“โดมกระบองเพชร Bota Cactus Dome” ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตรงกันข้ามกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ ม.วลัยลักษณ์ และ แหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์มานิ ม.วลัยลักษณ์ ที่กำลังก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จในอีกในไม่ช้านี้
ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดตัวโดมกระบองเพชร (BOTA CACTUS DOME) ที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ รวบรวมพันธุ์ไม้วงศ์กระบองเพชร พืชทนแล้ง พืชอวบน้ำ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านพันธุ์ไม้ที่สำคัญของภาคใต้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป
กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อดีตรักษาการแทนรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานเปิดตัวโดมกระบองเพชรอย่างเป็นทางการ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี อดีตผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ในขณะนั้น กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
ซึ่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญในการจัดสร้างโดมกระบองเพชร เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดง พันธุ์ไม้วงศ์กระบองเพชร พืชทนแล้ง พืชอวบน้ำ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านพันธุ์ไม้ที่สำคัญของภาคใต้ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ด้านพันธุ์ไม้ ภายในอุทยานพฤกษศาสตร์ โดยได้รับการออกแบบและจัดสวนโดยบริษัท นงนุชแลนด์สเคป แอนด์ การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา


โดมกระบองเพชรแห่งนี้ได้รวบรวมพืชวงศ์กระบองเพชร จำนวน 22 ชนิด พืชอวบน้ำจำนวน 3 ชนิด พืชทนแล้งจำนวน 12 ชนิด รวม 220 ต้น และได้รับการอนุเคราะห์พันธุ์ไม้เพิ่มเติมจากสวนนงนุชพัทยา โดยคุณกัมพล ตันสัจจา มาเพิ่มเติมดังนี้ ต้นมะกอกโอลีฟ จำนวน 1 ต้น พืชวงศ์ปาล์ม จำนวน 34 ชนิด และต้นมะขามเลื้อย 3 ต้น รวม 106 ต้น เพื่อปลูกรวบรวมจัดแสดงสายพันธุ์พืชทนแล้ง และพืชหายากวงศ์ต่างๆให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านพันธุ์ไม้ที่สำคัญของภาคใต้ เกิดความสวยงาม กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของโดมกระบองเพชรดังกล่าว ทำให้เกิดสุนทรียภาพและดึงดูดผู้เข้าเยี่ยมชมมากขึ้น (หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 2565)
ในปัจจุบันโดมกระบองเพชร มีระยะเวลาเปิดให้บริการผ่านมาครบ 3 ปีแล้ว จุดเยี่ยมชมจุดนี้ก็ยังคงเป็นจุดที่ผู้มาเยี่ยมชมอุทยานพฤกษศาสตร์ถือเป็นจุดสำคัญที่น่าสนใจมากเหมือนเดิม เพราะด้วยเหตุว่า โดมกระบองเพชรแห่งนี้เป็นโดมกระบองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีสายพันธุ์พืชทนแล้ง และพืชหายากวงศ์ต่างๆ หลากหลายชนิดที่หาดูได้ยาก อย่างเช่น
ต้นกระบองเพชรยักษ์ อย่าง “ต้นมะกอกโอลีฟ” ที่เป็นต้นไม้ที่มีมูลค่าต้นละ 600,000 บาท ที่มาจากสวนนงนุชพัทยา ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าสวยงามอยู่บริเวณหน้าโดม ถือเป็นจุดไฮไลท์สำคัญของผู้มาชมกระบองเพชร ณ ที่แห่งนี้กันเลยทีเดียว
“กระบองเพชรหลากหลายสีสัน” มีทั้งสีเขียว สีเหลือง สีขาว สีส้ม สีขาว สีเขียว และอื่นๆ สวยงามแปลกตา ทำให้รู้สึกจรรโลงใจไปกับความสดใสของสีสันที่ชวนให้หลงใหลได้ในทันทีที่ได้สัมผัส
และอีกไฮไลท์สำคัญที่เป็นส่วนประกอบในการเข้ามาเยี่ยมชมโดมกระบองเพชรของที่นี่ คือ “รูปปั้นไดโนเสาร์ 4 ตัว” ที่ได้นำมาจัดวางไว้หน้าโดมก็ถือเป็นจุดเช็คอินสำคัญที่น้องๆ เด็กๆ จากโรงเรียนต่างๆ ผู้มาเยือนมีความชื่นชอบในการที่จะต้องถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วยทุกครั้งเมื่อได้มาเยี่ยมชม
รวมถึงที่นี่ยังมีมุมถ่ายรูปอีกมากมายกับต้นกระบองเพชร ให้ท่านได้เก็บไว้เป็นภาพประทับใจ

และขอแนะนำคู่รักทุกท่านที่ต้องไม่พลาดมาถ่ายรูปคู่กับกระบองเพชร เพราะกระบองเพชรยังถือเป็นพืชที่แสดงถึงความรักที่มั่นคงและยืนยาวของคู่รัก ดังคำกล่าวที่ว่า “ขอให้ครองคู่กันจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร” เหมือนดังเช่นต้นกระบองเพชร นั่นเอง
“โดมกระบองเพชร Bota Cactus Dome” ในพื้นที่โดมสีขาวแห่งนี้จึงถือเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งของอุทยานพฤกษศาสตร์ อันเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์กระบองเพชรที่น่าสนใจหลากหลายพันธุ์มาไว้ให้ได้รับชมกัน ผู้สนใจและรักในพันธุ์พืชชนิดนี้ สามารถแวะมาเยี่ยมชมกระบองเพชรที่นี่กันได้ในทุกวัน
ข้อมูลอ้างอิง
หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา. (2565). เปิดโดมกระบองเพชร. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 จาก http://clmweb.wu.ac.th/wutimeline/post/343