สวนสมุนไพร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่มีความสำคัญในด้านการสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาพืชสมุนไพรมาปลูกรวบรวมไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนให้กับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และสำนักวิชาแพทยศาสตร์ และแพทย์แผนไทย ขณะนี้มีสมุนไพรมากกว่า 200 ชนิด และได้จัดทำป้ายสื่อความหมาย พร้อมจัดทำฐานข้อมูลพรรณไม้สวนสมุนไพร เพื่อการศึกษาเรียนรู้อย่างครบวงจร
อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้กล่าวถึงอุทยานพฤกษศาสตร์ ในการลงนามบันทึกความร่วมมือกับ องค์การสวนพฤกษศาสตร์เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565 ไว้ว่าอุทยานพฤกษศาสตร์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ ภายในพื้นที่ประมาณ 1,350 ไร่ โดยมุ่งเน้นการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์พืชวงศ์ต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำสวนสมุนไพร สวนรวบรวมพันธุ์กล้วย โดมกระบอกเพชร และเรือนหม้อข้าวหม้อแกงลิง ในปีงบประมาณ 2565 อุทยานพฤกษศาสตร์ ได้ดำเนินการจัดทำสวนรวบรวมพันธุ์ไผ่ การจัดทำโรงเรือนจัดแสดงกล้วยไม้ และการจัดทำโรงเรือนรวบรวมพรรณไม้ชนิดต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการจัดทำเส้นทางศึกษาพันธุ์ไม้และธรรมชาติในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัย ที่สอดคล้องกับระบบนิเวศของพื้นที่อุทยานพฤกษศาสตร์ ทั้งนี้ยังมีบริการที่พัก ห้องประชุม และลานกางเต็นท์ รวมทั้งพื้นที่อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่จัดแสดงองค์ความรู้ ทั้งทางด้านทรัพยากรชีวภาพ กายภาพ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่งดงาม เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สร้างสุนทรียภาพและจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพโดดเด่น ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตและเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งนี้อุทยานพฤกษศาสตร์ได้สมัครสมาชิกของ Botanic Gardens Conservation International (BGCI) และการดำเนินการเพื่อขอรับรองมาตรฐานสวนพฤกษศาสตร์โลก BGCI สหราชอาณาจักร ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายงานพฤกษศาสตร์ที่ได้มาตรฐานต่อไป
ประกอบด้วยพื้นที่หลัก:
1.พื้นที่ก่อสร้าง “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (MAHA CHAKRI SIRINDHORN Natural History Museum, Walailak University)”
2.พื้นที่อาคารการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และภูมิปัญญา
3.หอชมฟ้า (Bota Sky Tower) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของ จังหวัดนครศรีธรรมราช สัมผัสเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
4.เรือนกล้วยไม้ แหล่งรวบรวมกล้วยไม้พื้นถิ่นภาคใต้ กล้วยไม้หายาก และกล้วยไม้ลูกผสม 55 สายพันธุ์
5.สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า แหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์แก่นักท่องเที่ยว โดยในระยะแรกได้นำสัตว์ 3 ชนิด คือ คาปิบาร่า อีเก้ง และเนื้อทราย
5.สวนสมุนไพร พื้นที่รวบรวมพืชสมุนไพรตามหลักสาธารณสุขพื้นฐาน
6.โดมตะบองเพชร เป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดง พันธุ์ไม้วงศ์กระบองเพชร พืชทนแล้ง พืชอวบน้ำ
7.ตลาด “พฤหัสหรรษา BOTA MARKET CHIC & CHILL”
8.ลานกางเต็นท์ เป็นจุดเช็คอิน คอยบริการนักท่องเที่ยวที่จะมากางเต็นท์ ค้างแรมชมบรรยากาศธรรมชาติ ชมพระอาทิตย์อัสดง และหมอกบนผิวน้ำอันงดงาม ภายในอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
สวนสมุนไพร มวล.
