“หอชมฟ้า” ตั้งอยู่ภายในอุทยานพฤกษศาสตร์ อยู่ติดกับ “อาคารเรือนพักรับรอง Bota Home” ซึ่งด้านหน้าของหอชมฟ้าจะมี “ร้านกาแฟ The Tree Café” ไว้คอยให้บริการอาหารเครื่องดื่ม และเป็นจุดนั่งพักผ่อนแบบชิลล์ชิลล์แก่นักท่องเที่ยว มีเมนูอาหารให้เลือกมากมายทั้งของทานเล่น อาหารตามสั่ง เครื่องดื่มก็หลากหลาย ร้านจะตกแต่งสไตล์แคมปิ้งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นบรรยากาศดีมาก
ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 “รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี ผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ในขณะนั้น ได้เปิดเผยว่า อุทยานพฤกษศาสตร์ได้ดำเนินการก่อสร้าง “หอชมฟ้า Bota Sky Tower” เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการศึกษาเรียนรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ เข้าเยี่ยมชมพันธุ์ไม้นานาชนิดอย่างใกล้ชิด ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยโครงการก่อสร้างดังกล่าวประกอบด้วย Tower 1, Tower 2, สะพานสลิงแขวน, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ (Boardwalk), เส้นทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Sky walk), รั้วล้อมป่า,ร้านอาหาร เครื่องดื่ม (The Tree Café) โดยหอชมฟ้าเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชมหอชมฟ้าแล้วกว่า 15,000 คน

แนวคิดการออกแบบหอชมฟ้า ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นกุหลาบหิน ที่มีกลีบใบซ้อนเรียงลดหลั่นกันอย่างสวยงาม เป็นระเบียบ และได้ออกแบบรูปทรงหอชมฟ้าให้เป็นรูปแปดเหลี่ยม เพื่อให้มีขั้นบันไดวน ตามจำนวนที่เหมาะสมในแต่ละชั้น โดยไม่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเมื่อยล้าในระหว่างการเดินขึ้นหอชมฟ้า มีจุดพักระหว่างทางเดินแต่ละช่วง และเพื่อเพิ่มพื้นที่ในหอชมฟ้าให้มากขึ้นด้วย “รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี” กล่าว
“หอชมฟ้า Bota Sky Tower” แห่งนี้ มีความสูง 25 เมตร เทียบเท่ากับตึก 8 ชั้น และมีบันไดทั้งหมด 145 ขั้น ทิศตะวันออกสามารถมองเห็นกลุ่มอาคารและทัศนีภาพทั้งหมดของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมถึงอ่างเก็บน้ำพฤกษาชลขนาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบของอุทยานพฤกษศาสตร์ ส่วนทางทิศตะวันตกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทอดยาวเป็นแนวสูงตระหง่านท่ามกลางธรรมชาติและผืนฟ้าได้อย่างชัดเจน (หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 2565)
“หอชมฟ้า Bota Sky Tower” เปิดให้บริการมาจนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปี เป็นที่รู้จักในนามของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอท่าศาลา และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย ด้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวมิติใหม่สร้างความตื่นเต้นและความกล้าที่จะต้องเดินขึ้นไปผจญภัยกับความสูงที่น่าหวาดเสียว ก่อนที่จะไปถึงจุดบนสุดเหนือยอดไม้ที่จะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามของต้นไม้รอบๆ ให้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจและปลื้มปริ่มใจสำหรับผู้ที่เดินขึ้นไปถึงจุดนั้นได้
นอกจากนี้ทางอุทยานพฤกษศาสตร์ยังได้มีการเพิ่มความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ให้มากขึ้นด้วยการเปิด “สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า” บริเวณพื้นที่ป่าใต้หอชมฟ้า ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ 30 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา อุทยานพฤกษศาสตร์ ก็ได้รับมอบและปล่อยสัตว์เข้าสู่พื้นที่ป่าใต้หอชมฟ้าหรือสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า โดยมีชนิดและจำนวนสัตว์ดังนี้ คือ “คาปิบารา, เนื้อทราย, เก้ง” โดยออกเดินทางมาจากสวนสัตว์นครราชสีมาและสวนสัตว์ขอนแก่น ในวันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2567 (อุทยานพฤกษศาสตร์, 2567)

และเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 ก.พ. 67 อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดงาน 3 Events ใหญ่ใจฟู @อุทยานพฤกษศาสตร์ โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ พร้อมผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ร่วมกันเปิดสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เรือนไม้เมืองหนาวและลานแคมป์ปิ้ง อย่างเป็นทางการเป็นวันแรก โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่เข้าชมความงามของดอกทิวลิปและดอกไม้เมืองหนาวต่างๆ พร้อมนำบุตรหลานชมความน่ารักของน้องคาปิบาร่า-อีเก้ง-เนื้อทราย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน กล่าวว่า อุทยานพฤกษศาสตร์ เปิดสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยในระยะแรกได้นำสัตว์ 3 ชนิด คือ คาปิบาร่า จำนวน 6 ตัว อีเก้ง 2 ตัว และเนื้อทราย 20 ตัว มาจัดแสดงและในอนาคตจะมีการรวบรวมพันธุ์สัตว์ชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป (สื่อสารองค์กร, 2567)



รวมถึงเมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2567 อุทยานพฤกษศาสตร์ ก็ได้เปิดตัว สมาชิกใหม่แห่งสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เป็น “กวางดาวอินเดีย Chital Deer หรือ Spotted Deer” ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 8 ตัว และทำการเปิดให้ชมเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2567 ที่ผ่านมาด้วย (อุทยานพฤกษศาสตร์, 2567)
และล่าสุดได้มีกิจกรรม “รักลอยฟ้าเปิดตำนานวาเลนไทน์สุดอลังการ” จดทะเบียนสมรสบนหอชมฟ้า ครั้งแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา มีคู่รักเข้าร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหอชมกว่า 10 คู่ ทั้งคู่รัก ชาย-หญิง และ LGBTQ+ จูงมือกันมาจดทะเบียนสมรส ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของความรักและความสุข โดยมีนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นางวันษา ลีหล้าน้อย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้บริหารเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมเป็นสักขีพยาน และนายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา ลงลายมือชื่อบนใบทะเบียนสมรส

สำหรับกิจกรรม “รักลอยฟ้าเปิดตำนานวาเลนไทน์สุดอลังการ” จดทะเบียนสมรสบนหอชมฟ้า อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นครั้งแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราชนี้ มีไฮไลต์สุดพิเศษในงานครั้งนี้ คือ “มีการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” และพิเศษสุด คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ควงนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินประคองสะพานแขวนสุดโรแมนติก ท่ามกลางรอยยิ้มและความสุขของผู้มาร่วมงาน จากนั้นท่านทั้งสองก็ได้นั่งรถไฟฟ้าเยี่ยมชมธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำพฤกษาชล เยี่ยมชมเรือนไม้เมืองหนาว บันทึกภาพประทับใจกับดอกทิวลิป ก่อนร่วมงานเลี้ยงค็อกเทล พร้อมดนตรีอะคูสติกในสวนบรรยากาศที่มีแต่ความสุขในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ด้วย (อุทยานพฤกษศาสตร์, 2568)
ด้วยความที่ “หอชมฟ้า Bota Sky Tower” มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนตลอดทุกวัน อุทยานพฤกษศาสตร์จึงไม่ละเลยกับการทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ โดยใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและอุปกรณ์ช่วยขัดเพื่อทำความสะอาดคราบต่างๆ บริเวณทางเดิน รวมถึงการตรวจเช็คความพร้อมความแข็งแรงของโครงสร้างหอชมฟ้าอยู่เสมอ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกมั่นใจถึงความปลอดภัยในการมาใช้บริการ และในวันพิเศษสำหรับวันเด็กแห่งชาติในทุกปี อุทยานพฤกษศาสตร์จะให้เด็กอายุไม่เกิน 18 ปีเข้าชมหอชมฟ้าและสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าฟรีด้วย

“หอชมฟ้า Bota Sky Tower” เปิดให้บริการทุกวัน ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะเดินขึ้นบันได 145 ขั้น ไปชมทัศนียภาพของยอดไม้ด้านบนสุด และชื่นชมกับสัตว์น่ารักๆ ในสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าของอุทยานพฤกษศาสตร์ ซึ่งแม้หากท่านไม่ได้เช็คอินกับสถานที่แห่งนี้แล้วนั้นก็เหมือนกับว่าท่านยังมาไม่ถึงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั่นเอง
ข้อมูลอ้างอิง
หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา. (2565). หอชมฟ้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 จาก http://clmweb.wu.ac.th/wutimeline/post/335
ส่วนสื่อสารองค์กร. (2567). เปิดแล้ว! สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและเรือนไม้เมืองหนาวที่ม.วลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567. จาก https://www.wu.ac.th/th/news/23749/เปิดแล้ว!-สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและเรือนไม้เมืองหนาวที่ม-วลัยลักษณ์
อุทยานพฤกษศาสตร์. (2567). สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ม.วลัยลักษณ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568. จาก https://veterinary.wu.ac.th/?p=32369&lang=th
อุทยานพฤกษศาสตร์. (2568). กิจกรรมรักลอยฟ้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568. จาก https://www.facebook.com/Botanic.Park.WU