“ ไม้ ยางนา ในประเทศไทยได้ถูกตัดไปใช้สอยและทำเป็นสินค้ากันเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี เป็นที่น่าวิตกว่าหากมิได้ทำการบำรุงส่งเสริมและดำเนินการปลูกไม้ยางนาขึ้นแล้ว ปริมาณยางนาก็จะลดน้อยลงไปทุกที จึงควรจะได้มีการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับการปลูกไม้ยางนาเพื่อจะได้นำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติ ” ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชปรารถเมื่อปี พ.ศ. 2504 จากนั้นได้ทรงปลูกกล้าไม้ยางนาอายุ 4 เดือน ในบริเวณสวนจิดลดาร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร คณาจารย์ และนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2504 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน 1096 ต้น ถือเป็นสวนป่ายางนาที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

  • ชื่อไทย
  • ชื่อท้องถิ่น
  • ชื่อวิทยาศาสตร์   
  • วงศ์

ยางนา (Yang)

ยางขาว ยาง ยางแม่น้ำ ยางหยวก (ทั่วไป) ยางกุง (เลย) ยางเนิน (จันทบุรี) ชันนา ยางตัง (ชุมพร)  ยางควาย (หนองคาย)

      Dipterocarpus alatus Roxb. ex G. Don

        DIPTEROCARPACEAE

ยางนา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลักษณะทั่วไป

ไม้ต้น ขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 – 40 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหนา ลำต้นเปลาตรง เปลือกนอกสีเทาอมขาว เรียบหนา หรือแตกสะเก็ดเป็นหลุมตื้นๆ เปลือกในสีน้ำตาลอมชมพู

ลักษณะใบ

ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน ขนาดกว้าง 8 – 15 เซนติเมตร ยาว 20 – 35 เซนติเมตร โคนใบมนกว้าง ขอบใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบสอบทู่ เนื้อใบหนา ใบอ่อนมีขนสีเทา ใบแก่เกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง กาบหุ้มยอดหรือใบอ่อนมีขนอ่อนสีน้ำตาล

ลักษณะดอก

ช่อกระจะ สั้นๆ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีชมพู กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกออกเป็น 5 แฉก บิดเวียนตามกันแบบกังหัน เกสรเพศผู้มี 29 อัน ลักษณะผลผลแห้งกลีบเลี้ยงเจริญเป็นปีก ทรงกลมรี มีครีบตามยาว 5 ครีบ มีปีกยาว 2 ปีก ยาว 10 – 12 เซนติเมตร เส้นปีกตามยาวมี 3 เส้น เมล็ดลักษณะคล้ายแป้งสีขาวมีริ้วสีน้ำตาลกระจายอยู่ทั่วไป

ยางนา
ยางนา

ยางนา พยากรณ์

ยางเป็นเจ้าแห่งลมและฝนเพราะต้องใช้ลมพัดพาเมล็ดไปตกที่ไกล ๆ และผลต้องงอกภาย 3 วัน อาจารย์นพพร นนทภา ได้กล่าวไว้ว่า “ต้นยางเป็นต้นไม้พยากรณ์พายุฝนที่แม่นยำที่สุด ในวันที่ฝนตกอาจไม่มีเมล็ดต้นไม้วงศ์ยางแก่ก็ได้ แต่หากเมล็ดไม้วงศ์ยางแก่จะมีพายุลมฝนเสมอ  … ปีไหนออกดอกติดผลเยอะ แสดงว่าปีนั้นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในรัศมี 50 กิโลเมตรที่ยืนต้นอยู่จะมีฝนตกเยอะ ถ้าปีไหนติดดอกออกผลน้อย ปีนั้นฝนก็จะน้อย คำนวณวันที่ฝนมาได้โดยนับจากวันที่ดอกยางร่วงพรู ถัดไปอีก 90 บวกลบ 5 วัน ก็จะเป็นช่วงวันที่จะมีฝน” (นพพร นนทภา)  

นอกจากนี้ต้นไม้สามารถรับรู้มวลอากาศล่วงหน้าได้ แล้ววางแผนออกดอกเพื่อให้ผลแก่จัดและร่วงจากต้นพอดิบพอดีกับวันฝนตก ว้นที่จะมีน้ำหลาก หรือจะเกิดพายุลมแรง ส่วนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เองก็เปรียบเหมือนต้นยาง ได้มีการวางแผนพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างบันฑิตที่มีคุณภาพ เจริญเติบโตเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม

ยางนา กับท่าศาลา

ยางนาพบมากในบริเวณอำเภอท่าศาลา จะเรียกว่าเป็นไม้ประจำถิ่นก็ได้ อาจจะด้วยท่าศาลามีภูมิประเทศติดอ่าวไทย ประชากรมีอาชีพทำประมง มีปากน้ำ มีลำคลองสำหรับจอดเรือ ต่อเนื่องจากการทำประมงคือต้องมีอู่ต่อเรือ บริเวณสองฝั่งคลองและสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในการสร้างและซ่อมเรือคือชันยาเรือ หรือน้ำมันยางที่ได้มาจากต้นยางนานั่นเอง นอกจากใช้ยาเรือแล้ว ยังใช้ชันในการทำอุปกรณ์จับปลาบางชนิดด้วย ท่าศาลาเลยจำเป็นต้องมีต้นยางเป็นไม้ประจำถิ่นไปโดยปริยาย หลักฐานที่ยังมีปรากฎให้เห็นในปัจจุบันที่สำคัญคือภูมินามหมู่บ้านในแต่ละตำบลของอำเภอท่าศาลา:

  • ป่ายางหลวง หมู่ 6 ตำบลท่าศาลา

  • ยางขาคีม หมู่ 1 ตำบลดอนตะโก

  • วัดยางใหญ่ (ตาพรานบุญ)  บ้านยางใหญ่ ตำบลท่าขึ้น

  • บ้านยางงาม ตำบลท่าขึ้น  

  • โรงเรียนวัดยางงาม ตำบลท่าขึ้น

  • บ้านยางด้วน หมู่ 7 ตำบลโพธิ์ทอง

  • บ้านดอนยาง หมู่ 5 ตำบลหัวตะพาน

ภูมินามเหล่านี้ใช้เรียกขานสถานที่มาแต่เดิม และปัจจุบันก็ยังเรียกกันอยู่  และที่สำคัญในหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียงของภูมินามเหล่านี้ยังพบว่ามีต้นยางนาอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นที่สังเกตว่า สถานที่เหล่านี้อยู่ติดหรือใกล้กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ต้นยางนา
ลูกยางนา

ลูกยางเดินทาง  มีสองปีกที่ไม่เท่ากัน ที่เมล็ดมีปีกเล็ก ๆ ติดอยู่ช่วยให้เมล็ดปลิวไปได้ไกล ยางพรรณไม้ที่มีประโยชน์ในการฟื้นฟูป่า โตเร็ว กระจายพันธุ์ได้ดี  ลูกยางสามารถปลิว ลอยตามลมได้ไกล ถ้าจะเปรียบลูกยางนาเป็นนักศึกษาที่ไปเติบโตก้าวสู่สังคมอย่างมีคุณค่า นานาประโยชน์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็คือต้นยางนาที่ยืนทะนง สร้างดอกออกลูก รอเวลาที่เหมาะสม มีฝน มีลม ก็ปล่อยให้ลูกยางได้ไปเจริญเติบโต งอกงามสร้างประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

แหล่งข้อมูล:

Post Views: 1,318