สวนสมุนไพร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีการริเริ่มและประสานงานโครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 การจัดสร้างสวนสมุนไพรมาจากแนวคิดที่ต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมพืชสมุนไพรที่มีการใช้ประโยชน์ทางยา และพืชสมุนไพรในท้องถิ่นภาคใต้ เป็นสวนสมุนไพรแบบครบวงจร ทั้งในแง่การปลูก การเพาะขยายพันธุ์ การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การทำผลิตภัณฑ์ และการนำไปใช้ประโยชน์ การดำเนินกิจกรรมในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้เกิดการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลทุก ๆ ด้านเข้าด้วยกัน มีพื้นที่ทั้งหมด 10 ไร่ เป็นบริเวณที่ได้รับการพัฒนาให้มีการรวบรวมพืชสมุนไพร ตามหลักสาธารณสุขพื้นฐานและตามการใช้ประโยชน์ของการเรียนการสอนให้กับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และสำนักวิชาแพทยศาสตร์ และแพทย์แผนไทย ทั้งนี้การดำเนินงานอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานพฤกษศาสตร์ในการจัดหาพืชสมุนไพรมาปลูกรวบรวมไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบขณะนี้มีสมุนไพรมากกว่า 200 ชนิด และได้จัดทำป้ายสื่อความหมายให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมได้รับทราบถึงประโยชน์ของพืชสมุนไพรแต่ละชนิด นอกจากนั้นยังเป็นสวนสมุนไพรที่มีภูมิทัศน์รายรอบที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อน เดิน และวิ่งออกกำลังกาย ได้ทั้งความรู้และสุขภาพที่ดีควบคู่กันไป
ตัวอย่าง ป้ายสื่อความหมายพืชสมุนไพรในสวนวลัยลักษณ์ ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสแกน QR Code เพื่อศึกษารายเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ได้ เช่น ประดู่บ้าน เมื่อสแกน QR Code ก็จะปรากฏไฟล์ข้อมูล ประดู่บ้าน อธิบายรายละเอียดพร้อมภาพประกอบ และแหล่งอ้างอิง
ประดู่บ้าน
ชื่อ: ประดู่บ้าน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Pterocarpus indicus Willd.
ชื่ออื่น: ประดู่อังสนา (ภาคกลาง) ดู่บ้าน (ภาคเหนือ) สะโน (มลายู-นราธิวาส)
ชื่อสามัญ: Angsana
การใช้ประโยชน์: เนื้อไม้ใช้ทําสิ่งก่อสร้าง เปลือกให้น้ำฝาดสําหรับฟอกหนัง และให้สีน้ำตาลสําหรับ
ย้อมผ้า แก่นให้สีแดงคล้ำ
สรรพคุณทางยา:
– เปลือกต้นมีรสฝาดจัด มีสรรพคุณเป็นยาบํารุงร่างกาย
– แก่นเนื้อไม้ใช้ต้มกับน้ํากินเป็นยาแก้เสมหะ
– รากใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้พิษไข้
– ใบนํามาตากแห้งใช้ชงกับน้ำร้อนเป็นชาใบประดู่ นํามาดื่มจะช่วยบรรเทาอาการระคายคอได้
– ผล เป็นยาแก้ท้องร่วง
แหล่งอ้างอิง :
https://www.dnp.go.th/EPAC/province_plant/pukad.htm
https://farm.vayo.co.th/blog/pterocarpus-macrocarpus-l/
นอกจากนั้นอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดทำ ฐานข้อมูลพรรณไม้สวนสมุนไพร ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ อุทยานพฤกษศาสตร์ ประกอบด้วยพรรณไม้ที่มีคุณประโยชน์ สรรพคุณทางยา โดยในพื้นที่สวนสมุนไพร จะประกอบด้วยพรรณไม้ 10 กลุ่ม ดังนี้
1.พรรณไม้มงคล 31 ชนิด
2.พรรณไม้ดอกตามฤดูกาล 9 ชนิด
3.พรรณพืชสมุนไพรเพื่อการวิจัย 17 ชนิด
4.พรรณไม้วงศ์กระดังงา 9 ชนิด
5.พรรณไม้พื้นถิ่นภาคใต้ 31 ชนิด
6.พรรณไม้ดอกสวย 9 ชนิด
7.พรรณไม้เลื้อย 17 ชนิด
8.พรรณไม้ในพุทธประวัติ 9 ชนิด
9.พรรณไม้ตามรสยา 9 ชนิด
10.พรรณไม้น้ำ 17 ชนิด
สวนสมุนไพร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาพืชสมุนไพรมาปลูกรวบรวมไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนให้กับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และสำนักวิชาแพทยศาสตร์ และแพทย์แผนไทย ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความสำคัญในด้านการสนับสนุนการเรียนการสอน ขณะนี้มีพืชสมุนไพรมากกว่า 200 ชนิด และได้จัดทำป้ายสื่อความหมายเพื่อให้ผู้สนใจทั่วไปได้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับพืชสมุนไพรชนิดนั้น ๆ พร้อมรูปภาพประกอบ การนำไปใช้ประโยชน์ สรรพคุณทางยาสมุนไพร นอกจากนั้นยังจัดทำ ฐานข้อมูลพรรณไม้สวนสมุนไพร เพื่อการเรียนการสอน การศึกษาเรียนรู้ การทำวิจัย อย่างครบวงจรต่อไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบ
1.อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
https://botany.wu.ac.th/?page_id=14158
https://botany.wu.ac.th/?page_id=28918
https://e-bota.wu.ac.th/location/33