มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีพื้นที่กว่าเก่าพันไร่ อยู่ในตำบลไทยบุรี ตำบลหัวตะพาน ตำบลโพธิ์ทอง ระยะทางไม่ไกลจากเขาหลวง จากทุกมุมของพื้นที่ ถนนทุกสาย ภายในมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะมองจากจุดไหน(ถ้ามองแล้วเห็นอาคารก็เคลื่อนที่หามุมใหม่) ไปทางทิศตะวันตกแค่นิดเดียวก็เห็นขุนเขาทอดตัวยาว ตั้งตระหง่านโดดเด่น พื้นที่สีเขียวครามนั่นคือ “เขาหลวง”

เขาหลวง
เขาหลวง_คลอง

เขาหลวง 360 องศา

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีพื้นที่อยู่ในตำบลหัวตะพาน เป็นเขตที่ดินป่าเขาหลวง ตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2517 มหาวิทยาลัยจึงมีระยะทางไม่ไกลจากเขาหลวง เดินทางเข้าสู่มหาวิทยาลัยต้องเห็น เขาหลวง เป็นพื้นหลัง ในวันที่อากาศแจ่มใสท้องฟ้าเป็นสีฟ้า จะเห็นสีเขียวครามของขุนเขาตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าที่ในแต่ละวัน เวลา และฤดูกาลเราจะเห็นสีสัน ความงามของขุนเขาแตกต่างกันไป ที่สำคัญมหาวิทยาลัยใช้ชื่อ “เขาหลวง” เป็นชื่อห้องประชุม ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 อาคารสหกิจศึกษา ขนาด 75 ที่นั่ง “ห้องประชุมเขาหลวง” 

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขนานนามว่า “หลังคาสีเขียวแห่งภาคใต้” ขุนเขาที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำ แล้วแยกเป็นลำคลองหลายสายทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราชและบริเวณจังหวัดใกล้เคียง มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและแน่นอนต้องมีน้ำตก น้ำตกที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและใกล้กับมหาวิทยาลัยในระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร มี 4 แห่ง ได้แก่:

  • น้ำตกวังลุง ระยะทางประมาณ 22 กม.

  • น้ำตกอ้ายเขียว ระยะทางประมาณ 24 กม.

  • น้ำตกพรหมโลก ระยะทางประมาณ 28 กม.

  • น้ำตกยอดเหลือง ระยะทางประมาณ 30 กม.

ลำคลองที่มีต้นน้ำจากเขาหลวง ไหลผ่านบริเวณมหาวิทยาลัย ได้แก่ คลองขุด คลองเกียบ คลองวังเปีย คลองสิงห์ คลองท่าสูง คลองเคย มีห้าคลองไหลลงสู่ทะเล ที่ปากน้ำท่าศาลา ยกเว้นคลองเคย ที่ไหลลง คลองปากพยิง ออกทะเลที่ปากน้ำปากพยิง ระยะทางจากมหาวิทยาลัยถึงอ่าวไทย จุดใกล้ที่สุดได้แก่ หมู่ที่ 5 บ้านในถุ้ง ตำบลท่าศาลา ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร

เขาหลวง
เขาหลวง
เขาหลวง_สวนวลัย
เขาหลวง_skywalk

เขาหลวง ทอดตัวเป็นแนวยาวในจังหวัดนครศรีธรรมราช อุทยานแห่งชาติเขาหลวงครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่  อำเภอท่าศาลา อำเภอนบพิตำ อำเภอพรหมคีรี อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอลานสกา อำเภอฉวางอำเภอ พิปูน อำเภอช้างกลาง จัดเป็นพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก กล่าวคือ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีพืชพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดและเป็นต้นน้ำที่สำคัญจังหวัดนครศรีธรรมราชและและจังหวัดใกล้เคียง  พื้นที่อุทยานแห่งชาติครอบคลุมเทือกเขานครศรีธรรมราชตอนกลาง ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนทอดยาวเหนือจรดใต้ขนานไปกับชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก มีที่ราบตามหุบเขาเล็กน้อย ดินบนภูเขาเป็นดินที่เกิดจากการผุสลายของหินแกรนิต

“กำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาหลวง ในท้องที่ ตำบลคอนตะโก ตำบลโมคลาน ตำบลหัวตะพาน ตำบลกะหรอ ตำบลนบพิตำ อำเภอท่าศาลา ตำบลเขาพระ ตำบลกะทูน ตำบลพิปูน ตำบลยางค้อม กิ่งอำเภอพิปูน อำเภอฉวาง ตำบลละอาย ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ตำบลพรหมโลก ตำบลบ้านเกาะ ตำบลอินคีรี กิ่งอำเภอพรหมคีรี อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และตำบลเขาแก้ว ตำบลท่าดี ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2517” (พระราชกฤษฎีกา พ.ศ.2517)

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จัดตั้งเป็นอุทยานตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ.2517 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 9 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 356,250 ไร่ หรือประมาณ 570 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาสูงที่สุดในภาคใต้ จุดสูงสุดของยอดเขาประมาณ 1,835 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งสูงที่สุดในภาคใต้ เป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารและคลองต่าง ๆ กว่า 15 สาย มีสภาพเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าดิบเขา เป็นต้นกำเนิดของต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น แม่น้ำตาปี แม่น้ำปากพนัง คลองกรุงชิง คลองเขาแก้ว พื้นที่บริเวณอุทยานฯ มีฝนตกตลอดปี สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น ด้วยศักยภาพทั้งทางชีวภาพและกายภาพ อุทยานแห่งชาติเขาหลวงจึงได้รับการขนานนามว่า “หลังคาสีเขียวแห่งภาคใต้”

ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91 ตอนที่ 216 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2517 มีแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา กำกับไว้ด้วย อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ได้รับรางวัล “ยอดเยี่ยม (กินรีทอง)” ประเภท “แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ” จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประจําปีพ.ศ. 2541 มีพรรณไม้ที่แปลกตาหายาก เช่น ต้นมหาสดำ เป็นพืชเด่นที่ขึ้นอยู่ตามหุบเขาที่มีลำธารน้ำไหลผ่าน กล้วยไม้สิงโตอาจารย์เต็ม สิงโตใบพัดสีเหลือง กุหลาบพันปี เฟิร์นบัวแฉกใหญ่ และบัวแฉกใบมน

เขาหลวงทอดยาวเหนือจรดใต้ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ขนานไปกับชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ทิศเหนือจรดคลองกลาย ทิศใต้จรดป่าเขาเหมน ระหว่างขุนเขาและทะเลตรงกลางเป็นพื้นที่ราบอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่อยู่หน้าเขาทำให้ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมจากคาบสมุทรภาคใต้มีฝนเกือบตลอดทั้งปี อากาศเย็น ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ตกหนักในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม และเริ่มมีฝนน้อยลงในเดือนมกราคม ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนจะเป็นฤดูฝนตกน้อยถึงน้อยมาก(คือยังมีฝนตกอยู่นั่นเอง) ภาพถ่ายมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันจึงมีเขาหลวงเป็นพื้นหลัง แต่จะเห็นความคมชัดของขุนเขาและสีสันที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับมุมกล้องของภาพถ่าย สถานที่ วัน เวลา และสำคัญที่สุดฤดูกาลที่ถ่ายออกมาแล้วมองกี่ทีขุนเขาก็งาม ที่วลัยลักษณ์จุดเช็คอิน “เขาหลวง”

แหล่งที่มาข้อมูล: 

แหล่งที่มาภาพจาก:

Post Views: 268