือ IUCN Red List (2020) 4. เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่า ในบัญชีหมายเลข 1 ที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์ ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัยและเพาะพันธุ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่จะนำเข้าเสียก่อน ประเทศส่งออกจึงจะออกใบอนุญาตส่งออกให้ได้ โดยจะต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้น ๆ ด้วย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora: CITES)
ลักษณะและอุปนิสัย
นกฮัง มีขนาด 120-140 เซนติเมตร เป็นนกเงือกที่มีขนาดใหญ่มาก มีสีดำ-ขาว ตัวผู้อาจมีถึงขนาด 1.5 เมตร บริเวณหน้า คาง และส่วนใต้โหนกมีสีดำ คอขาว ปีกสีดำแถบขาว และปลายขนมีสีขาว หางสีขาวมีแถบดำพาดค่อนไปทางปลายหาง จะงอยปากมีสีเหลืองปลายปากมีสีส้ม นกทาสีเหลืองบนโหนกและจะงอยปากรวมทั้งบริเวณหัว ส่วนคอและปีก ด้วยสีของน้ำมันต่อจากโคนหาง โหนกของตัวผู้มีสีดำบริเวณด้านหน้า ม่านตาสีแดง ตัวเมียไม่มีสีดำบริเวณโหนก ม่านตาสีขาว ตัววัยรุ่นมีโหนกขนาดเล็กส่วนหน้าแบน
การทำรังและการเลี้ยงลูก
ต้นไม้ที่ใช้เป็นโพรงรัง ส่วนใหญ่ได้แก่ ต้นยาง (Dipterocarpaceae) และหว้า ตัวเมียกกไข่อยู่ในโพรงจนลูกนกฝักออกจากไข่ เมื่อลูกนกอายุราว 1-1.5 เดือน แล้วตัวเมียจะกระเทาะปากโพรงออกมาช่วยตัวผู้เลี้ยงลูก ลูกนกจะปิดปากโพรงเสียใหม่นกกกเลี้ยงลูกเพียงตัวเดียวเท่านั้น พฤติกรรมการเลี้ยงลูกเป็นแบบ พ่อ-แม่ช่วยกันเลี้ยงต้นไม้ที่ใช้เป็นโพรงรัง ส่วนใหญ่ได้แก่ ต้นยาง (Dipterocarpaceae) และหว้า ตัวเมียกกไข่อยู่ในโพรงจนลูกนกฝักออกจากไข่ เมื่อลูกนกอายุราว 1-1.5 เดือน แล้วตัวเมียจะกระเทาะปากโพรงออกมาช่วยตัวผู้เลี้ยงลูก ลูกนกจะปิดปากโพรงเสียใหม่นกกกเลี้ยงลูกเพียงตัวเดียวเท่านั้น พฤติกรรมการเลี้ยงลูกเป็นแบบ พ่อ-แม่ช่วยกันเลี้ยง
นกฮัง เป็น มาสคอต ที่ใช้ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมไปถึงกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย ในอดีตสามารถพบเห็นได้ในเขตมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ซึ่งมี ต้นไม้ขนาดใหญ่สำหรับอยู่อาศัย นกกฮังอยู่ร่วมกันเป็นฝูง เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและเป็นสังคมที่สามัคคีกลมเกลียวซึ่งเปรียบเสมือนการแข่งขันกีฬาในทุก ๆ ครั้งที่มุ่งเน้นถึงความรู้รัก สามัคคี การรู้แพ้ รู้ชนะ เป็นการรวมกลุ่มของเหล่านักกีฬาจากสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ได้มาร่วมกันแข่งขันกีฬาและเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีความสามัคคีความสนิทสนมกลมเกลียวซึ่งกันและกัน
แหล่งข้อมูล
1.การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 35 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ https://www.test.sp.ku.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=28&Itemid=127&lang=en
2.กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 35 https://www.sanook.com/campus/910871/
3.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 35 https://www.facebook.com/photo.php?fbid=3910515398967328&id=222684057750499&set=a.748746498477583
4.ตุมปังเกมส์ https://tumpanggames.wu.ac.th
5.นกกก หรือ นกกะวะ หรือ นกกาฮัง ( Great Hornbill, Buceros bicornis) http://hornbill.or.th/th/about-hornbills/hornbill-species/great-hornbill/
6.นกเงือกไทย 13 ชนิด https://www.seub.or.th/bloging/knowledge/นกเงือกไทย-13-ชนิด/
7.‘มาสคอต’ ตัวการ์ตูนในโลกแห่งความจริง สู่สิ่งน่ารักที่เป็นมากกว่า ‘ตัวแทน’ https://www.creativethailand.org/article-read?article_id=34536
8.นกกก (นกกาฮัง, นกกะวะ, นกอีฮาก) https://khaokheow.zoothailand.org/animal_view.php?detail_id=122&c_id=
ภาพประกอบจาก:
1.https://drive.google.com/drive/folders/1knUQd4b-fOkmKoHZlE-flC-rIXstLTDH
2.https://wu.ac.th/th/news/25463/
3.https://www.facebook.com/TUMPANGGAMES
4.http://hornbill.or.th/th/about-hornbills/hornbill-species/great-hornbill/
5.https://ebird.org/species/grehor1?siteLanguage=th
6.https://www.enac-club.com/knowledge/nature/bird/great_hornbill.html
7.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชhttps://www.facebook.com/prhotnews02